โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ความฝันราคาแพง ทำไมทุกวันนี้ บ้าน รถ สร้างครอบครัว กลายเป็นเรื่องเกินเอื้อมของ Gen Z

Thairath Money

อัพเดต 13 มี.ค. 2568 เวลา 04.11 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. 2568 เวลา 04.11 น.
ภาพไฮไลต์

คนวัยรุ่น หนุ่มสาวอายุน้อย เริ่มประสบปัญหา “ใช้จ่ายไม่พอ” โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ไม่นานอย่าง Gen Z ที่เกิดในช่วงปี 1997-2012 หรือที่ปัจจุบันในปี 2025 มีอายุระหว่าง 13-28 ซึ่งกลุ่มนี้มีบางส่วนที่กำลังโลดแล่นใช้ชีวิตด้วยตนเองเริ่มรู้สึกว่า ความฝันที่เคยวาดไว้ในวัยเด็ก อย่างการมีบ้าน มีรถ มีลูก ตลอดจนมีอาชีพที่มั่นคง เริ่มเป็นไปได้ยากในยุคนี้

จนเกิดเป็นการตั้งคำถามกับตัวเองว่า “จะสามารถไปถึงชีวิตในฝันได้จริงไหม?” เพราะจากปัจจัยต่าง ๆ ทั้งค่าครองชีพที่พุ่งไม่หยุด ค่าเล่าเรียนที่สูงลิ่ว และตลาดงานที่ไม่มั่นคง กลายเป็นอุปสรรคสำคัญ ที่ทำให้เป้าหมายพื้นฐานของชีวิต อย่างการเป็นเจ้าของบ้าน มีอิสระทางการเงิน หรือแม้กระทั่งมีงานมั่นคง ยิ่งห่างไกลออกไป

Gen Z แบกหนี้หลังแอ่น

Gen Z ต้องเผชิญปัญหาหนี้สินตั้งแต่วัยเริ่มต้น โดยข้อมูลจาก TransUnion ระบุว่า Gen Z มีหนี้บัตรเครดิตสูงกว่า Millennials ในตอนที่อายุเท่ากันถึง 30% แม้จะปรับตามอัตราเงินเฟ้อแล้วก็ตาม ขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก New York Fed ยังเผยอีกว่า Gen Z เป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มใช้วงเงินเต็มจำนวนบัตรและผิดนัดชำระมากที่สุด

TransUnion เผยว่า หากปรับตามอัตราเงินเฟ้อแล้ว ยอดหนี้บัตรเครดิตเฉลี่ยของคนอายุ 22 ถึง 24 ปี ณ สิ้นปี 2023 ที่ผ่านมา อยู่ที่ 2,834 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 100,000 บาท) เลยทีเดียว นอกจากนี้ รายงานยังชี้อีกว่า Gen Z ค่อนข้างสบายใจกับการใช้บัตรเครดิตมากกว่ารุ่นก่อน ๆ ซึ่งจะมีการเปิดบัตรเครดิตหลายใบมากขึ้น ใช้บัตรในการจับจ่ายสินค้าและบริการหลากหลายประเภทมากขึ้น และมีแนวโน้มจะผิดนัดชำระเงินสูงกว่าคนรุ่นก่อน

ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าภายใต้เศรษฐกิจที่ผันผวนและไม่แน่นอน บวกกับแรงกระตุ้นจากการใช้จ่ายแบบ “เอาคืนช่วงโควิด” หรือที่เรียกว่า “Revenge Spending” ทำให้คนรุ่นนี้พึ่งพาบัตรเครดิตมากเกินไป จนเสี่ยงต่อการเข้าสู่วงจรหนี้แบบไม่รู้ตัว

นอกจากนี้ ระบบการศึกษาในสหรัฐอเมริกา ยังกดดันให้คนวัยนี้เป็นหนี้มากขึ้น Alyssa Schaefer ผู้บริหารจาก Laurel Road (แพลตฟอร์มธนาคารดิจิทัลในเครือ KeyBank) ชี้ว่า หนี้การศึกษาที่ต้องแบกไว้กำลังกดทับพัฒนาการทางการเงินของคนหนุ่มสาวในระยะยาว

โดยจากข้อมูลผลสำรวจผู้ใหญ่ชาวอเมริกันที่เป็นหนี้จากการศึกษาจำนวน 1,714 คน (เป็นผลสำรวจจากผู้ที่มีอายุระหว่าง 18-65 ปี และส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีอายุระหว่าง 25-44 ปี) พบว่า

  • 79% บอกว่าเก็บเงินเพื่อใช้ยามฉุกเฉินหรือใช้เพื่อเกษียณไม่ได้
  • 75% บอกว่าไม่มีเพียงพอต่อการลงทุน
  • 52% บอกว่าไม่มีความสามารถในการซื้อบ้าน
  • 35% บอกว่าต้องชะลอการมีบุตร เพราะปัญหาทางการเงิน

เมื่อความฝันอยากมีบ้านกลายเป็นของหรูเกินเอื้อม

การมีบ้านกลายเป็นเรื่องที่ห่างไกลออกไปเรื่อยๆ สำหรับคนรุ่นใหม่ จากข้อมูลสำมะโนประชากรของสหรัฐฯ พบว่า อัตราการมีบ้านของคนอายุ 25-34 ปี ลดจาก 44% ในปี 2004 เหลือเพียง 37% ในปีที่ผ่านมา ขณะที่จำนวนคนวัยทำงานที่ยังอยู่บ้านพ่อแม่เพิ่มขึ้นจาก 11% ในช่วงต้นปี 2000s เป็น 16% ในปี 2023

