“หนังกลางแปลง” มหรสพกลางแจ้งในยามค่ำคืน ที่กำลังกลับมามีชีวิต
หากพูดถึงการ “ดูหนัง” ในปัจจุบันนี้ เชื่อว่าภาพที่หลายคนนึกคือการอยู่บ้านเปิดทีวีหรือคอมพิวเตอร์ แล้วหาหนังดูจากแพลตฟอร์มสตรีมมิงวิดีโอต่าง ๆ เช่น Netflix, HBO, Viu ฯลฯ
แต่กว่าจะมาถึงยุคที่เราติดจออยู่บ้านแบบทุกวันนี้ ครั้งหนึ่งการดูหนังของเราเคยเป็นกิจกรรมนอกบ้านที่ไม่ใช่แค่อยู่ในโรงภาพยนตร์ แต่เป็นกิจกรรมกลางแจ้งอย่าง “หนังกลางแปลง” ด้วย
ย้อนดูประวัติศาสตร์หนังกลางแปลง
จุดเริ่มต้นของหนังกลางแปลง หรือ Open-Air Cinema มีที่มาที่ไปไม่ชัดเจนเท่าไรนัก แม้แต่ในปัจจุบัน เรื่องนี้ก็ยังคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอยู่ด้วยซ้ำว่าเริ่มต้นขึ้นที่ประเทศไหน
แต่ถ้ายึดตาม Guinness World Records แล้ว โรงหนังกลางแจ้งที่เก่าแก่ที่สุดที่มีการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการนั้นคือโรงภาพยนตร์ Sun Picture Garden อยู่ที่เมืองบรูม ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเริ่มให้บริการตั้งแต่ปี 1916 หรือประมาณ 20 ปีหลังจากที่พี่น้อง Lumière ได้ประดิษฐ์ภาพเคลื่อนไหวที่เรียกว่า Cinematography ขึ้นในปี 1895
แต่โรงหนังกลางแจ้ง Sun Picture Garden ก็พบกับปัญหาและอุปสรรคมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาน้ำท่วมขณะที่ภาพยนตร์กำลังฉาย จนมีคนกล่าวว่าจับปลาได้ตอนดูหนัง หรือเกิดปัญหาการแบ่งแยกที่นั่งตามเชื้อชาติ ที่นำไปสู่การคว่ำบาตรเพื่อตอบโต้ในประเด็นนี้
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 1920 เป็นต้นมา เทรนด์ของโรงภาพยนตร์กลางแจ้งได้แพร่หลายในประเทศใหญ่ ๆ หลายประเทศ รวมถึงในสหรัฐอเมริกาด้วย กระทั่งในปี 1933 โรงภาพยนตร์กลางแจ้งก็มีวิวัฒนาการมากขึ้น คือเริ่มมีการให้คนขับรถเข้าไปชม หรือที่เรียกว่า Drive-in Movie Theater โดยเริ่มให้บริการเป็นครั้งแรกในนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา ก่อนจะได้รับความนิยมและขยายไปทั่วสหรัฐฯ และประเทศอื่น ๆ ด้วย
หนังกลางแปลงในไทย
ย้อนกลับไปในสมัยรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว “ภาพยนตร์” เริ่มเข้ามาสู่ประเทศไทยเป็นครั้งแรกในปี 1897 โดยคณะละครเร่ของฝรั่งที่มีชื่อว่า S.G. Marchovsky ซึ่งฉายภาพยนตร์ฝรั่งสู่สายตาสาธารณชนชาวสยามเป็นครั้งแรกที่โรงละครหม่อมเจ้าอลังการ โดยมีการลงโฆษณาโปรแกรมการฉายภาพยนตร์อย่างเอิกเกริกทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษในหนังสือพิมพ์รายวัน Bangkok Times
โดยลักษณะของการฉาย เป็นการฉายในสถานที่ปิดในโรงละครที่ก่อสร้างด้วยไม้ ที่นั่งดูชั้นสูงสุดทำเป็นที่กั้นคอก (Box) ส่วนที่นั่งชั้นต่ำสุดเป็นที่นั่งม้ายาวเป็นแถว มีการขายเครื่องดื่มและขนมระหว่างชมภาพยนตร์ ซึ่งมหรสพประเภทใหม่นี้ได้รับความสนใจจากชาวพระนครเป็นอย่างมาก แค่ในคืนแรกก็มีผู้ชมกว่า 600 คน
ความนิยมดูหนังของชาวพระนครเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สถานที่ปิดที่ใช้ฉายภาพยนตร์จึงไม่เพียงพออีกต่อไป ทำให้คณะหนังเร่เริ่มปรับและดัดแปลงรูปแบบการฉายให้คนดูเข้าถึงได้มากขึ้น จนนำมาสู่การฉายหนังในที่โล่งแจ้ง หรือหนังกลางแปลงในสยามนั่นเอง
