โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมสุขภาพจิต เร่งดูแลพัฒนาการเด็กปฐมวัยในพื้นที่ทุรกันดาร ย้ำ สามารถพลิกกลับมาสมวัยใกล้เคียงเด็กในพื้นที่ปกติได้

สวพ.FM91

อัพเดต 17 พ.ค. 2565 เวลา 22.19 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. 2565 เวลา 22.08 น.

(17 พฤษภาคม 2565) แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวภายหลังเข้าร่วมรับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนโรงงานยาสูบ 2 หมู่ที่ 3 บ้านสะป๋อง ตำบลปะแต อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ว่า เด็กปฐมวัยในพื้นที่ทุรกันดารโดยเฉพาะบริเวณชายแดน เป็นกลุ่มขาดแคลนที่เสี่ยงต่อปัญหาขาดสารอาหารและนำมาซึ่งปัญหาพัฒนาการล่าช้า กรมสุขภาพจิตทำการสำรวจปัญหาพัฒนาการเด็กในพื้นที่ทุรกันดาร ในช่วงปี 2560 พบเด็กปฐมวัยมีปัญหาพัฒนาการล่าช้าประมาณ 70% เมื่อเทียบกับพัฒนาการเด็กปฐมวัยในพื้นที่ปกติที่พบประมาณ 30% ในช่วงปี 2560-2563 กรมสุขภาพจิตจึงพัฒนาโครงการส่งเสริมพัฒนาการเด็กในพื้นที่ทุรกันดาร ทำกลุ่มกิจกรรมกับผู้ปกครองและเด็กปฐมวัย (Preschool Parenting Program; Triple-P) เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเลี้ยงดู ให้พ่อแม่ผู้ปกครองมีทักษะการส่งเสริมพัฒนาการและอีคิวของเด็ก ให้เด็กเป็นเด็ก “เก่ง ดี มีความสุข" ผลลัพธ์ในพื้นที่ต้นแบบพบปัญหาพัฒนาการล่าช้าลดลงจาก 70% เหลือต่ำกว่า 30% กรมสุขภาพจิตจึงขยายผลโมเดล เพื่อสนองพระราชกระแส สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้ครอบคลุมโรงเรียนในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารภายในปี 2569 โดยในปีการศึกษา 2564 กำหนดพื้นที่เป้าหมาย 88 โรงเรียน 2,640 ครอบครัว ใน 32 จังหวัด

แพทย์หญิงวิมลรัตน์ วันเพ็ญ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้จะอยู่ในช่วงการระบาดจากสถานการณ์โควิด-19 แต่พัฒนาการเด็กเป็นเรื่องรอช้าไม่ได้ เพราะโอกาสทองของการพัฒนาสมองเด็กอยู่ในช่วง 6 ปีแรก การระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ต้องจำกัดกิจกรรมทางสังคม ทำให้พัฒนาการเด็กปฐมวัยถดถอยลง และส่งผลต่อระดับสติปัญญาในระยะยาว กรมสุขภาพจิตจึงร่วมกับหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เร่งดูแลพัฒนาการเด็กปฐมวัยผ่านการทำกลุ่มกิจกรรมกับผู้ปกครอง ผลพบว่า พัฒนาการเด็กปฐมวัยเพิ่มขึ้นจาก 30% เป็น 50% อีคิวและทักษะการเลี้ยงดูเด็กของผู้ปกครองดีขึ้นชัดเจน สอดคล้องกับผลการสำรวจไอคิวเด็กในโรงเรียน ตชด. ที่พบว่า ไอคิวเฉลี่ยของเด็ก ป.1 ในโรงเรียนสังกัด ตชด. เพิ่มขึ้นจาก 88.18 ในปี 2559 เป็น 97.12 ในปี 2564 เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 8.94 จุด สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศที่เพิ่มขึ้น 4.55 จุด และยังสอดคล้องกับสถานการณ์ไอโอดีนในประเทศไทยที่มีแนวโน้มดีขึ้นในหลายจังหวัด ซึ่งช่วยหนุนเสริมให้ไอคิวของเด็กไทย โดยเฉพาะในพื้นที่โรงเรียน ตชด. ดีขึ้นตามลำดับ ในปีการศึกษา 2565 นี้ กรมสุขภาพจิตร่วมกับกรมอนามัยและหน่วยงานด้านสาธารณสุข วางแผนขยายผลการดำเนินงานเพิ่มเติมอีก 89 โรงเรียน ให้ครอบคลุมทั้ง 50 จังหวัดในพื้นที่โครงการ เพื่อสนองพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้เด็กปฐมวัยในพื้นที่ทุรกันดารได้รับการส่งเสริมพัฒนาการและกลับมามีพัฒนาการสมวัยมากที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...