โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดประวัติ ‘พล.ต.ท.วิโรจน์’ ผู้นำพรรคการเมืองใหญ่ ก่อนจากไปอย่างสงบในวัย 91 ปี

The Bangkok Insight

อัพเดต 30 ต.ค. 2568 เวลา 04.46 น. • เผยแพร่ 30 ต.ค. 2568 เวลา 04.46 น. • The Bangkok Insight

เปิดประวัติ"พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์"จากเก้าอี้ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ สู่ผู้นำพรรคการเมืองใหญ่ ก่อนจากไปอย่างสงบในวัย91 ปี

ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ชื่อของ พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ ถูกจดจำในฐานะบุคคลที่เดินทางผ่านสองเส้นทางอำนาจหลักของประเทศ จากนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่กุมบังเหียนสำคัญในกรมตำรวจ สู่บทบาทนักการเมืองอาวุโสที่ได้ดำรงตำแหน่งสูงสุดถึงรองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

วิโรจน์

พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ เกิดเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2477 ท่านเริ่มต้นเส้นทางอาชีพด้วยการเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 13 และได้เติบโตในสายงานราชการตำรวจอย่างต่อเนื่อง

ตลอดอายุราชการ พล.ต.ท.วิโรจน์ ได้ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง สะท้อนถึงความไว้วางใจและความสามารถในการบริหารงาน โดยตำแหน่งสูงสุดในสายงานตำรวจของท่านคือ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต้องดูแลความสงบเรียบร้อยในเมืองหลวง และต่อมาได้ขยับขึ้นเป็น ผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ (ในยุคที่ยังไม่เป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) ก่อนจะเกษียณอายุราชการ

ก้าวสู่สังเวียนการเมือง

หลังเกษียณอายุราชการ พล.ต.ท.วิโรจน์ ได้ผันตัวเข้าสู่แวดวงการเมืองอย่างเต็มตัว โดยเริ่มต้นเส้นทางกับ พรรคชาติไทย ซึ่งเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่ในยุคนั้น

บทบาททางการเมืองของท่านเริ่มเด่นชัดในปี พ.ศ. 2535 เมื่อได้รับแต่งตั้งเป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลของ พล.อ.สุจินดา คราประยูร และต่อมาในยุครัฐบาลของนายบรรหาร ศิลปอาชา (พ.ศ. 2538-2539) พล.ต.ท.วิโรจน์ ก็ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี

ยุคพรรคไทยรักไทย และการเว้นวรรคทางการเมือง

เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ พล.ต.ท.วิโรจน์ ได้ย้ายมาร่วมงานกับ พรรคไทยรักไทย และดำรงตำแหน่งเป็นหนึ่งในกรรมการบริหารพรรค อย่างไรก็ตาม หลังเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และการยุบพรรคไทยรักไทยในปี 2550

พล.ต.ท.วิโรจน์ คือหนึ่งใน 111 กรรมการบริหารพรรค หรือที่เรียกกันว่า "กลุ่มบ้านเลขที่ 111" ที่ถูกคณะตุลาการรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี

การกลับมาและบทบาทผู้นำพรรคเพื่อไทย

ปี 2555 พล.ต.ท.วิโรจน์ ได้กลับเข้าสู่การเมืองอีกครั้งภายใต้สังกัด พรรคเพื่อไทย และด้วยความเป็นผู้อาวุโส เมื่อนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคในเดือนตุลาคม 2555 พล.ต.ท.วิโรจน์ จึงได้รับเลือกให้ทำหน้าที่ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

บทบาทของท่านในฐานะหัวหน้าพรรคในเวลานั้น ถูกมองว่าเป็นการประคองพรรคในฐานะผู้อาวุโสสูงสุด เพื่อนำพรรคผ่านพ้นช่วงเวลาที่การเมืองมีความซับซ้อนและมีข้อจำกัดสูง ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น

ภายหลังการเลือกตั้งปี 2562 พล.ต.ท.วิโรจน์ ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคในเดือนกรกฎาคม 2562 เพื่อเปิดทางให้พรรคเพื่อไทยได้ปรับโครงสร้างและเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่เข้ามาบริหารงานต่อไป

พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ จึงเป็นตัวอย่างของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่ผันตัวมาสู่การเมือง และได้ยืนหยัดผ่านร้อนผ่านหนาวในทุกยุคสมัยของการเมืองไทย ตั้งแต่ยุคพรรคชาติไทย, ไทยรักไทย จนถึงการเป็นผู้นำพรรคเพื่อไทยในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ

วิโรจน์

จากไปอย่างสงบในวัย91 ปี

และล่าสุดวันนี้ (30 ต.ค.) นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส. แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เปิดเผยข่าวเศร้า ถึงการจากไปของ พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ โดยระบุข้อความว่า

"ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อการจากไปของ 'พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์' อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทยช่วง 2557-2562 และ ส.ส.บัญชีรายชื่อชุดปัจจุบัน ท่านเป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพนับถือมาก เมตตาต่อน้อง ๆ ในพรรคทุกคน คอยแนะนำข้อกฎหมายต่าง ๆ ตลอดมา"

"ท่านเป็นหัวหน้าพรรค ในช่วงที่ คสช.ยึดอำนาจ จึงต้องแบกรับแรงกดดันมหาศาลจากเผด็จการทหาร แต่ท่านวิโรจน์ และท่านภูมิธรรม (เลขาพรรคในขณะนั้น) แสดงจุดยืนของพรรค ในการไม่ยอมรับการยึดอำนาจและเรียกร้องให้คืนอำนาจสู่ประชาชนไทยโดยเร็ว และสามารถช่วยประคองพรรคเพื่อไทย ให้ผ่านสถานการณ์ช่วงนั้นด้วยดี"

"ผมจะเก็บความทรงจำและคุณงามความดีของท่านไว้ตลอดไป สุดท้ายนี้ขอให้ดวงวิญญาณของท่านได้พักผ่อนในที่สงบ และสู่สุคติในสัมปรายภพครับ"

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...