โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“กระแสความรักชาติ” หนุน ตลาดหุ้นจีน นักลงทุนรายย่อยเข้าช้อนซื้อ ท่ามกลางสงครามการค้า

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 เม.ย. 2568 เวลา 17.53 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. 2568 เวลา 10.53 น.

"กระแสความรักชาติ" หนุน ตลาดหุ้นจีน นักลงทุนรายย่อยเข้าช้อนซื้อ ท่ามกลางสงครามการค้า หนุนหุ้นกลุ่มป้องกันประเทศและเทคโนโลยีพุ่งสวนตลาดโลก

วันที่ 22 เมษายน 2568 เวลา 13.15 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า Cao Mingjie นักออกแบบภายในจากมณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน ไม่เคยเทรดหุ้นมาก่อน จนกระทั่งถึงวันปลดปล่อย (Liberation Day) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากวันที่ 2 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่ทรัมป์ประกาศภาษีตอบโต้ และยกระดับสงครามการค้ากับจีน เขาตัดสินใจเริ่มต้นลงทุนในตลาดหุ้นจีน โดยตั้งใจจะลงทุน 2,000 หยวน หรือประมาณ 274 ดอลลาร์สหรัฐทุกเดือน

Cao กล่าวว่า "เป้าหมายไม่ใช่เพื่อทำกำไร แต่เพื่อมีส่วนร่วมกับประเทศของเรา" พร้อมระบุว่าเขาเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ทันทีหลังจากหุ้นจีนถูกกดดันจากภาษีใหม่ "ในสงครามการค้านี้ ทุกคนควรยืนหยัดเคียงข้างประเทศจนถึงที่สุด"

เช่นเดียวกับ Cao นักลงทุนรายย่อยอีกหลายคนได้เข้าร่วมกับ"ทีมชาติ" (National Team) ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ เพื่อปกป้องตลาดหุ้นจีน ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งสนามรบในสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ ตามความเห็นของนักลงทุนและโบรกเกอร์หลายราย การซื้อหุ้นมุ่งเน้นไปที่หุ้นในภาคส่วนที่ตรงกับยุทธศาสตร์ของรัฐบาล เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ สินค้าอุปโภคบริโภค และเซมิคอนดักเตอร์

กระแสชาตินิยมนี้ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะโดยปกติแล้วนักลงทุนรายย่อยในจีนมักถูกมองว่ามีพฤติกรรมเหมือนเล่นพนัน (casino mentality) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่รัฐบาลจีนต้องการ เพื่อช่วยหยุดความตื่นตระหนกและรักษาเสถียรภาพของตลาดทุน

หลังจากตลาดหุ้นจีนทรุดตัวเมื่อวันที่ 4 เมษายน ข้อมูลจาก Datayes ระบุว่าตลาดหุ้นจีนมีเงินทุนสุทธิไหลเข้าจากนักลงทุนรายย่อยถึง 45,000 ล้านหยวน เทียบกับการไหลออกติดต่อกันหกวันก่อนหน้านั้น รวมมูลค่า 91,800 ล้านหยวน

ในอดีต นักลงทุนเอกชนและนักลงทุนภาครัฐเคยขัดแย้งกันในช่วงวิกฤตตลาดหุ้นปี 2015 และช่วงการปราบปรามบริษัทเทคโนโลยีของรัฐบาล ทำให้ความพยายามกู้ตลาดล้มเหลว แต่ในครั้งนี้ผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายดูเหมือนจะสอดคล้องกัน เมื่อทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนในระดับสูงอย่างไม่เคยมีมาก่อน แม้ว่านักลงทุนบางรายอาจลงทุนเพราะมองเห็นโอกาสจากการแทรกแซงของรัฐก็ตาม

หลังจากหุ้นจีนร่วง 7% ในวันที่ 7 เมษายน นักลงทุนสถาบันที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐก็ประกาศว่าจะซื้อหุ้นเพิ่มเติม ขณะที่โบรกเกอร์ชั้นนำของจีนให้คำมั่นว่าจะพยายามรักษาเสถียรภาพของราคา และบริษัทจดทะเบียนจำนวนมากประกาศแผนซื้อหุ้นคืน

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งเสริมความแข็งแกร่งในการพยุงตลาดหุ้น ดัชนีตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ฟื้นตัวขึ้น 8% จากระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือนเมื่อต้นเดือนเมษายน และขณะนี้ลดลงเพียง 1.3% ในเดือนนี้ เทียบกับตลาดหุ้นสหรัฐที่ร่วงลงกว่า 8%

