โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดพิมพ์เขียว 9 มิติ 200 นโยบาย "ชัชชาติ" ว่าที่ผู้ว่า กทม.คนที่ 17

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 พ.ค. 2565 เวลา 16.12 น. • เผยแพร่ 22 พ.ค. 2565 เวลา 14.02 น.

กางพิมพ์เขียว 9 มิติ 200 นโยบายของ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ว่าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนที่ 17

วันที่ 22 พฤษภาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 20.45 น. การนับคะแนนของผู้รับสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระเบอร์ 8 มีคะแนนนำขาดลอยเตรียมตัวเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนที่ 17 ต่อไป

“ประชาชาติธุรกิจ” สรุปนโยบายนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ซึ่งชูสโลแกน “ทำกรุงเทพให้เป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน” ผ่านนโยบาย 9 มิติ 200 นโยบาย ดังนี้

“มิติที่ 1 สิ่งแวดล้อมดี” มีตัวอย่างนโยบายเด่น ๆ ได้แก่

1. นโยบายดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่ปล่อยมลพิษ โดยมีรายละเอียดนโยบายดังต่อไปนี้ จากนโยบาย ‘นักสืบฝุ่น’ และ ‘การตรวจสอบมลพิษในโรงงาน’ จะทำให้ กทม.ตรวจสอบพบผู้กระทำความผิดปล่อยมลพิษเกินค่ามาตรฐานได้

ดังนั้น กทม.จะดำเนินมาตรการจากเบาไปหาหนักเพื่อให้ผู้ประกอบการต่างๆ ลดการปล่อยมลพิษให้มาอยู่ในระดับที่มาตรฐานกำหนด เช่น การตักเตือนและกำหนดแนวทางร่วมกันในการแก้ไขปัญหา (มาตรการเบา) การสั่งให้หยุดประกอบกิจการ การก่อสร้าง หรือเพิกถอนใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง (มาตรการหนัก)

2. นโยบายสนับสนุนให้เกิด ecosystem รถพลังงานไฟฟ้า โดยกทม.จะสนับสนุนให้เกิดสภาพแวดล้อมในการใช้รถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าให้มากขึ้น ซึ่งปัจจัยสำคัญลำดับต้น ๆ คือสถานีชาร์จรถยนต์และสถานีสลับแบตเตอรีมอเตอร์ไซค์ ด้วยวิธีการอย่างน้อยดังนี้

อนุญาตให้เอกชนติดตั้งสถานีชาร์จและสลับแบตเตอรีรถจักรยานยนต์ในพื้นที่หน่วยงาน กทม. เช่น สำนักงานเขต สวนสาธารณะ จอดแล้วจร ฯลฯ

ประสานงานกับเอกชนในการผลักดันให้เกิดสถานีชาร์จและสลับแบตเตอรีมากขึ้น

พิจารณาข้อบัญญัติควบคุมอาคารให้สถานที่ต่างๆ ต้องมีการติดตั้งสถานีชาร์จและสถานีสลับแบตเตอรี่เพื่อให้ประชาชนใช้บริการได้

ผลักดันให้เกิดหลักสูตร EV Retrofit (หลักสูตรดัดแปลงเครื่องยนต์สันดาปเป็นรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง) ร่วมกับหน่วยงานรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ที่โรงเรียนฝึกอาชีพ กทม. ที่มีศักยภาพและมีการเปิดสอนหลักสูตรที่เกี่ยวกับยานยนต์อยู่แล้ว

เปิดให้ประชาชนนำรถยนต์มาเข้ารับบริการเปลี่ยนเครื่องยนต์สันดาปเป็นเครื่องยนต์ไฟฟ้าได้ในราคาต้นทุน เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนให้เกิดขึ้นจริง

“มิติที่ 2 ปลอดภัยดี” มีตัวอย่างนโยบายเด่น ๆ ได้แก่

1. พัฒนาฐานข้อมูลดิจิทัลพื้นที่จุดเสี่ยงความปลอดภัย (BKK Risk Map) เพื่อเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงทุกรูปแบบเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในหลายมิติของชีวิต ทั้งการเดินทาง การเลือกโซนที่อยู่อาศัย และการอพยพเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน และให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถจัดการกับจุดเสี่ยงในเมืองได้อย่างเป็นระบบและรวดเร็ว

