กทม.แจงผลงานรอบ 60 วัน พร้อมเตรียมแผนป้องน้ำท่วม ขอประชาชนลดขยะ เหตุหลักทำท่ออุดตัน
กทม.แจงผลงาน60 วัน ทำงานต่อเนื่องทั้ง6 มิติ ขณะที่แก้ปัญหาน้ำท่วมเตรียมการบริหารจัดการ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนช่วยลดขยะ ชี้สาเหตุหลักที่ทำให้อุดตันท่อระบายน้ำ
นายเอกวรัญญู อัมระปาล ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯ กทม.และโฆษกกทม. แถลงผลงาน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. หรือ“ผู้ว่าฯ ชัชชาติ60 วัน พลัส” ว่า มี6 มิติ มิติแรกด้านสาธารณสุข ปัจจุบันมีโรคระบาดทั้งโรคโควิดและโรคฝีดาษลิง ดังนั้นกทม.จึงตั้งศูนย์เฝ้าระวังภาวะฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร โดยดึงจิตอาสา ภาคประชาชนสังคม อาทิ กลุ่มเส้นด้าย เข้ามาร่วม เดินหน้าดูแลด้านสาธารณสุข นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการฯ
2.เปิดเผยข้อมูลสาธารณะ โดย กทม.เปิดเผยข้อมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ระหว่าง กทม.และบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด(เคที) ยืนยันเรื่องความโปร่งใส การขอภาพกล้องซีซีทีวี ภายใน24 ชม. มีกล้อง62,000 กล้อง ยืนยันไม่มีกล้องดัมมี่ โดยประชาชนสามารถดูกล้องได้โดยไม่ต้องลงพื้นที่ไปดูเลขรหัสกล้องที่เสา อนาคตจะจัดหาเพิ่มเติม และหาแนวร่วมมาเพิ่มประสิทธิภาพ รวมถึงการประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต5 Quick Win
3.เมืองสร้างสรรค์ ซึ่งต้องการสร้างเมืองให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ โดยได้จัด“กรุงเทพกลางแปลง” นำภาพยนตร์มาฉาย จำนวน26 เรื่อง มีผู้ชม88,000 คน มีร้านค้า345 ร้าน มีเงินหมุนเวียนกว่า4 ล้านบาท การประชันวงดุริยางค์เชื่อมความสัมพันธ์ ระหว่างกรุงเทพฯ-จ.นครราชสีมา มีประชาชนรับชมผ่านออนไลน์ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจกว่า9 แสนคน ซึ่งงานจัดขึ้นโดยสำนักงานประชาสัมพันธ์ เป็นการลดค่าใช้จ่ายในการจ้างออแกไนเซอร์ การจัดดนตรีในสวน21 วัน53 ครั้ง, Co-Working Space โดยการปรับห้องสมุด12 แห่งให้สามารถทำงานได้ด้วยการจัดงานเทศกาลบางกอกวิทยา เป็นนิทรรศการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม
4.ฟื้นเศรษฐกิจเมือง เมืองแห่งโอกาส โดยมีเป้าหมายจ้างงานคนพิการทั้ง7 ประเภท654 คน ปัจจุบันจ้างงานคนพิการ247 คน ในเดือน ก.ย. จะจ้างงานคนพิการ306 คน การจัดงานถนนคนเดิน พัฒนาโครงการกรุงเทพอาหารริมทางอร่อยปลอดภัย
5.การเพิ่มประสิทธิภาพและการแก้ไขปัญหา โดยทราฟฟี่ฟองดูว์ ปัจจุบันคนกรุงเทพฯรายงานปัญหา113,881 เรื่อง โดย5 ปัญหาร้องเรียนมากที่สุด ได้แก่ ถนน19.1% น้ำท่วม6.8% ทางเท้า5.7% แสงสว่าง5.6% และความปลอดภัย4.9% ความคืบหน้าการแก้ไขปัญหา สำเร็จ47% กำลังแก้ไข19% ส่งต่อหน่วยงานแล้ว30% รอรับเรื่อง1% ขยายศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จให้ครบทั้ง50 เขต ผู้ว่าฯ สัญจร จตุจักร บางบอน ปทุมวัน เป็นการลงตรวจพื้นที่เพื่อดูปัญหาและให้กำลังใจประชาชน
6.ปลูกต้นไม้ล้านต้น ยอดจอง1,641,360 ต้น ปลูกแล้ว82,248 ต้น เดือนหน้าแยกขยะนำร่อง3 เขต เศษอาหาร กับอื่นๆ จากนั้นจะต่อยอดต่อไป นอกจากนี้ยังมีมิติความร่วมมือ ซึ่งได้ขยายมิติความร่วมมือไปแล้ว22 ความร่วมมือ
