โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ความรักคือ..." 6 นิยามความรักจากเพลงฮิต!

Dek-D.com

เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2565 เวลา 12.01 น. • DEK-D.com
6 นิยามเกี่ยวกับความรักจากบทเพลงที่คนมักจะใช้บรรยายถึงความรักของตัวเอง

Spoil

  • รวบรวม 6 นิยามฮิตที่คนมักจะใช้พูดถึงความรักของตัวเอง
  • แนะนำเพลงที่ให้นิยามความรักไว้ได้อย่างน่าสนใจ

สวัสดีค่ะน้องๆ ชาวDek-D.comทุกคน พี่ป่านคิดว่าหลายๆ คนต้องเคยมีประสบการณ์ความรักกันมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบเพื่อน คนรัก หรือความรักในครอบครัวก็ตาม และแต่ละคนก็มีมุมมองเกี่ยวกับความรักต่างกันออกไปตามสิ่งที่เจอ ซึ่งแน่นอนว่าแค่คำไม่กี่คำนั้นไม่สามารถจะให้นิยามความรักที่ครอบคลุมความรู้สึกของทุกคนไว้ได้ แต่วันนี้พี่ป่านก็ขอรวบรวม 6 วลีฮิตๆ ที่คนนิยมนำมาใช้นิยามความรักของตัวเองมาให้ทุกคนอ่านกันนะคะ ลองมาดูกันเลยว่าความรักของทุกคนเป็นแบบนี้เหมือนกันไหม!

ความรักก็เหมือนวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ

การพูดว่า "ความรักเป็นเหมือนวันแรกแห่งฤดูใบไม้ผลิ" คือการบอกว่าความรักครั้งนี้ทำให้รู้สึกว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยดีและน่าตื่นเต้น รู้สึกอบอุ่นหัวใจ เวลาเดินไปไหนก็โลกสีชมพู ได้ยินเสียงนกกำลังร้องเพลงตลอดทาง มองขึ้นไปบนท้องฟ้าก็เห็นพระอาทิตย์กำลังส่องแสงอบอุ่น เพราะฤดูใบไม้ผลิมักเกี่ยวข้องกับความรู้สึกด้านบวกและความสดใส ตรงข้ามกับฤดูหนาวที่มักจะเป็นคำอุปมาสำหรับวันแย่ๆ นั่นเองค่ะ

เพลง"Spring is gone by Chance"โดย Yuju ft. Loco เป็นตัวอย่างของเรื่องราวที่บรรยายว่าการมีความรักที่เหมือนกับฤดูใบไม้ผลิได้อย่างเข้าใจง่ายและชวนให้อินไปด้วยง่ายๆ เลย เพราะฟังแล้วรู้สึกโลกสดใสตามเลยละค่ะ ซึ่งเนื้อเพลงท่อนหนึ่งได้บอกไว้ว่า “พอได้เจอเธอก็เหมือนว่าฤดูหนาวได้ผ่านพ้นไป เพราะเธอมาพร้อมกับฤดูใบไม้ผลิที่ทำให้หัวใจรู้สึกอบอุ่น”พอได้อ่านแบบนี้แล้ว พี่ป่านก็แอบอยากรู้บ้างเหมือนกันนะคะเนี่ยว่าความรักที่เหมือนวันแรกของฤดูใบไม้ผลิมันเป็นยังไง

ความรักคือการเดินทาง

ก่อนที่เราจะได้รู้จักว่าการเดินทางเป็นยังไง เราไม่รู้ว่าจะได้เจอกับอะไรบ้างนั้นก็ได้แต่เคยฟังจากคนอื่น ก็เหมือนความรักในตอนที่เรายังไม่เคยได้สัมผัสความรู้สึกนั้นเอง ก็จะไม่รู้ว่าเป็นยังไง จนได้ออกเดินทางด้วยตัวเองถึงจะรับรู้ได้ การเปรียบความรักคือการเดินทางก็หมายถึงคือความรักลึกซึ้งในระยะยาว และมีเพื่อนร่วมเดินทางอยู่เคียงข้างตลอดเวลา ในระหว่างการเดินทางก็ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เรียนรู้กันและกันไปด้วย

อย่างในเพลงดังอย่าง “การเดินทาง” ของชาติ สุชาติเองก็ได้เปรียบความรักกับการเดินทาง ว่าบทเรียนต่างๆ ที่ได้จากการเดินทางด้วยกันทำให้เติบโตขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น อย่างที่ร้องว่า “การเดินทางของฉันและเธอคือการเรียนรู้ การเรียนรู้ของเราสองคนคือความเข้าใจ”