สาเหตุหลักคือ “ราคาบ้านพุ่งทะยาน” ทำสถิติใหม่ และอัตราดอกเบี้ยจำนองก็สูงสุดในรอบ 20 ปี และเหตุผลนี้ยังส่งผลให้คนรุ่นใหม่ใช้เวลานานขึ้นกว่าจะสร้างครอบครัวหรือมีลูก จนอาจฉุดการเติบโตทางเศรษฐกิจและการเพิ่มขึ้นของประชากรในระยะยาวได้

นอกจากนี้ การที่ไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง อาจทำให้คนรุ่นใหม่พลาดโอกาสสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว เพราะการถูกกีดกันทางราคา ยังส่งผลให้คนไม่สามารถย้ายไปทำงานในพื้นที่ที่มีมูลค่าสูงได้ และอาจมีลูกน้อยลงหรือเงินเก็บเพื่อเกษียณน้อยลงเช่นกัน

ค่าใช้จ่ายกลายเป็นกำแพงกั้นการมีครอบครัว

การจะเลี้ยงลูกหนึ่งคน ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะจะตามมาด้วยค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาล ทั้งค่ารับเลี้ยงเด็ก ค่าเทอมตอนเข้าโรงเรียน ตลอดจนค่าทริปไปเที่ยวแบบฉบับครอบครัว หรือแม้กระทั่งค่าครองชีพในบ้านที่ต้องเพิ่มขึ้น

Roberta Katz ผู้เขียนหนังสือ “Gen Z Explained: The Art of Living in a Digital Age” และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ดอธิบายไว้ว่า คนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่กังวลมากว่าจะมีรายได้พอเลี้ยงครอบครัวหรือไม่ และจากผลสำรวจของ Pew Research ปี 2023 ยังพบอีกว่า ผู้ใหญ่ที่ไม่มีลูกและอายุต่ำกว่า 50 ปี มีถึง 36% พร้อมกับระบุเหตุผลชัดว่า ปัจจัยหลักที่ไม่อยากมีลูก เพราะ “ค่าใช้จ่ายสูงเกินไป”

เพราะผลกระทบจากโลกดิจิทัล

เมื่อ Instagram และ TikTok กลายเป็นห้างร้านออนไลน์ ที่เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ต่างออกมาโชว์ความรวย อวดชีวิตหรู บวกกับปัจจัยของการซื้อง่ายจ่ายสะดวก ด้วยระบบจ่ายเงินดิจิทัลอย่าง Apple Pay ทำให้การรูดซื้อของกลายเป็นเรื่องที่ทำได้แค่ปลายนิ้วจิ้ม ยิ่งส่งผลให้การควบคุมการใช้จ่ายกลายเป็นเรื่องยากกว่าที่คิด

ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินส่วนบุคคลออกมากล่าวว่า “ความสะดวกของการใช้จ่ายออนไลน์ ทำให้การใช้จ่ายแบบไม่ยั้งคิดเกิดได้ง่ายขึ้น” และสื่อโซเชียลก็ยิ่งเร่งให้คนเสพความหรูหราแบบทันใจ จนเกิดวัฒนธรรมบริโภคนิยมแบบไม่รู้ตัว

ความนิยมแบบนี้ทำให้เกิดปัญหาที่ตามมา คือ เมื่อ Gen Z ติดหนี้และเริ่มจ่ายไม่ไหว ก็จะส่งผลต่อเครดิต ซึ่งทำให้กู้บ้านหรือซื้อรถยิ่งยากขึ้น และฉุดรั้งโอกาสสร้างความมั่นคงทางการเงินในอนาคต

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ถ้าเห็นโฆษณาจนอดรนทนไม่ไหว ให้ลองกดสินค้าค้างไว้ในตะกร้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง กลับมาชั่งน้ำหนักความสำคัญ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสินค้านั้น ๆ

ทั้งนี้ Elizabeth Husserl ผู้เขียนหนังสือ “The Power of Enough” แนะนำว่า ความสุขของวัยผู้ใหญ่ไม่ได้มาจากบ้านหลังใหญ่หรือรถหรูเสมอไป ให้เลิกยึดติดกับเป้าหมายแบบคนรุ่นก่อน แล้วสร้างความสุขในแบบที่ตัวเองต้องการ

โดย Gen Z สามารถเลือกเส้นทางที่สอดคล้องกับความหมายของการใช้ชีวิต ที่มาพร้อมกับความพอเพียง และสามารถสร้างความสุขที่แท้จริงได้ เช่น

  • อยู่ร่วมบ้านกับเพื่อนเพื่อลดค่าใช้จ่าย
  • เรียนทางเลือกแทนการกู้หนี้เพื่อเรียนปริญญา
  • ร่วมซื้อบ้านกับเพื่อนหรือญาติแทนการซื้อคนเดียว
  • ทำงานอิสระหรือธุรกิจเสริมที่สอดคล้องกับคุณค่าของตัวเอง

เพราะสุดท้ายแล้ว “ความมั่งคั่ง” ไม่ได้มีสูตรตายตัว — แต่คือการนิยามชีวิตในแบบที่เราพอใจ

ที่มา: Business Insider [1][2]

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ความฝันราคาแพง ทำไมทุกวันนี้ บ้าน รถ สร้างครอบครัว กลายเป็นเรื่องเกินเอื้อมของ Gen Z

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...