จากนั้น นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการบริหารสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ว่า สาเหตุของน้ำท่วมในกทม.มาจากน้ำ3 แหล่ง คือน้ำเหนือ น้ำหนุน และน้ำฝน ที่ผ่านมาใช้คันแนวพระราชดำริ
เพื่อให้น้ำไม่เข้ากทม.ไหลไปฝั่งตะวันออก และตะวันตก ซึ่งต้องใช้แนวเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยาความยาว80 กิโลเมตร และเขื่อนของเอกชนอีก8 กิโลเมตร เข้ามาช่วยด้วย ทั้งนี้ยังมีแนวฟันหลอประมาณ3 กิโลเมตร คาดว่าจะดำเนินการปิดแนวฟันหลอแล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ2566
ส่วนการรับมือน้ำฝน มีข้อมูลจากศูนย์ป้องกันน้ำท่วม และเรดาร์สองแหล่งทั้งหนองจอก และหนองแขม ยอมรับว่ากทม.ยังพยากรณ์ล่วงหน้าได้ไม่นานนัก เป็นสิ่งที่ต้องเร่งปรับปรุง โดยการระบายน้ำจะให้ความสำคัญกับระบบเส้นเลือดฝอย
เริ่มจากการระบายน้ำเข้าสู่คลองหลักให้เร็วที่สุด ดังนั้นต้องเร่งขุดลอกท่อระบายน้ำให้ดี เพื่อให้น้ำไหลสู่คลองย่อย คลองหลัก ไปถึงแม่น้ำเจ้าพระยา อย่างไรก็ตามกทม.มีทางด่วนเร่งให้ระบายน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยาได้เร็วขึ้น เช่น คลองแสนแสบระบายน้ำจากตะวันออกไปตะวันตก คลองประเวศบุรีรัมย์ระบายน้ำจากตะวันออกลงใต้ คลองลาดพร้าว คลองเปรมประชากร ระบายน้ำลงคลองแสนแสบ
รองผู้ว่าฯ กทม. แจงระบายน้ำท่วม ขอช่วยกันลดขยะ
ด้านนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. แถลงถึงสถานการณ์น้ำและการแก้ปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ กทม.ว่า ปัจจุบันกทม.มีท่อระบายน้ำยาว6,564 กิโลเมตร ตั้งเป้าลอกท่อไว้ที่4,630 กิโลเมตร ดำเนินการแล้วเสร็จ2,400 กิโลเมตร ส่วนการขุดลอกคลอง1,980 คลอง ความยาว2,745 กิโลเมตรได้ดำเนินการลอกคลองเอาเลนออก27 กิโลเมตร และจะทำทั้งหมดอีก98 กิโลเมตรตามแผนของสำนักระบายน้ำ ขณะที่การลอกคลองเปิดทางน้ำไหล ดำเนินการไปแล้วประมาณ1,500 กิโลเมตร
สำหรับอุโมงค์ระบายน้ำในกทม.มี4 แห่ง ความยาว19 กิโลเมตร ได้แก่ อุโมงค์ประชาราษฎร์ สาย2 อุโมงค์คลองบางซื่อ อุโมงค์คลองแสนแสบ และอุโมงค์บึงมักกะสัน ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก4 แห่ง ได้แก่ อุโมงค์คลองเปรมประชากร อุโมงค์คลองทวีวัฒนาอุโมงค์คลองแสนแสบส่วนต่อขยาย และอุโมงค์บึงหนองบอน คาดว่าจะมีประสิทธิภาพการระบายน้ำรวม152 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนสถานีสูบน้ำมี190 แห่ง ประตูระบายน้ำ244 แห่ง และบ่อสูบน้ำ316 แห่ง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการระบายน้ำ ป้องกันน้ำท่วมขังในกทม. สำหรับการระบายน้ำในถนนสายหลัก จะมีเซนเซอร์รายงานน้ำท่วม แต่ในซอยย่อยจะไม่มี จึงต้องอาศัยข้อมูลจากการรายงานเหตุของประชาชนผ่านTraffy Fondue
ทั้งนี้ สำนักระบายน้ำได้ปรับจุดเสี่ยงน้ำท่วมในพื้นที่กทม.จาก9 จุด เหลือ7 จุดแล้ว“ปัญหาที่พบคือ การปรับปรุงสถานีสูบน้ำ ทำให้ไม่สามารถระบายน้ำได้อย่างเต็มที่รวมถึงการเฝ้าระวังจุดน้ำท่วมซ้ำซากในถนนสายรอง
นายวิศณุ ขอความร่วมมือประชาชนให้พยายามลดการทิ้งขยะบริเวณหน้าบ้าน โดยเฉพาะบ้านที่ติดกับถนนใหญ่ เพราะเมื่อฝนตก น้ำสาดเข้ามา ถุงขยะอาจจะเปิด และขยะหล่นไปในท่อระบายน้ำได้ เป็นปัญหาการระบายน้ำในระบบเส้นเลือดฝอย