ความรักก็เหมือนการเล่นเกมกระดานหก

เกมกระดานหก คือ เครื่องเล่นที่มีไม้กระดาน 1 แผ่นวางขวางบนคานเตี้ยๆ โดยที่คานจะอยู่ตรงกล่งของไม้ ทำให้ปลายสองด้านโยกขึ้นลงได้ การเปรียบความรักเป็นการอยู่บนไม้กระดานหกก็หมายถึง ความสัมพันธ์ในช่วงแรกที่กำลังสนุก รักกันสุดๆ ไม่ได้สนใจอะไรมากมาย แต่พอเวลาผ่านไปก็รู้สึกได้ว่า มีคนหนึ่งที่รู้สึกกับอีกคนมากกว่า ในช่วงแรกฝ่ายหนึ่งอาจจะกำลังรักสุดๆ แต่อีกฝั่งยังอยู่ในจุดที่ต่ำกว่า แล้วต่อมาก็สลับกัน คนที่เคยขึ้นอยู่สูงก็ลดลงมา ในขณะที่ความรักของอีกคนก็ขึ้นไปถึงจุดสูงสุดแล้วซะงั้น เหมือนกับการเล่นเกมกระดานหกที่ไม่มีจุดตรงกลางที่พอดีกันได้เลย

อย่างเพลง "Trivia 轉 : Seesaw" ของศิลปิน SUGA จากวง BTS ได้บอกไว้ว่าการเล่นเกมกระดานหกกันก็เหมือนกับความรัก ตรงที่ช่วงแรกที่ต่างคนก็ต่างแข่งกันบอกรัก ว่าใครรักอีกฝ่ายมากกว่า เป็นช่วงที่มีความสุขไปหมด ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็หัวเราะไปด้วยกันได้ แต่พอเล่นกันไปสักพักก็เริ่มเหนื่อยและรู้สึกไม่สนุกแล้ว เริ่มทะเลาะกัน และเอาแต่โทษกันว่าฝ่ายไหนเบากว่า ฝ่ายไหนหนักกว่าในที่สุดก็ระลึกขึ้นมาได้ว่าเกมไม้กระดานนี้มันไม่มีจุดที่สมดุลกันตั้งแต่แรกแล้ว ได้แต่สลับกันขึ้นลงอยู่แบบนั้นจนกว่าจะมีใครสักคนยอมเดินลงมาจากไม้กระดานนี้ก่อน ซึ่งก็หมายถึงการเลิกกันนั่นเองค่ะ

ความรักคือยา

ความคิดที่ว่าความรักก็เหมือนยา หมายถึง ความรักดีๆ นั้นสามารถช่วยเยียวยาจิตใจที่ห่อเหี่ยว เจ็บช้ำ ให้กลับมาสดใสและหายดีได้ แต่ก็มีหลายคนที่เปรียบว่าความรักเหมือนยาเสพติดที่ทำให้มัวเมา หลงอย่างหน้ามืดตามัวได้เหมือนกัน อย่างเช่นเพลง Painkiller ของหนุ่ม Ruel ที่ร้องว่า

“Cause you're my painkiller

When my brain gets bitter

You keep me close

When I've been miserable”

ซึ่งมีความหมายว่า“เธอคือยาแก้ปวดของฉัน เธอคอยอยู่ใกล้ๆ ทำให้ฉันดีขึ้นในตอนที่รู้สึกแย่”แต่ในที่นี้ ความหมายจริงๆ ของ painkiller หรือ ยาแก้ปวด สำหรับหนุ่ม Ruel ก็คือบ้านและครอบครัวนะคะ เจ้าตัวได้บอกไว้ว่าเวลาอยู่ไกลๆ จะคิดถึงครอบครัวมาก พอได้กลับมาบ้านก็สบายใจ แต่ถึงอย่างนั้นก็สามารถเอามาเปรียบเทียบกับความรักและความสัมพันธ์ได้เหมือนกันค่ะ

ความรักก็เหมือนการเล่นเกม

“ความรักก็เหมือนเกมกด พอแบตหมดก็จบเกม”ไม่รู้ว่ามีใครเคยได้ยินกันหรือเปล่า แต่ประโยคนี้ที่พี่ป่านยกมาก็ถือว่าคมใช้ได้เลยนะคะ เพราะเป็นการเปรียบเทียบความสัมพันธ์กับเกม ความรู้สึกคือแบตเตอรี่ พอแบตหมดก็จบเกมหมายถึงพอความรักหมด สุดท้ายแล้วก็ต้องเลิกรากันไป และการเล่นเกมนั้นก็มีทั้งคนแพ้ คนชนะ คนที่เสมอกัน และคนที่โกง ก็เหมือนกับความรักที่มีทั้งคนที่ถูกเลือก คนที่ไม่ได้ถูกเลือก คนที่ใจตรงกัน และการโกงก็เทียบกับการนอกใจนั่นเองค่ะ

