โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนึ่งในวิธีการกำกับดูแลและบริหารจัดการน้ำมันของไทยก็คือการตั้ง “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง”

The Structure

อัพเดต 25 พ.ค. 2566 เวลา 16.23 น. • เผยแพร่ 25 พ.ค. 2566 เวลา 08.37 น. • The Structure

แม้ในปัจจุบันจะมีความพยายามในการหันออกจากการพึ่งพาน้ำมัน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าน้ำมันคือฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตลอดสมัยปัจจุบันที่ผ่านมา ด้วยสถานะนี้ น้ำมันจึงเป็นทรัพยากรและเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นต้องถูกภาครัฐเข้ามาควบคุมกำกับดูแล โดยเฉพาะเมื่อมีวิกฤตการณ์หรือสถานการณ์ใด ๆ ที่ทำให้ราคาน้ำมันผันผวนในตลาดโลก

.

ซึ่งหนึ่งในวิธีการกำกับดูแลและบริหารจัดการน้ำมันของไทยก็คือการตั้ง “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ขึ้นมา ซึ่งถูกตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2516ซึ่งอยู่ภายใต้สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) กระทรวงพลังงาน

.

หลักการการดำเนินการของกองทุนน้ำมันฯ นั้น อาจกล่าวได้ว่า เมื่อราคาน้ำมันในตลาดโลกมีความผันผวนและปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ราคาขายปลีกในสถานีเติมน้ำมันจะเพิ่มขึ้นไปด้วยหากไม่มีการควบคุมดูแล รัฐบาลจึงจะสั่งการให้นำเงินของกองทุนน้ำมันมาชดเชยและอุดหนุนราคาน้ำมันบางส่วน เพื่อตรึงราคาไม่ให้ปรับตัวสูงขึ้นมากจนอาจจะกระทบกับค่าครองชีพของประชาชน

.

โดยรายรับหลักของกองทุนน้ำมันฯ จะมาจาก 3แหล่งที่มีคือ

1.) ภาษีสรรพสามิต จากผู้ผลิตน้ำมัน

2.) ภาษีศุลกากร จากผู้นำเข้าน้ำมัน

3.) จากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ซึ่งนำมาจากผู้ค้าน้ำมันและผู้รับสัมปทานที่ทำธุรกิจก๊าซ

.

ซึ่งบางครั้งเงินอุดหนุนราคาน้ำมันของกองทุนน้ำมันฯ ก็อาจจะร่อยหรอลงไปจนถึงขั้นติดลบ ในกรณีเช่นนี้รัฐบาลก็จะต้องหาเม็ดเงินเข้ามาอัดฉีดไปยังกองทุนน้ำมันฯ รวมทั้งหาวิธีการอื่น ๆ พร้อมกันไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการตัดภาษีอื่น ๆ ในโครงสร้างราคาน้ำมัน หรือกระทั่งการกู้เงินเพิ่มให้กับกองทุนฯ

.

ซึ่งจากข้อมูลในช่วง 1-2ปีที่ผ่านมา กองทุนน้ำมันฯ นั้นก็มีสถานะที่ติดลบอยู่ตลอด

– 26ธ.ค. 64ติดลบ 4,480ล้านบาท

– 30ม.ค. 65ติดลบ 14,080ล้านบาท

– 27ก.พ. 65ติดลบ 21,838ล้านบาท

– 20มีนาค. 65ติดลบ 32,831ล้านบาท

.

สภาพการณ์เช่นนี้อาจทำให้มีความกังวลว่ากองทุนน้ำมันฯ จะต้องรักษาสภาพคล่องและสถานะการเงินของกองทุนฯ ไว้ด้วยการกู้เงินเพิ่มไปเรื่อย ๆ ซึ่งจะเป็นภาระให้กับภาครัฐ แต่ขณะเดียวกัน ผลกระทบทางลบต่อสังคมและประชาชน หากไม่มีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ก็อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้กองทุนฯ มีความจำเป็นอยู่

.

เพราะหากไม่มีกองทุนน้ำมันฯ ซึ่งไม่เพียงแต่จะอุดหนุนน้ำมัน แต่ยังคงอุดหนุนแก๊ส เช่น LPG ก็จะส่งผลกับประชาชน ครัวเรือน ไปจนถึงอุตสาหกรรมต่าง ๆ ผู้ใช้รถส่วนตัว รถบรรทุกสินค้า เครื่องจักรโรงงานต่าง ๆ ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ต้นทุนการขนส่งและเดินทางเพิ่มขึ้น สุดท้ายคือ ผลลัพธ์ที่เป็นค่าครองชีพของคนไทยที่จะสูงขึ้นไปด้วย

อ้างอิง :

[1] https://www.longtunman.com/37082

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...