โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ซ่อนเงินไว้ในบ้านเป็นความเชื่อผิด ๆ กูรูแนะช่องทางเก็บเงินที่ดีกว่า

BT Beartai

อัพเดต 25 มี.ค. 2568 เวลา 04.10 น. • เผยแพร่ 25 มี.ค. 2568 เวลา 01.11 น.
ซ่อนเงินไว้ในบ้านเป็นความเชื่อผิด ๆ กูรูแนะช่องทางเก็บเงินที่ดีกว่า

หลายคนยังมีความเชื่อผิด ๆ ว่า เก็บเงินสดไว้ที่บ้านปลอดภัยกว่า โดยเฉพาะพ่อบ้านใจกล้าบางคนที่ซ่อนจริงตามมุกตลกสุดฮิต สไตล์ชายไทยกลัวเมีย ไม่ว่าจะซ่อนไว้ใต้หมอน ในช่องลับตู้เสื้อผ้า หรือแม้แต่แช่ไว้ในตู้เย็น แต่รู้ไหมว่า ในกรณีฉุกเฉิน การซ่อนเงินแบบนี้อาจทำให้คุณเสียหายหนักโดยไม่รู้ตัว

ผลสำรวจล่าสุดจาก Piere แอปฯ จัดการการเงินในสหรัฐฯ พบว่า คนทั่วไปมีเงินสดหรือของมีค่าอยู่ที่บ้านเฉลี่ยราว 544 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 17,950 บาท โดย 10% ของคนที่ตอบแบบสอบถามเก็บเงินไว้ในตู้เซฟ ขณะที่บางคนเลือกซ่อนในที่คาดไม่ถึง เช่น ช่องลับใต้ลิ้นชัก หมอน หรือแม้แต่ในตู้เย็น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า วิธีเหล่านี้อาจให้ความรู้สึกปลอดภัย แต่จริง ๆ แล้วเสี่ยงมากกว่าที่คิด

3 ความเสี่ยงจากการซ่อนเงินไว้ที่บ้าน

  • เงินอยู่กับที่ไร้คนดูแล เนื่องจากไม่ได้รับความคุ้มครองจากประกันภัยบ้าน ในสหรัฐฯ เงินสดมักถูกจัดอยู่ในหมวดวงเงินพิเศษจำกัด ซึ่งในกรมธรรม์ประกันบ้านทั่วไปคุ้มครองเพียงประมาณ 200 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 6,600 บาทเท่านั้น หากบ้านเกิดเหตุเพลิงไหม้ หรือถูกขโมยแล้ว คุณจะเคลมได้แค่ 6,600 บาท แม้จะมีเงินซ่อนอยู่หลักหมื่นหรือหลักแสนก็ตาม
  • เงินไม่ได้ทำงาน ขาดโอกาสรับดอกเบี้ยหรือผลตอบแทน แทนที่เงินจะงอกเงยในบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง (ที่ปัจจุบันในไทยให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 2.5% ต่อปี) หรือเติบโตในพอร์ตลงทุน คุณกลับปล่อยให้มันนอนนิ่งและทำให้ผลตอบแทนที่ควรจะได้หายไปเฉย ๆ
  • เงินนิ่งเท่าเงินตาย เสี่ยงสูญหายจากภัยธรรมชาติหรือเหตุฉุกเฉิน หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ หรือแม้แต่แผ่นดินไหว เงินสดที่ซ่อนตามบ้านมีโอกาสสูงมากที่จะสูญหายโดยไม่สามารถกู้คืนได้

3 ทางเลือกเก็บเงินที่ปลอดภัยกว่า

  • กระเป๋าการเงินฉุกเฉิน สำหรับเงินสดที่จำเป็นจริง ๆ เช่น กรณีไฟดับ ATM ใช้ไม่ได้ หรือระบบล่ม ควรเก็บเงินไว้เพียงพอสำหรับ 1-2 วัน ใน “กระเป๋าฉุกเฉิน” และวางไว้ในตู้เซฟกันน้ำกันไฟ เพื่อให้หยิบใช้ได้ง่ายหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
  • บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง (High-yield savings account) สำหรับเงินสดที่เกินกว่าค่าใช้จ่ายรายเดือน แนะนำให้ฝากในบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบัญชี e-Saving แบบไม่มีสมุด เช่น บัญชีเงินฝากพิเศษของธนาคารพาณิชย์ที่ให้ดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.5% – 4% ต่อปี ช่วยให้เงินทำงานแทนเราได้มากกว่า
  • บัญชีลงทุนระยะกลาง-ยาว เงินที่ไม่ได้ใช้งานในระยะสั้นควรถูกนำไปลงทุนในกองทุนรวม หุ้น หรือสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินเฟ้อ เพื่อไม่ให้มูลค่าของเงินลดลงในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ก่อนลงทุนต้องมีความรู้ ศึกษาสิทธิประโยชน์ เงื่อนไขต่าง ๆ ก่อนลงเงิน

แม้การมีเงินสดติดบ้านจะดูเหมือนปลอดภัยและสะดวกในบางสถานการณ์ แต่หากเก็บไว้มากเกินไป หรือเก็บไม่ถูกวิธี อาจทำให้คุณสูญเสียมากกว่าที่คิด เพราะไม่คุ้มครองโดยประกัน และไม่ได้ผลตอบแทนใด ๆ เลย ทางเลือกที่ดีกว่า คือแบ่งเงินออกเป็นส่วน ใช้บัญชีธนาคารและการลงทุนให้เหมาะกับเป้าหมาย และกันเงินสดเฉพาะในกรณีจำเป็นเท่านั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...