2. หน่วยงาน กทม.เข้าใจ สนับสนุนความเท่าเทียม และยอมรับความหลากหลายทางเพศ เพื่อกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBTQI+ ในกทม.ได้รับการยอมรับผ่านความเข้าใจจาก กทม. ในฐานะหน่วยงานรัฐและให้ประชาชนได้รับการบริการอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ ด้วยความเข้าใจในความอ่อนไหวทางเพศ (gender sensitivity) และความเท่าเทียมทางเพศ

“มิติที่ 3 เศรษฐกิจดี” มีตัวอย่างนโยบายเด่น ๆ ได้แก่

1. ดึงอัตลักษณ์ สร้างเศรษฐกิจ 50 ย่านทั่วกรุงเทพฯ โดยมีรายละเอียดนโยบายคือ

  • ได้มีส่วนร่วมกับย่านต่าง ๆ ตลอดทั้งปี ทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน
  • ผู้บริโภคเข้าถึงสิ่งใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ เพิ่มตัวเลือกในการจับจ่ายใช้สอย
  • ผู้ประกอบการได้โอกาสเพิ่มช่องทางหารายได้ เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ

2.สร้างการมีส่วนร่วมของผู้ค้าแผงลอย ภาคประชาชน และเอกชนในพื้นที่ ช่วยดูแลพื้นที่การค้า เพื่อให้ชาวกรุงเทพได้มีส่วนร่วมในการกำหนดรูปแบบของการทำพื้นที่การค้าขายหาบเร่ในเขตที่อยู่อาศัยและใช้ชีวิตและได้หาบเร่แผงลอยที่สวยงามสอดคล้องกับอัตลักษณ์ของพื้นที่

“มิติที่ 4 สุขภาพดี” มีตัวอย่างนโยบายเด่น ๆ ได้แก่

1. นโยบายเพิ่มเวลา เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก เพิ่มการเข้าถึงสวนและพื้นที่สาธารณะ โดยมีรายละเอียดคือนอกเหนือจากการเพิ่มจำนวนพื้นที่สาธารณะแล้ว การพัฒนาการบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ ก็เป็นอีกหัวใจสำคัญที่จะทำให้ประชาชนเข้าถึงพื้นที่เหล่านี้ได้อย่างเต็มศักยภาพ

ปัจจุบันเวลาให้บริการสวนสาธารณะหลักของ กทม.คือ 05.00 – 21.00 น. ส่วนศูนย์กีฬาและศูนย์สร้างสุขทุกวัยมักเปิดให้บริการพื้นที่รอบนอกตั้งแต่ 05.00 น. ในขณะที่ฟิตเนสหรือกิจกรรมภายในอาคารมักเปิดตั้ง 10.00 น. เป็นต้น

ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกภายในพื้นที่ยังพบว่ามีบางประเด็นที่ยังไม่เป็นมิตรต่อประชาชนเท่าที่ควร เช่น
– ห้องน้ำและห้องอาบน้ำบางแห่งไม่พร้อมให้ประชาชนใช้งาน
– ข้อจำกัดเรื่องการเข้าถึงพื้นที่ บางสวนมีขนส่งสาธารณะให้บริการบนถนนหลัก แต่ไม่มีรถสาธารณะเลี้ยวเข้าพื้นที่

ดังนั้น กทม.จะดำเนินการพัฒนาโดยเริ่มจาก

1.1 ปรับเวลาเปิด-ปิด โดยกระบวนการมีส่วนร่วมกับประชาชนผู้ใช้งานและผู้อยู่อาศัยโดยรอบเพื่อขยายโอกาสการใช้งานให้กับคนทุกกลุ่ม และหากมีข้อจำกัดที่ทำให้ไม่สามารถปรับเวลาได้ กทม.จะดำเนินการปรับปรุงประเด็นนั้นให้คลี่คลาย

1.2 ปรับปรุงและเพิ่มเติมโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ ห้องแต่งตัว เครื่องออกกำลังกาย (Fitness) แสงสว่าง CCTV ฯลฯ ให้มีคุณภาพ เปิดให้ประชาชนใช้งาน และให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของทุกคนในการใช้งานพื้นที่

1.3 การจัดสรรพื้นที่ค้าขาย (hawker center) สำหรับหาบเร่แผงลอย ที่กระจายอยู่รอบสวนสาธารณะให้มีการจัดการที่ถูกสุขลักษณะ เป็นระเบียบ มีที่ซักล้าง มีบ่อดักไขมัน เป็นต้น

1.4 ออกแบบสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเข้าใช้งานพื้นที่สาธารณะ เช่น ป้ายสัญลักษณ์ต่างๆ สภาพทางเดินที่สะดวกและสามารถรองรับจำนวนของผู้คนได้มากพอ และระบบขนส่งสาธารณะพาคนจากชุมชนโดยรอบมายังพื้นที่สาธารณะ

