โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

อยากให้ลูกมี EF : รู้จัก Executive Functions และ 5 พฤติกรรมของคุณพ่อคุณแม่ที่ทำให้ลูกกลายเป็นเด็ก EF ต่ำ

Mood of the Motherhood

อัพเดต 27 ต.ค. 2565 เวลา 15.29 น. • เผยแพร่ 27 ต.ค. 2565 เวลา 15.29 น. • Features

Executive Functions (EF) คือทักษะทางความคิด หรือกระบวนการทางความคิดที่เกี่ยวข้องกับการคิด ความรู้สึก และการกระทำ เช่น การควบคุมอารมณ์ การตั้งเป้าหมาย การยับยั้งชั่งใจ การวางแผน ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นต่อทั้งความสำเร็จในการเรียน การทำงาน รวมทั้งการมีชีวิตครอบครัวเวลาที่คุณพ่อคุณแม่เห็นลูกร้องไห้โวยวาย ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ หรือขาดความยับยั้งชั่งใจ เห็นอะไรก็อยากได้ไปหมด แล้วคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่สามารถทำให้ลูกระงับอารมณ์ของตัวเองได้ นั่นคือพฤติกรรมที่แสดงถึงความเป็นเด็ก EF ต่ำ และจัดการความคิดตัวเองไม่ได้จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่คุณพ่อคุณแม่รุ่นใหม่ อยากให้ลูกมี EF เพราะนักวิชาการระดับโลกต่างให้ความเห็นว่า การมี EF นั้น สำคัญกว่า IQ (Intelligence Quotient) ด้วยซ้ำExecutive Functions ประกอบด้วยทักษะ 9 ด้าน ได้แก่1. Working Memory การจดจำและเรียกใช้ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ2. Inhibitory Control การยั้งคิด และความสามารถในการควบคุมความต้องการของตนเองให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม3. Cognitive Flexibility การยืดหยุ่นความคิด สามารถปรับเปลี่ยนหรือพลิกแพลงความคิดให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้4. Attention การจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่วอกแวก5. Emotional Control การควบคุมอารมณ์6. Planning and Organizing การวางแผนและการจัดระบบ7. Self-Monitoring การรู้จักประเมินตนเอง8. Initiating การริเริ่มและลงมือทำด้วยตนเอง9. Goal-Directed Persistence ความพากเพียรมุ่งสู่เป้าหมาย พร้อมฟันฝ่าอุปสรรคทั้งนี้ งานวิจัยเผยว่า ช่วงวัย 3-6 ปี หรือช่วงก่อนวัยเรียน เป็นช่วงเวลาที่สมองจะมีการพัฒนาทักษะ EF ได้ดีที่สุด และพฤติกรรมการเลี้ยงดูของคุณพ่อคุณแม่มีความสำคัญต่อการพัฒนาทักษะ EF ของลูกเป็นอย่างมากหากคุณพ่อคุณแม่กำลังสงสัยว่าพฤติกรรมและการเลี้ยงดูของตัวเองมีส่วนทำให้ลูกขาดทักษะ EF อยู่หรือไม่ M.O.M มีคำตอบค่ะ1. พ่อแม่ไม่รับฟังความคิดเห็นลูก

การเปิดโอกาสให้ลูกได้แสดงความคิดเห็นเป็นการส่งเสริมกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ หากคุณพ่อคุณแม่ไม่เปิดใจรับฟังความคิดเห็นและเหตุผลของลูก ก็จะทำให้ลูกเป็นเด็กขาดความมั่นใจในตัวเอง ขาดทักษะการคิดวิเคราะห์และการวางแผนสิ่งที่ควรทำก็คือ พยายามรับฟัง แม้บางครั้งคุณพ่อคุณแม่อาจจะไม่เห็นด้วยกับความคิดเห็นของลูก แต่การตอบกลับเชิงตั้งคำถามหรือให้คำแนะนำแทนการปฏิเสธหรือตำหนิทันที ก็เป็นเรื่องที่ดีกว่า เช่น ลูกขอเปลี่ยนเมนูผัก เป็นอาหารอื่น แทนที่คุณพ่อคุณแม่จะปฏิเสธ ลองเปลี่ยนเป็นอธิบายถึงประโยชน์ของผัก แล้วจึงหาข้อสรุปร่วมกัน ด้วยการปรับเมนูผักให้รสชาติดี กินง่าย หรือต่อรองลดเมนูผักลง เหลือแค่วันละหนึ่งมื้อเท่านั้น2. พ่อแม่ขี้โมโห