หนังกลางแปลงเริ่มฉายในไทยครั้งแรกในงานเปิดพระบรมรูปทรงม้า ในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งหนังกลางแปลงในยุคนั้นมักเป็นภาพข่าว เช่น บันทึกเหตุการณ์พระราชกรณียกิจ อุบัติการณ์สำคัญ และกิจกรรมของหน่วยราชการ
ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งเป็นยุคกำเนิดกิจการเสือป่า และมักมีการจัดชุมนุมกิจการเสือป่า จึงมีการจัดฉายหนังกลางแปลงให้บรรดาเสือป่าได้ชม หลังจากนั้นเป็นต้นมาหนังกลางแปลงก็ได้รับความนิยมมากขึ้น
หนังกลางแปลงเริ่มเฟื่องฟูขึ้นในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่สหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตกลายเป็น 2 ประเทศมหาอำนาจที่มีชุดอุดมการณ์ที่แตกต่างกัน และแต่ละฝั่งก็พยายามแผ่ขยายอิทธิพลของตนเข้าสู่ประเทศต่าง ๆ ผ่านวิธีการหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความช่วยเหลือและการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและการทหาร ส่งผลให้หนังกลางแปลงกลายเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ภาครัฐและเอกชนใช้เพื่อประชาสัมพันธ์ตนเอง
แต่ยุคทองที่หนังกลางแปลงเฟื่องฟูสุดขีดในไทยจริง ๆ อยู่ที่ประมาณช่วงปี 1987 เนื่องจากช่วงนั้นภาพยนตร์ไทยถูกผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก ในกรุงเทพฯ มีการสร้างโรงหนังออกมารองรับมากมาย ส่วนในต่างจังหวัด หนังกลางแปลงได้แพร่ขยายเข้าสู่หลายพื้นที่ แทบทุกอำเภอ แทบทุกจังหวัดของไทย
ความนิยมที่พุ่งขึ้นต่อเนื่อง ทำให้หนังกลางแปลงกลายเป็นสิ่งที่มีบทบาทเชื่อมโยงกับสังคมไทยมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การเป็นแหล่งรับชมมหรสพที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย เป็นกิจกรรมความบันเทิงแบบเคลื่อนที่ย้ายไปทุกชุมชนได้ เป็นพื้นที่โฆษณาสินค้าแลกเปลี่ยนกับการฉายหนัง ทั้งยังขยายมาเป็นมหรสพประจำงานบุญ งานวัด งานบวช งานแก้บน หรือแม้กระทั่งงานศพก็ยังมีหนังกลางแปลงฉาย
ถึงคราวหมดยุค
แต่หลังจากนั้น หนังกลางแปลงก็ค่อย ๆ ได้รับความนิยมน้อยลงเรื่อย ๆ สาเหตุก็มาจากหลายประการด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนเข้าสู่ยุคดิจิทัล ที่ทำให้วงการหนังเริ่มผลิตภาพยนตร์ด้วยระบบดิจิทัลแทนแผ่นฟิล์ม ซึ่งส่งผลให้ผู้ประกอบกิจการหนังกลางแปลงไม่สามารถหาฟิล์มภาพยนตร์เรื่องใหม่ ๆ หรือหนังที่อยู่ในกระแสมาฉายได้ตามความต้องการของเจ้าภาพ เพราะการนำหนังในระบบดิจิทัลออกมาฉายในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์งานภาพยนตร์
เทคโนโลยีของโรงหนังที่พัฒนามากขึ้นก็ส่งผลกระทบต่อหนังกลางแปลงด้วย โดยปฏิเสธไม่ได้ว่า โรงหนังรายใหญ่ ต่างก็เร่งพัฒนาเทคโนโลยีการฉายหนังให้ดีกว่าเดิม เช่น 3D, 4D, ระบบเสียงรอบทิศทาง ฯลฯ อรรถรสและบรรยากาศเหล่านี้ก็เป็นอะไรที่หนังกลางแปลงไม่สามารถพัฒนาเข้ามาสู้ได้
ปัจจัยอื่น ๆ ยังมาจากเทรนด์ความนิยมสื่อบันเทิงในบ้านที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เช่น วีซีดี ดีวีดี เคเบิลทีวี ดิจิทัลทีวี และอินเทอร์เน็ต ที่ราคาไม่แพง เข้าถึงง่าย มีวางจำหน่ายหรือมีให้ดาวน์โหลดในเวลาใกล้เคียงกับการฉาย ทำให้สื่อรูปแบบนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในยุคหลัง
ขณะที่ความนิยมหนังกลางแปลงลดน้อยถอยลงจนเรียกได้ว่ายุคของมหรสพประเภทนี้แทบจะปิดฉากลงอย่างถาวร กิจการหนังกลางแปลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่ราย อาชีพที่เกี่ยวกับหนังอย่างนักพากย์หนังก็ไม่มีเหลืออีกแล้ว
