โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

BVG โชว์กำไรสุทธิไตรมาส 1/2566 พุ่ง 94 % หลังยอดใช้บริการเคลมประกันภัยผ่านระบบ EMCS และบริการ TPA เพิ่มขึ้น

Wealthy Thai

อัพเดต 09 ส.ค. 2566 เวลา 03.03 น. • เผยแพร่ 11 พ.ค. 2566 เวลา 06.42 น.

‘บมจ.บลูเวนเจอร์ กรุ๊ป’หรือ BVG โชว์ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2566 ทำกำไรสุทธิ 17.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 94% และมีรายได้จากการขายและการบริการ 125.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้านี้ หลังมียอดใช้บริการเคลมประกันผ่านระบบ EMCS และบริการ TPA พุ่ง รับโอกาสกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาคึกคัก โดยรายได้จากการให้บริการหลักทั้งสองเติบโตกว่า 20% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และกลุ่มบริการด้านอื่นๆ เติบโตถึง 29% ช่วยเสริมความแข็งแกร่งพร้อมตั้งเป้าภาพรวมทั้งปีทำรายได้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
นางนวรัตน์ วงศ์ฐิติรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูเวนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BVG หนึ่งในผู้นำการประกอบธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันสำหรับบริหารจัดการธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับประกันภัยรถยนต์และประกันสุขภาพ เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2566 (มกราคม-มีนาคม) ว่าบริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการผลักดันการเติบโตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำไรสุทธิ 17.4 ล้านบาท เติบโต 94% เมื่อเทียบไตรมาสก่อนหน้านี้ และเพิ่มขึ้น 53%หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีปัจจัยมาจากการบริหารจัดการด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ รองรับกับโอกาสที่จำนวนผู้ใช้บริการเคลมประกันภัยรถยนต์และประกันสุขภาพ ผ่านแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันสำหรับการเคลมประกันภัยรถยนต์ (ระบบ EMCS) และบริการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลและสินไหมทดแทนผ่านระบบแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชัน (บริการ TPA) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ขยายตัว ภายหลังสถานการณ์โควิด19 คลี่คลายลง
ทั้งนี้ เป็นผลให้รายได้จากการขายและการบริการทำได้ 125.3 ล้านบาท เติบโต 8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้านี้และเพิ่มขึ้น 20% หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยมาจากรายได้ของระบบ EMCS และบริการ TPA ที่เติบโตกว่า 20% ซึ่งปัจจัยการเติบโตของรายได้ของระบบ EMCSมาจาก Module Claim Settlement ซึ่งเป็นบริการที่เกี่ยวเนื่องการกับการเสนออนุมัติซ่อมรถยนต์ และรายได้จากบริการระบบ AIในผลิตภัณฑ์ AI Reviews ขยายตัวถึง 18% และ 28% ตามลำดับ สะท้อนศักยภาพการดำเนินธุรกิจของ BVG ที่มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการให้แก่ผู้ใช้งาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านสินไหมทดแทนและลดต้นทุนให้กับลูกค้า จึงได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าซึ่งเป็นบริษัทประกันภัยจำนวน 37 บริษัทที่ใช้งานผ่านระบบ EMCS ขณะที่บริการ TPA ที่มีการเติบโตจากบริการด้านการพิจารณาเคลมประกันสุขภาพ โดยเฉพาะปริมาณงานพิจารณาเคลมสำหรับผู้ป่วยนอกที่เพิ่มขึ้นกว่า 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากคนไข้เริ่มกลับมารับการรักษาตัวตามปกติหลังจากสถานการณ์ โควิด19 คลี่คลายลง และมีลูกค้าใหม่ที่เป็นองค์กรทั่วไปที่บริหารจัดการสวัสดิการพนักงานด้วยตนเองยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากความเชื่อมั่นในจุดแข็งของบริษัทฯ ที่มีเครือข่ายสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงคลินิกทั่วประเทศมากกว่า 500 แห่ง ให้สามารถใช้ระบบตรวจสอบสิทธิความคุ้มครองของผู้เอาประกันภัยและพนักงานขององค์กรทั่วไปที่บริหารจัดการสวัสดิการพนักงานด้วยตนเอง
นอกจากนี้ กลุ่มบริการอื่นๆ มีการเติบโตถึง 29% โดยหลักมาจากบริการด้านคณิตศาสาตร์ประกันภัย ที่ให้บริการ ด้านการคำนวณเพื่อรองรับมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 17 (IFRS17)และการให้บริการประเมินภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงานตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่19 (TAS19)
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BVG กล่าวว่า ปีนี้ BVG ได้ตั้งเป้าหมายรายได้จากการขายและการบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ AI Estimate หรือระบบการประเมินความเสียหายเบื้องต้นในขั้นตอนการแจ้งอุบัติเหตุเพื่อประมาณการค่าสินไหมทดแทน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ตัวที่ 2 ของบริษัทฯ เพื่อต่อยอดนวัตกรรมการให้บริการและยกระดับแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชัน EMCS ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการแจ้งเคลมอุบัติเหตุและเพิ่มความแม่นยำในการประเมินมูลค่าความเสียหายและตั้งสำรองค่าสินไหมทดแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลดต้นทุน ลดขั้นตอนและระยะเวลาการทำงานให้แก่บริษัทประกันภัย เพื่อตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้จากผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยี AI ให้ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังเดินหน้าการขยายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน โดยได้ร่วมทุนกับพันธมิตรในกัมพูชา เพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในการดำเนินธุรกิจให้บริการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลและสินไหมทดแทน ผ่านระบบแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชัน (บริการ TPA)ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จและเริ่มดำเนินธุรกิจได้ในครึ่งปีหลังของปีนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...