การสร้างสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้อบอุ่น ไม่เป็นพิษต่อลูกจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาทักษะ EF ของลูกได้เป็นอย่างดี ลองสังเกตว่า หากคุณพ่อคุณแม่แสดงอารมณ์เชิงลบให้ลูกเห็นบ่อยๆ แม้จะไม่ได้ตั้งใจส่งอารมณ์ร้ายกับลูกโดยตรง แต่อารมณ์ของคุณพ่อคุณแม่ก็จะส่งผลให้ลูกเกิดความเครียด และมีความสามารถในการควบคุมอารมณ์ของตัวเองต่ำลงได้ เพราะการซึมซึบพฤติกรรมมาจากคุณพ่อคุณแม่นั่นเอง3. พ่อแม่ขี้กลัว

ความกลัวของคุณพ่อคุณแม่มักเกิดจากความระแวดระวังและความเป็นห่วงลูกมากเกินไป ทำให้ไม่กล้าเปิดโอกาสให้ลูกได้ลองทำสิ่งใหม่ๆ เพราะไม่อยากให้ลูกต้องเผชิญกับความผิดหวังเสียใจ แต่การปกป้องลูกจากความผิดพลาดมากเกินไป ในอีกด้านก็เหมือนการปิดกั้นลูกจากการเรียนรู้ ทำให้ลูกขาดทักษะการแก้ปัญหา ขาดความยืดหยุ่นทางความคิด ไม่สามารถปรับเปลี่ยนความคิดตามสถานการณ์ และกลัวที่จะต้องรับมือกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตเช่นกัน4. พ่อแม่ชอบตามใจลูก

คุณพ่อคุณแม่ต่างก็อยากหยิบยื่นสิ่งดีๆ และทำให้ลูกมีความสุข แต่การตามใจลูกโดยไม่คำนึงถึงเหตุผล กลับกลายเป็นการทำร้ายลูกทางอ้อม ทำให้ลูกกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจ ขาดทักษะการอยู่ร่วมกับผู้อื่น เพราะเคยชินกับการเป็นที่สนใจของคุณพ่อคุณแม่ จนมองข้ามการรับฟังความคิดเห็นและความต้องการของคนรอบข้าง5. พ่อแม่ยุ่งกับงาน จนไม่มีเวลาให้ลูก

การใช้เวลาคุณภาพกับลูกเป็นสิ่งสำคัญต่อการพัฒนากระบวนการทางความคิดอย่างเป็นระบบของลูก เพราะการพัฒนาทักษะการคิดของลูกวัยก่อนเรียนมักเกิดขึ้นจากการตอบโต้และการทำกิจกรรมร่วมกับคุณพ่อคุณแม่ หากคุณพ่อคุณแม่ไม่แบ่งเวลา หรือไม่เคยมีเวลาที่มีคุณภาพกับลูก อาจทำให้ลูกเสียโอกาสการฝึกฝนความคิดและขาดทักษะการเข้าสังคมได้ คุณพ่อคุณแม่ควรหาเวลาพูดคุยและทำกิจกรรมร่วมกันกับลูก เช่น เล่นเกมคำใบ้จากภาพ เกมต่อบล็อกเรขาคณิต นอกจากจะช่วยให้ลูกได้ฝึกใช้ความคิด เรียนรู้วิธีแก้ไขปัญหา และยังเป็นการส่งเสริมสมาธิให้ลูกอีกด้วยอ้างอิงBangkok HospitalBeyond BooksmartHarvard University

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...