2. นโยบายนำร่องพัฒนาคลินิกสุขภาพเพศหลากหลาย โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ คลินิกสาธารณสุขเฉพาะทางด้านสุขภาพของกลุ่ม LGBTQI+ ในโรงพยาบาลของรัฐมีเพียง 2 แห่งเท่านั้น คือคลินิกสุขภาพเพศของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคลินิกสุขภาพเพศหลากหลาย โรงพยาบาลรามาธิบดี

นอกจากนี้หนังสือยุทธศาสตร์สุขภาวะ LGBTIQN+ ในประเทศไทย โดย ชเนตตี ทินนาม โกสุม โอมพรนุวัฒน์ และรัตนา ด้วยดี ระบุว่าการให้บริการทางการแพทย์กับกลุ่ม LGBTQI+ ยังขาดความรู้และความเข้าใจในประเด็นอ่อนไหว ระบบการรับบริการด้านสุขภาพยังคงไม่เป็นมิตรกับคนข้ามเพศ บุคลากรทางการแพทย์บางส่วนยังคงขาดความรู้ความเชี่ยวชาญด้านความหลากหลายทางเพศ รวมถึงยังมีอคติทางเพศที่ส่งผลต่อการวินิจฉัยโรค เป็นต้น

ประเด็นเหล่านี้ส่งผลกับประสบการณ์ในการเข้ารับบริการของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ เช่น เมื่อกลุ่มคนข้ามเพศต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลก็จะไม่ถูกส่งไปรวมห้องกับเพศปัจจุบันของตนเอง ดังนั้น กทม.จะนำร่องเปิดศูนย์ให้คำปรึกษาทางการแพทย์ในประเด็นจำเพาะ เช่น การใช้ยา-ฮอร์โมน และการผ่าตัดแปลงเพศของกลุ่มคนข้ามเพศในศูนย์บริการสาธารณสุข (ศบส.) หรือโรงพยาบาลในสังกัด กทม. ตามความเหมาะสม เพื่อสร้างสวัสดิการของรัฐที่ครอบคลุมความหลากหลายของมนุษย์

“มิติที่ 5 บริหารจัดการดี” มีตัวอย่างนโยบายเด่น ๆ ได้แก่

1. นโยบายพัฒนาระบบติดตามการขออนุญาตกับ กทม. เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนธุรกิจได้จริง ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากการรอ กทม.อนุมัติอย่างไร้จุดหมาย และประชาชนติดตามการทำงานของหน่วยงาน กทม.ได้

2. ประเมินประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในโครงการของ กทม. เพื่อให้ ประชาชนได้รับรู้ถึงความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณของโครงการต่างๆ ใน กทม. และกทม.ได้รับบทเรียนจากโครงการเก่า ๆ เพื่อนำมากำหนดเป็นแนวทางในการพัฒนาโครงการที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“มิติที่ 6 สร้างสรรค์ดี” มีตัวอย่างนโยบายเด่น ๆ ได้แก่

1. นโยบายกรุงเทพฯ พื้นที่แห่งดนตรีและศิลปะการแสดง (สตรีทโชว์) ซึ่งมีเป้าหมายคือ ได้ชมงานแสดงดนตรี ศิลปะการแสดง ฯลฯ ได้รับความสุนทรีนอกบ้านในทุก ๆ วันที่มากกว่าการชมโฆษณาระหว่างทาง และส่งเสริมให้ศิลปินหน้าใหม่มีพื้นที่แสดงผลงาน

2. 12 เทศกาลตลอดปีทั่วกรุงเทพฯ เพื่อให้คนกรุงเทพฯ และนักท่องเที่ยวจากจังหวัดอื่นหรือต่างประเทศมีเทศกาลน่าสนใจตลอดทั้งปีให้เข้าร่วม และธุรกิจได้โอกาสในการกระตุ้นยอดขายจากงานเทศกาล เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ

“มิติที่ 7 เดินทางดี” มีตัวอย่างนโยบายเด่น ๆ ได้แก่

1. เพิ่มรถเมล์สายหลักและรอง ราคาถูกราคาเดียว โดยมีรายละเอียดนโยบาย ดังต่อไปนี้
– รถเมล์ครอบคลุมพื้นที่มากยิ่งขึ้นทั้งสายหลักและสายรอง โดยมี กทม.เป็นผู้ดำเนินการ
– ส่วนลดหรือไม่เสียค่าแรกเข้าเพิ่ม หากเชื่อมต่อ BRT และรถไฟฟ้าสายสีเขียว สายสีทอง
– รถเมล์ใหม่ ชานต่ำ ปรับอากาศ ควันไม่ดำ
– มี GPS เช็กตำแหน่งรถได้