จนกระทั่งการระบาดของโควิด-19 มาเยือนโลก “หนังกลางแปลง” กลับกลายเริ่มเป็นกิจกรรมที่ผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจขึ้นมาอีกครั้ง
มหรสพที่กำลังกลับมามีชีวิต
การระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ทั่วโลกต้องอยู่ในสภาพใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง เว้นระยะห่างเพื่อป้องกันความเสี่ยงในการติดเชื้อ หลายสถานที่โดยเฉพาะสถานที่ปิดต้องงดให้บริการ ซึ่งรวมไปถึงโรงภาพยนตร์ด้วย
นั่นทำให้โรงภาพยนตร์หลายแห่งทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส รัสเซีย สหราชอาณาจักร ฯลฯ รวมถึงประเทศไทย นำไอเดียการดูหนังแบบ Drive-in หรือการที่ให้ผู้ชมขับรถเข้าไปดูหนังในโรงหนังที่ตั้งอยู่กลางแจ้งมาให้บริการ เพื่อตอบรับความต้องการของผู้คนที่อยากจะออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านหลังจากอุดอู้อยู่ในบ้านเพราะโควิด-19 มานาน และเพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์ด้วย
และนี่ก็เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นที่ทำให้การดูหนังในที่โล่งแจ้งเริ่มกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงโรงหนังแบบ Drive-in แต่รวมไปถึง “หนังกลางแปลง” ด้วย
ในปัจจุบัน หลาย ๆ เมืองทั่วโลก (ทั้งภาครัฐและเอกชน) เลือกหยิบมหรสพอย่างหนังกลางแปลงมาจัดฉายในที่สาธารณะให้ประชาชนได้เข้าชม ไม่ว่าจะเป็น ลอนดอน เบอร์ลิน เวียนนา ซิดนีย์ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ที่จัดกิจกรรม “กรุงเทพกลางแปลง” เทศกาลที่ฉายหนังกลางแปลงทั่วกรุงตลอดเดือนกรกฎาคม ตามนโยบาย 12 เทศกาลตลอดปีทั่วกรุงเทพฯ ของผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ เพื่อกระตุ้นให้ชาวกรุงได้ออกมาใช้ชีวิต และกระตุ้นเศรษฐกิจนั่นเอง
ซึ่งก็ได้รับการตอบรับดีมาก บรรยากาศของกรุงเทพฯ ตลอดเสาร์-อาทิตย์ในช่วงนี้เต็มไปด้วยความครึกครื้น ผู้คนออกมาสนุกไปกับการดูหนัง ชิมของอร่อยที่มาขายในงาน และยังได้พบปะกับศิลปินนักแสดงจากภาพยนตร์ ที่ทำให้หลายคนได้คิดถึงวันเก่า ๆ ที่ดูหนังเรื่องนี้เป็นครั้งแรก
และแม้ไม่รู้ว่าเทรนด์นี้จะอยู่ไปอีกนานแค่ไหน จะต่อลมหายใจให้หนังกลางแปลงได้เหมือนกับที่กล้องฟิล์ม แผ่นเสียง หรือเทป ทำได้หรือเปล่า แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้ ‘หนังกลางแปลง’ ก็เป็นกิจกรรมที่มอบความสุข ความอิ่มเอมให้ใครหลายคนไปแล้วอย่างแน่นอน
ที่มา : บทความ “History of the drive-in and open-air cinema” จาก openaircinema.blog
บทความ “History of Open Air Cinema” โดย จาก smartdigital.com.au
บทความ “Sun Picture Gardens – The Oldest Open-Air Cinema in the World” โดย Liam Klenk-TAL Official จาก theatreartlife.com
บทความ “หนังกลางแปลง มหรสพยามค่ำคืน” โดย ผจงรักษ์ ซำเจริญ จาก silpa-mag.com
รายงาน “พัฒนาการหนังกลางแปลง และแนวทางการบริหารจัดการ กรณีศึกษา กาเหว่าภาพยนตร์ และท่าพระภาพยนตร์ พ.ศ. 2530 - 2559” โดย งามนิส เขมาชฎากร จาก so06.tci-thaijo.org
บทความ “หนังกลางแปลง : จากข่าวราชการ สู่หนังขายยา หนังล้อมผ้า และมหรสพประจำงานบุญของไทย” จาก sarakadeelite.com
เรื่อง : ณฐมน ธนาตระกูล