โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ธนาคารกลางทั่วโลกนำ "ทองคำสำรอง" กลับประเทศ กลัวโดนแช่แข็งแบบรัสเซีย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 ก.ค. 2566 เวลา 04.02 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2566 เวลา 10.24 น.
Photo by SEBASTIAN DERUNGS / AFP

โดยทั่วไปแล้ว “ทุนสำรองระหว่างประเทศ” ของประเทศต่าง ๆ จะมีส่วนหนึ่งที่เก็บไว้นอกประเทศ ซึ่งการที่ทุนสำรองส่วนหนึ่งอยู่นอกประเทศนั้น ในด้านหนึ่งก็เป็นการกระจายความเสี่ยง แต่ในอีกด้านหนึ่งก็เป็นความเสี่ยงเสียเอง ถ้าหากประเทศเจ้าของทุนสำรองนั้นโดนคว่ำบาตรจากนานาชาติ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือรัสเซียที่โดนคว่ำบาตรจากชาติตะวันตกหลังรุกรานยูเครน ซึ่งหนึ่งในมารตรการคว่ำบาตรก็คือ “การแช่แข็ง” สินทรัพย์ของรัสเซียที่อยู่ต่างประเทศ ทำให้รัสเซียไม่สามารถจะนำสินทรัพย์ของประเทศตนเองมาใช้ได้

หลังจากที่ธนาคารกลางและกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของประเทศต่าง ๆ เห็นตัวอย่างจากรัสเซียแล้วก็เกิดความกังวลถึงความมั่นคง-ปลอดภัยของสินทรัพย์ของประเทศตัวเอง และความคล่องตัวในการนำมาใช้ หลายประเทศจึงนำทองคำที่อยู่ต่างประเทศกลับประเทศของตนเองมากขึ้น

สำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) รายงานในวันที่ 10 กรกฎาคม 2023 ว่า อินเวสโค (Invesco) บริษัทจัดการการลงทุนรายใหญ่จากสหรัฐได้เผยแพร่รายงาน “Invesco Global Sovereign Asset Management 2023” ซึ่งสำรวจธนาคารกลาง 57 แห่ง และกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของประเทศต่าง ๆ 85 กองทุน ผลการสำรวจพบว่า ธนาคารกลางที่กำลังส่งทองคำสำรองกลับประเทศของตนมีจำนวนมากขึ้น โดยเป็นการปรับเปลี่ยนการบริการจัดงานสินทรัพย์ของรัฐ เพื่อป้องกันการโดนคว่ำบาตรและแช่แข็งสินทรัพย์เหมือนที่รัสเซียโดน

ความพ่ายแพ้ของตลาดการเงินเมื่อปี 2022 ทำให้เกิดความสูญเสียอย่างกว้างขวางสำหรับผู้จัดการเงินของรัฐ ซึ่งตอนนี้กำลังทบทวนกลยุทธ์ใหม่บนพื้นฐานที่เชื่อว่า อัตราเงินเฟ้อสูงและความตึงเครียดทางการเมืองจะยังคงอยู่

การศึกษาของ Investco พบว่า กว่า 85% ของธนาคารกลางและกองทุนฯที่ร่วมตอบแบบสำรวจทั้งหมด เชื่อว่าอัตราเงินเฟ้อในทศวรรษหน้าจะสูงขึ้นกว่าในทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งการลงทุนในทองคำและพันธบัตรของตลาดเกิดใหม่ถูกมองว่าเป็นการเดิมพันที่ดีในสภาพแวดล้อมดังกล่าว แต่การแช่แข็งทองคำและเงินสำรองของรัสเซียกว่าครึ่งของมูลค่าทั้งหมด 640,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2022 ทำให้ผู้บริหารจัดการสินทรัพย์ของรัฐต้องทบทวนแนวปฏิบัติในการจัดการสินทรัพย์ว่าแนวปฏิบัติหรือสูตรที่เคยทำกันมา คือ การไม่ได้นำสินทรัพย์เข้ามาเก็บในประเทศนั้นอาจมีความเสี่ยง

ผู้ตอบแบบสำรวจเกือบ 60% กล่าวว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับรัสเซียทำให้ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่น่าลงทุนมากขึ้น ในขณะที่ 68% บอกว่า กำลังสำรองทองคำไว้ภายในประเทศ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจากปี 2020 ที่มีสัดส่วน 50%

ธนาคารกลางแห่งหนึ่งไม่เปิดเผยชื่อบอกว่า “เรามีทองคำอยู่ในลอนดอน แต่ตอนนี้เราได้นำมันกลับมายังประเทศของเราเอง เพื่อถือครองมันไว้ในฐานะทรัพย์สินปลอดภัย และเพื่อรักษามันไว้ให้ปลอดภัย”

นอกจากนั้น การสำรวจประเด็นอื่น ๆ พบว่า ความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์บวกกับโอกาสในตลาดเกิดใหม่ ยังกระตุ้นให้ธนาคารกลางบางแห่งกระจายความเสี่ยงออกจากเงินดอลลาร์

สัดส่วนธนาคารกลางและกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติที่เชื่อว่าหนี้ของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นเป็นผลลบต่อสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐนั้น เพิ่มขึ้น 7% จากการสำรวจปีก่อนหน้า แม้ว่าส่วนใหญ่ยังคงมองไม่เห็นทางเลือกอื่นที่จะใช้เป็นสกุลเงินสำรองของโลกก็ตาม

ขณะเดียวกัน ผู้ตอบแบบสำรวจที่มองว่าเงินหยวนของจีนเป็นคู่แข่งที่มีศักยภาพของเงินดอลลาร์สหรัฐก็ลดลงเหลือ 18% จาก 29% ในปีที่แล้ว

เกือบ 80% ของสถาบัน 142 แห่งในการสำรวจนี้เห็นว่า “ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์” เป็นความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดในทศวรรษหน้า ขณะที่ 83% มองว่า “ปัญหาเงินเฟ้อ” เป็นความเสี่ยงใหญ่ที่สุดในช่วง 12 เดือนข้างหน้า

ส่วน “โครงสร้างพื้นฐาน” ถูกมองว่าเป็นประเภทสินทรัพย์ที่น่าสนใจที่สุดในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตพลังงานหมุนเวียน

ความกังวลเกี่ยวกับจีน ส่งผลให้อินเดียยังคงเป็นประเทศที่น่าสนใจที่สุดสำหรับการลงทุนติดต่อกันเป็นปีที่สอง ในขณะที่เทรนด์ “near-shoring” ซึ่งหมายถึงการที่บริษัทต่าง ๆ เน้นสร้างโรงงานใกล้กับตลาดที่ต้องการขายผลิตภัณฑ์ กำลังกระตุ้นให้เม็กซิโก อินโดนีเซีย และบราซิล มีความน่าสนใจมากขึ้น

ส่วนจีน สหราชอาณาจักร และอิตาลี ถูกมองว่ามีความน่าสนใจน้อยลง ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับพฤติกรรมการทำงานจากที่บ้านและการช็อปปิ้งออนไลน์ที่ฝังมาตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ระบาด ทำให้ “อสังหาริมทรัพย์” กลายเป็นสินทรัพย์ส่วนบุคคลที่น่าสนใจน้อยที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...