โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมแห่งชาติ เคาะ 5 มาตรการปราบ “เฟคนิวส์”

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 20 ส.ค. 2568 เวลา 00.20 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. 2568 เวลา 06.36 น.

วันที่ 7 สิงหาคม 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบและวิเคราะห์ข่าวในสื่อสังคมออนไลน์เพื่อป้องกันข่าวปลอม ครั้งที่ 1/2568 โดยมีศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี เป็นรองประธานฯ นายเอกพงศ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี เป็นเลขานุการฯ รวมด้วยผู้บริหารกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงกลาโหม สภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เข้าร่วมประชุม ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล และประชุมผ่านระบบออนไลน์

ประเสริฐ จันทรรวงทอง

นายประเสริฐ กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและวิเคราะห์ข่าวในสื่อสังคมออนไลน์เพื่อป้องกันข่าวปลอม หรือ “ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมแห่งชาติ” ขึ้น โดยได้มีการประชุมหารือ เพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาข่าวปลอม โดยเฉพาะข้อมูลข่าวสารที่ถูกสร้างขึ้นและถูกส่งต่อกันทางสื่อสังคมออนไลน์และระบบอินเทอร์เน็ต ที่มีการเผยแพร่เนื้อหาไม่เหมาะสม บิดเบือนข้อมูลข่าวสารไปจากข้อเท็จจริง ก่อให้เกิดการปลุกระดม ยั่วยุ สร้างความรุนแรง ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสถาบันหลักของชาติ ตลอดจนความมั่นคงและความน่าเชื่อถือของประเทศ

ที่ประชุมได้ร่วมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อขอความร่วมมือในการปราบปรามข่าวปลอม และ บัญชีผู้ใช้งานต้องสงสัย (Account IO) โดยมีการกำหนดมาตรการการแก้ไขปัญหาร่วมกัน 5 มาตรการสำคัญดังนี้

ประเสริฐ จันทรรวงทอง
  • การจัดลำดับความสำคัญกับข่าวที่เกี่ยวข้องกับปัญหาความมั่นคงชายแดนให้เป็นอันดับความสำคัญสูงสุด (Priority) ในการสนับสนุนการจัดการข่าวปลอม
  • การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ตรวจจับรวบรวมข่าวปลอมที่มีการยืนยันแล้วและดำเนินการปิดกั้น (Take Down) ข่าวปลอมในทุกช่องทางแพลตฟอร์ม
  • การเพิ่มปริมาณเจ้าหน้าที่สนับสนุนเพื่อรองรับการดำเนินการตามมาตรการการจัดการข่าวปลอม และแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์จะมีการพัฒนา AI ในการตรวจจับบัญชีผู้ใช้งาน ที่ระบุว่าเป็นบัญชีผู้ใช้ที่เป็นบุคคลสาธารณะปลอม (Fake Account)
  • กระบวนการดำเนินการด้าน “ปฏิบัติการข่าวสาร (IO)” บริหารจัดการข่าวในด้านจิตวิทยา หากมีการตรวจพบ จะดำเนินการส่งให้ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA เพื่อแจ้งแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ดำเนินการระงับเผยแพร่
  • การยกระดับการยืนยันตัวตนของแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ (Account Verification) โดยผู้ที่จะลงโฆษณาต้องเป็นบริษัทฯ ซึ่งมีการยืนยันตัวตน ที่ขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการแล้ว และจะยกระดับการดำเนินการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เห็นชอบให้ กระทรวงดีอี เป็นศูนย์กลางในการรับเรื่องข่าวปลอมจากทุกหน่วยงานรวมถึงประชาชน และนำส่งกรมประชาสัมพันธ์ ประสานงานหน่วยงานที่รับผิดชอบตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวปลอม ภายในระยะเวลา 3 ชั่วโมง ภายหลังจากการตรวจสอบแล้ว กรมประชาสัมพันธ์จะเป็นหน่วยงานหลักในการเผยแพร่กระจายข้อมูล ประสานงานสื่อมวลชน และกระทรวงดีอี จะรับผลการดำเนินการดังกล่าว เพื่อแจ้งแพลตฟอร์มต่าง ๆ ให้ดำเนินการปิดกั้นต่อไป

สำหรับประชาชนที่พบเห็นลิงก์หรือข้อมูลซึ่งสงสัยว่าเป็นข่าวปลอม สามารถแจ้งเบาะแสโดยตรง ได้ที่เว็บไซต์ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (Anti Fake News Center: AFNC) : www.antifakenewscenter.com ซึ่งผู้ใช้งานต้องกรอกข้อมูล URLs ของข่าวที่พบ พร้อมแนบหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และอธิบายพฤติการณ์หรือเนื้อหาที่เชื่อว่าเป็นข่าวปลอม เพื่อนำข้อมูลเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

ในส่วนของการดำเนินคดีกับผู้ที่กระจายข่าวปลอม ที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือรายละเอียดกระบวนการร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามข่าวปลอมเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

ด้านการดำเนินการปิด IP Address ได้มอบหมายให้ สำนักงาน กสทช. ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีผู้ให้บริการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำ IO และดำเนินการตามมาตรการที่เหมาะสม

“คณะกรรมการฯ มุ่งเน้นการบูรณาการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและปราบปรามข่าวปลอมบนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ตามสถานการณ์ปัญหาความมั่นคงของประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้รับข่าวสารที่มีการตรวจสอบยืนยันจากหน่วยงานภาครัฐได้อย่างชัดเจนและรวดเร็ว และเป็นการแก้ไขปัญหาข่าวปลอมให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ” รองนายกฯ ประเสริฐ กล่าว.

#สภาผู้บริโภค #เพื่อนผู้บริโภค

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...