2. นโยบายพิจารณาเดินเรือ เพิ่มตัวเลือกเชื่อมต่อการเดินทาง ให้ประชาชนเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้มากขึ้นและมีคุณภาพยิ่งขึ้นเนื่องจากการเดินทางทางเรือสามารถคำนวณเวลาได้

“มิติที่ 8 โครงสร้างดี” มีตัวอย่างนโยบายเด่น ๆ ได้แก่

1. นโยบายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนำการพัฒนาเมือง โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครกำหนดแนวทางการพัฒนาเมืองตามการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางราง ซึ่งในขณะนี้มีการพัฒนาระบบรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากในกรุงเทพฯ แต่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน สวนสาธารณะ สาธารณูปโภค หรือสาธารณูปการอื่น ๆ ไม่ทันการพัฒนาในเมืองที่เกิดขึ้น ทำให้กรุงเทพฯ มีความแออัด ไม่ได้รับการจัดระเบียบการพัฒนาเมืองให้เหมาะสมกับโครงสร้างพื้นฐาน

ดังนั้น กทม.จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้สอดคล้องกับการกำหนดการพัฒนาเมืองตามแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อให้เมืองมีความหนาแน่นที่เหมาะสม และมีโครงสร้างพื้นฐานเพียงพอ

2. นโยบายสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามแนวคิดบ้านมั่นคง โดยมีรายละเอียดคือโครงการบ้านมั่นคงเป็นโครงการที่อยู่ภายใต้การดูแลของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน จัดทำขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยทั้งในเขตเมืองและชนบทโดยการสนับสนุนในมิติต่าง ๆ เช่น สนับสนุนให้เกิดการรวมกลุ่มการภายในชุมชนเพื่อจัดการเรื่องที่อยู่อาศัย สนับสนุนสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้กับชุมชนที่สามารถหาที่มีการออมและหาที่ในการพัฒนาที่อยู่อาศัยได้

ดังนั้น กทม. จะสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามแนวความคิดบ้านมั่นคง ผ่านการร่วมกันแก้ไขปัญหาระหว่าง ชุมชน กทม. และภาครัฐที่เกี่ยวข้องโดยแบ่งมิติการทำงานออกเป็น 3 ขาแห่งความสำเร็จคือ ที่ดิน การออม และการช่วยเหลือของรัฐ

“มิติที่ 9 เรียนดี” มีตัวอย่างนโยบายเด่น ๆ ได้แก่

1. นโยบายเปิดโรงเรียนวันหยุดเป็นพื้นที่กิจกรรม พื้นที่การเรียนรู้สำหรับนักเรียนและชุมชน เพื่อให้เป็นพื้นที่สาธารณะ พื้นที่กิจกรรม พื้นที่การเรียนรู้ใกล้บ้านในวันหยุด เพิ่มพื้นที่พบปะ แลกเปลี่ยน เรียนรู้ ของเยาวชนและชุมชนใกล้เคียงในชุมชน

2. นโยบายเรียนฟรี ชุดฟรี ไม่มีเก็บเพิ่ม โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ รัฐและ กทม.มีการอุดหนุนค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษาให้กับโรงเรียนและนักเรียนในสังกัด กทม.อยู่บางส่วน เช่น ค่าเล่าเรียน ค่าชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน ประกันอุบัติเหตุสำหรับนักเรียน

สำหรับชุดนักเรียนระดับประถมรัฐอุดหนุนให้ 360 บาท/คน/ปี (เงินจำนวนนี้อาจไม่ครอบคลุมการซื้อชุดนักเรียนจำนวน 1 ชุดและ กทม.จะจัดหาชุดพละหรือชุดลูกเสือให้อีก 1 ชุด ดังนั้น กทม.จะเพิ่มเติมเงินสนับสนุนเพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวกับการเรียน ได้แก่

1. เพิ่มเงินอุดหนุนค่าชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนให้สอดคล้องกับราคาตลาด (ครอบคลุมราคา เสื้อ กางเกง ถุงเท้า รองเท้า กระเป๋า และอุปกรณ์การเรียนอื่น ๆ)

2. เพิ่มจำนวนการอุดหนุนให้สอดคล้องและครอบคลุมกับการใช้งานจริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...