นักวิทยาศาสตร์รายงานว่า พื้นที่น้ำแข็งในทะเลบริเวณขั้วโลกเหนือและใต้ แตะระดับ ‘ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์’ ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ปริมาณน้ำแข็งขั้วโลกถึงจุดต่ำสุด?
นักวิทยาศาสตร์รายงานว่า พื้นที่น้ำแข็งในทะเลบริเวณขั้วโลกเหนือและใต้ แตะระดับ ‘ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์’ ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นับเป็นหลักฐานล่าสุดที่แสดงให้เห็นว่าวิกฤตโลกเดือด กำลังส่งผลกระทบต่อภูมิภาคที่หนาวที่สุดของโลกอย่างต่อเนื่อง
ไม่นานมานี้ หน่วยงานติดตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัส (The Copernicus Climate Change Service หรือ C3S) ของสหภาพยุโรป (European Union หรือ EU) ซึ่งทำหน้าที่ติดตามและบันทึกอุณหภูมิโลก รายงานว่า ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พื้นที่น้ำแข็งในทะเลอาร์กติกและแอนตาร์กติกา ตกลงสู่ระดับต่ำสุดในประวัติการณ์ และยังคงอยู่ต่ำกว่าสถิติเดิม จากปี 2023 ตลอดทั้งเดือนที่เหลือ
C3S ระบุว่าเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พื้นที่น้ำแข็งในทะเลในอาร์กติกมีระดับต่ำสุด โดยอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 8% ในขณะที่พื้นที่น้ำแข็งในแอนตาร์กติกา มีระดับต่ำสุดเป็นอันดับ 4 ซึ่งอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 26% ทั้งนี้ C3S ได้ศึกษาและบันทึกข้อมูลในภูมิภาคดังกล่าว รวมถึง สังเกตการณ์ผ่านดาวเทียม มาตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษปี 1970
“ผลที่ตามมาอย่างหนึ่งของโลกที่อุ่นขึ้น ก็คือน้ำแข็งในทะเลละลาย” ซาแมนธา เบอร์เกส (Samantha Burgess) รองผู้อำนวยการ C3S กล่าว
นอกจากนี้ตัวเลขของ C3S ที่เพิ่งเผยแพร่นี้ ยังสอดคล้องกับรายงาน ที่ศึกษาโดยหน่วยงานอื่น โดยก่อนนี้ไม่นาน ศูนย์ข้อมูลหิมะและน้ำแข็งแห่งชาติ (National Snow and Ice Data Center หรือ NSIDC) ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐโคโลราโด สังเกตเห็นว่าระดับน้ำแข็งในอาร์กติกลดลงต่ำเป็นประวัติการณ์ เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ปีก่อน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะอุณหภูมิอากาศในภูมิภาคนั้น สูงกว่าค่าเฉลี่ยมากกว่า 20 องศา
NSIDC ยังพบว่าพื้นที่น้ำแข็งในทะเลอาร์กติกอยู่ในระดับต่ำกว่า พื้นที่น้ำแข็งที่ถูกวัดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีก่อน ประมาณ 85,000 ตารางไมล์ ซึ่งอาจเป็นแนวโน้มในระยะยาว ที่แสดงว่าพื้นที่น้ำแข็งกำลังลดลงเรื่อยๆ
สิ่งที่น่ากังวลคือผลกระทบจากปรากฏการณ์นี้ โดยระดับน้ำแข็งในทะเลที่ลดลง อาจส่งผลร้ายแรงทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับโลก ตัวอย่างเช่น คนที่อาศัยในอาร์กติกอาจต้องเผชิญกับการกัดเซาะจากคลื่นทะเลมากขึ้น พวกเขาอาจไม่สามารถล่าสัตว์บนน้ำแข็งได้อย่างปลอดภัยเหมือนในอดีต รวมถึงสัตว์ป่าต้องเปลี่ยนรูปแบบการล่าและแหล่งที่อยู่อาศัย
“เมื่อน้ำแข็งในทะเลละลาย รังสีดวงอาทิตย์จะถูกดูดซับโดยมหาสมุทรมากขึ้น เนื่องจากไม่มีน้ำแข็งในทะเลที่คอยปกป้อง” ไม่เพียงเท่านั้น จูเลียน นิโคลัส (Julien Nicolas) นักวิทยาศาสตร์จาก C3S ยังเสริมอีกว่า การที่ภูมิภาคนี้ที่สูญเสียน้ำแข็งปริมาณมากอาจทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น เนื่องจากมหาสมุทรในพื้นที่อื่นๆ จะต้องดูดซับรังสีดวงอาทิตย์มากขึ้น
อ้างอิงจาก