หัวร้อนเก่ง! ขุดโพสต์ “สส.ฟลุ๊ค” พี่ชาย “น้องลูกพีช” เคยมีข่าวทำร้ายร่างกาย ปี 2549 และ 2565
หัวร้อนเก่ง! ขุดโพสต์ “สส.ฟลุ๊ค” พี่ชาย “น้องลูกพีช” เคยมีข่าวทำร้ายร่างกาย ปี 2549 และ 2565
จากกรณี “พีช” สมิทธิพัฒน์ หลีนวรัตน์ ขับรถยนต์ BMW ป้ายแดง ปาดหน้ารถกระบะ ก่อนที่รถกระบะจะเสียหลักพุ่งชนขอบทางมอเตอร์เวย์ ช่วงออกรังสิต-นครนายก ส่งผลให้คนขับรถกระบะ ซึ่งเป็นชายสูงอายุได้รับบาดเจ็บสาหัส
ต่อมาชาวเน็ตได้มีการขุดโพสต์ของ สส.ฟลุ๊ค หรือ นายมนัสนันท์ หลีนวรัตน์ สส.ปทุมธานี เขต 5 พรรคเพื่อไทย พี่ชายของ พีช ซึ่งโพสต์เมื่อ 4 พ.ค. 2566 ก่อนวันเลือกตั้ง สส. เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 ระบุว่า “กราบเรียนท่านพ่อแม่พี่น้องประชาชนจังหวัดปทุมธานีและพี่น้องสื่อมวลชนที่เคารพรักทุกท่าน ตามที่ได้มีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับผมถึงเหตุการณ์ทำร้ายร่างกาย 2 เหตุการณ์
โดยเหตุการณ์แรกเกิดขึ้นเมื่อปี 2549 และอีกเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อปี 2565 และมีการโพสต์ข้อความดังกล่าวไปอย่างแพร่หลายในช่วงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งผมได้เฝ้าติดตาม การแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องที่มีการเผยแพร่ดังกล่าว เดิมก็คิดว่าจะไม่ออกมาพูดอะไรเพราะไม่ต้องการขยายความให้ยืดยาวต่อไป แต่หากปล่อยให้เรื่องดำเนินต่อไปเช่นนี้ ผมก็จะถูกมองว่าเป็นผู้ร้ายในสายตาของสังคมไปได้ ผมจึงมีความจำเป็นต้องออกมาพูดเพื่อสร้างความเข้าใจและขอความเห็นใจกับทุกคนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังนี้ครับ
เหตุการณ์แรก เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับเพื่อนในโรงเรียนขณะที่ผมเป็นเยาวชนอายุประมาณ 15 ปี ภายหลังเกิดเหตุผมก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ศาลได้มีคำพิพากษาและคดีจบไปนานแล้ว โดยผมก็ถูกส่งเข้าสถานพินิจจนครบระยะเวลาที่ศาลกำหนด หลังจากนั้นเป็นต้นมาผมก็ใช้ชีวิตอย่างมีสติตลอดมา ไม่เคยมีเรื่องราวใดๆ เกิดขึ้นอีก จนผมได้ลงสมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี และได้รับเลือกตั้ง ในช่วงเวลานั้น ผู้เสียหายก็มิได้นำเรื่องดังกล่าวมาพูดต่อสาธารณชนแต่อย่างใด ซึ่งผมเข้าใจได้ว่ามันเป็นเรื่องเก่าที่เกิดมานานแล้ว และผมเองก็ได้รับการพิจารณาโดยกระบวนการยุติธรรมเสร็จสิ้นแล้ว
ส่วนเหตุการณ์หลังเกิดขึ้นเมื่อปี 2565 ซึ่งครั้งนั้น แท้จริงแล้วเป็นอุบัติเหตุที่ผมไม่มีเจตนาทำร้ายหญิงผู้เสียหายแต่อย่างใด หลังเกิดเหตุผมก็ยอมรับผิดและชดใช้ค่าเสียหายและศาลได้มีคำพิพากษาให้รอการลงโทษผม คดีถึงที่สุดแล้ว เช่นกัน
ผมขอกราบเรียนต่อทุกท่านด้วยความเคารพว่า ผมไม่ได้เป็นคนที่มีความประพฤติเกเรเหมือนที่หลายคนที่ส่งต่อข้อความต้องการให้เป็นเช่นนั้น คนเราอาจผิดพลาดกันได้ แต่เมื่อผิดแล้วยอมรับผิดก็ควรได้รับโอกาสจากสังคมที่จะให้อภัยได้ ผมเองก็มีความตั้งใจจะเข้าสู่การเมืองเพื่อตอบแทนและดูแลพี่น้องประชาชนเหมือนดังที่คุณพ่อของผมได้ปูแนวทางไว้ให้ แต่สิ่งที่ผมไม่เข้าใจและตั้งข้อสังเกตว่า จู่ๆ เหตุใดในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งจึงมีเรื่องดังกล่าวเผยแพร่ในโลก โซเชียล จึงอดคิดไม่ได้ว่าการกระทำเช่นนี้เป็นเรื่องของการหวังผลทางการเมืองเพื่อต้องการทำลายคะแนนนิยมของผมหรือไม่
ผมจึงกราบเรียนเพื่อขอโอกาสรับใช้พ่อแม่พี่น้องประชาชนในการทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดปทุมธานี ซึ่งผมมีความตั้งใจว่าจะทำหน้าที่ดังกล่าว ให้ดีที่สุด”