Meng Lei นักกลยุทธ์หุ้นจีนแห่ง UBS Securities กล่าวว่า "เราคิดว่าตลาดหุ้น A-share ของจีนมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์มากขึ้น …กระแสการลงทุนด้วยใจรักชาติได้ช่วยปรับปรุงบรรยากาศการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ"

ความรักชาติ คือ การถือหุ้นไว้นาน ๆ

Zhou Lifeng จากเขตหนิงเซี่ย ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ให้คำมั่นว่าจะเพิ่มการลงทุนในหุ้น แม้จะต้องขาดทุนก็ตาม โดยระบุว่า "การรักชาติหมายถึงการถือหุ้นไว้ ไม่ขายออก" โดยถือหุ้นในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและหุ้นกลุ่มป้องกันประเทศมูลค่า 3 ล้านหยวน และมีเงินสดสำรอง 7 ล้านหยวนสำหรับลงทุนเพิ่มเติม

ผู้ประกอบการร้านอาหารชื่อ Shu Hao ก็ลงทุนหลายล้านหยวนในหุ้นจีนด้วยเช่นกัน เขากล่าวว่าได้รับแรงบันดาลใจจากบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศที่ช่วยสนับสนุนผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า เช่น JD.com, Freshippo ของ Alibaba, CR Vanguard และ Yonghui Superstores ซึ่งต่างประกาศมาตรการช่วยเหลือผู้ส่งออกให้หันมาขยายตลาดในประเทศ

แนวโน้มการลงทุนในหุ้นและภาคส่วนต่าง ๆ สะท้อนถึงความภาคภูมิใจในชาติ โดยมุ่งเน้นในภาคที่รัฐบาลจีนตั้งเป้าให้มีความพึ่งพาตนเอง เช่น กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer), เซมิคอนดักเตอร์ (Chipmaking), การท่องเที่ยว และเกษตรกรรม หุ้นในกลุ่มเหล่านี้ต่างปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้เงินลงทุนยังไหลเข้าสู่กองทุน ETF ของจีนอย่างมาก โดยหลังจากวันที่ 7 เมษายน กองทุน ETF ในจีนมีเงินไหลเข้ามากกว่า 230,000 ล้านหยวน จนขนาดกองทุนรวมทั้งหมดทะลุ 4 ล้านล้านหยวนเป็นครั้งแรก ตามรายงานของสื่อทางการ แม้ข้อมูลจะไม่ระบุชัดเจนว่าส่วนใหญ่มาจากนักลงทุนรายย่อยหรือกองทุนของรัฐ

สงคราม … ที่ไม่มีควันปืน

กระแสความรักชาติยังส่งผลถึงนักลงทุนมืออาชีพบางส่วนด้วย Yang Tingwu ผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์แห่ง Tongheng Investment กล่าวว่า "นี่คือสงคราม เพียงแค่ไม่มีควันปืน" โดยเขานำเงินสดทั้งหมดในพอร์ตไปลงทุนในหุ้นกลุ่มเกษตร พลังงาน การเงิน และป้องกันประเทศ

Liam Zhou ผู้ก่อตั้ง Minority Asset Management ในเซี่ยงไฮ้ กล่าวว่าเขาได้ลงทุนพอร์ตโฟลิโอ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐทั้งหมดในหุ้นจีน

สงครามการค้านี้ยังทำให้นักลงทุนบางคนกลายเป็นชาตินิยมอย่างเต็มตัว เช่น นางสาวแนนซี่ ลู่ (Nancy Lu) ครูจากมณฑลเจียงซู กล่าวว่า "แม้พอร์ตของฉันจะขาดทุน แต่ไม่สนใจ จะยืนหยัดเคียงข้างรัฐบาล เพื่อต่อสู้กับการรังแกของสหรัฐ" พร้อมทั้งยืนยันว่าจะไม่ซื้อสินค้าจากแบรนด์อเมริกัน เช่น Starbucks และ Nike อีกต่อไป

อ้างอิง : reuters.com

เปิดไทม์ไลน์ โดนัลด์ ทรัมป์ ป่วนโลก! สหรัฐ VS ประเทศคู่มิตร เดินเกมตอบโต้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...