ยกตัวอย่างเพลง “long story short” ของศิลปิน Taylor Swift เทย์เลอร์เริ่มเล่าด้วยการบอกว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในสงคราม ต้องคอยต่อสู้และทำแต้มตลอด เปรียบเทียบกับความรักที่ต้องพยายามทำให้อีกฝ่ายพอใจ แต่ก็ทะเลาะกันบ่อยๆ ไม่ได้รักกันอย่างสบายใจ เมื่อเวลาผ่านไปก็หนีออกมาจากตรงนั้นได้

“When I dropped my sword

I threw it in the bushes and knocked on your door

And we live in peace”

“เมื่อฉันปล่อยดาบลง ฉันก็โยนมันทิ้งไปในพุ่มไม้และเคาะประตูบ้านเธอ แล้วเราก็อยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข”การทิ้งดาบก็คือการทิ้งความสัมพันธ์แย่ๆ ไป และได้เจอคนที่ทำให้รู้สึกสบายใจแล้ว และท่อน“No more keeping score now, I just keep you warm”แปลว่า จากนี้ไม่ต้องคอยทำคะแนนอีกแล้ว ตอนนี้ก็แค่ให้ความอบอุ่นแก่เธอเท่านั้น หมายความว่า หลังจากเจอคนที่ใช่แล้ว ก็ไม่ต้องฝืนตัวทำอะไรเพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกพอใจทั้งที่ตัวเองต้องเจ็บปวดอีกแล้วค่ะ

ความรักคือไฟ

เคยได้ยินกันอยู่บ่อยๆ เลยใช่ไหมละคะว่าความรักคือไฟ เพราะความรักมักเกี่ยวข้องกับความร้อนและไฟ เนื่องจากมันทำให้เกิดความรู้สึกของความหลงใหล ถ้าเรารักกัน เราอาจจะรู้สึกว่ามีไฟลุกโชนอยู่ภายในตัว และคำอุปมาเกี่ยวกับความรักอีกอย่างหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับไฟคือ "ความปรารถนาที่ลุกโชน" ซึ่งหมายถึงความรู้สึกสุดแรงกล้าที่เราต้องการที่จะอยู่กับใครสักคนที่เรารักนั่นเองค่ะ

“It’s dangerous, to fall in love. But I wanna burn with you tonight”การตกหลุมรักมันอันตราย แต่ฉันอยากจะลุกเป็นไฟไปกับคุณในคืนนี้ คือท่อนแรกของเพลง"Fire Meet Gasoline"จากศิลปิน Sia และ Heidi Klum ซึ่งเป็นเพลงที่พูดถึงความปรารถนา ความหลงใหล และความเจ็บปวดจากการอยากอยู่ใกล้คนที่รัก Sia ได้บอกว่า การยอมเสี่ยงทำทุกอย่างเพื่อความรักอาจจะอันตราย แต่ก็คุ้มค่า

นอกจากนี้ ความรักเองก็เหมือนไฟตรงที่หากมีน้อยเกินไป ห่างไกลกันเกินไป ก็จะทำให้เรารู้สึกหนาวและโดดเดี่ยวได้ แต่กลับกัน ถ้าเข้าใกล้ไฟมากเกินไปก็สามารถแผดเผาใจเราทำให้เจ็บปวดได้เหมือนกันค่ะ เพราะธาตุไฟคือความร้อนแรง พร้อมแผดเผาทุกสิ่งค่ะ-

เป็นยังไงกันบ้างคะกับ 6 นิยามที่พี่ป่านยกมา แต่ว่านี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งในหลายนิยามเท่านั้น เพราะว่าความคิดและความรักของคนเรามันซับซ้อนเกินกว่าจะถูกนิยามไว้เพียงแค่นี้ แต่ละคนเองก็มีมุมมองเกี่ยวกับความรักที่แตกต่างกัน มีเรื่องราวที่ประสบพบเจอมาไม่เหมือนกันใช่ไหมละคะ แล้วเพื่อนๆ คิดว่าความรักของตัวเองเหมือนกับอะไรกันบ้างคะ?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...