โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้นกลุ่มยานยนต์ เอาตัวรอดในยุคเปลี่ยนผ่าน

ทันหุ้น

อัพเดต 19 มี.ค. 2568 เวลา 04.40 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. 2568 เวลา 04.40 น.

#SAT #ทันหุ้น - บทวิเคราะห์หุ้นกลุ่มยานยนต์ โดย บล.กสิกรไทย

เอาตัวรอดในยุคเปลี่ยนผ่าน

แนวโน้มกลุ่มยานยนต์ไทยน่าท้าทาย อุปสงค์อ่อนตัวลงตามสภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่การส่งออกสูญเสียส่วนแบ่งการตลาด

การเปลี่ยนไปใช้รถ EV คาดจะส่งผลลบต่อกลุ่ม เนื่องจาก OEM จีนยึดครองตลาด EV ซึ่งอุปทานรถยนต์ไทยมีสัดส่วนน้อย

บล.กสิกรไทยคงมุมมองลบต่อกลุ่มยานยนต์ เนื่องจากมีปัจจัยหนุนกำไรน้อยและมีการแข่งขันในกลุ่มมาก

Investment Topics

แนวโน้มการเติบโตของอุปสงค์น่าท้าทาย การผลิตรถยนต์ในประเทศไทยลดลงอย่างมากในปี 2567โดยลดลง 20% YoY มาอยู่ที่ 1.46 ล้านคัน ด้วยสาเหตุหลักจากอุปสงค์รถยนต์ในประเทศที่ลดลงมากจาก 1) การอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารที่เข้มงวดมากขึ้น 2) อุปสงค์รถยนต์ที่ลดลงจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและ 3) แนวโน้มการใช้รถยนต์มือสองที่มากขึ้น เราคาดว่าการผลิตรถยนด์จะเติบโตขึ้น 4% ในปี 2568หนุนจากยอดขายในประเทศที่ฟื้นตัวขึ้น

EV เป็นปัจจัยลบมากกว่าปัจจัยบวก เราเชื่อว่าการเปลี่ยนถ่ายจากยุค ICE ไปเป็น EV ทั้งในประเทศและทั่วโลกจะไม่ส่งผลบวกต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ของไทย รถยนต์ส่วนใหญ่ที่ผลิตในประเทศไทยคือรถปิกอัพซึ่งคิดเป็นสัดส่วนที่ 60-70% ของการผลิตทั้งหมด ปัจจุบันยอดขายรถ EV ในประเทศคิดเป็นสัดส่วนที่ 12% นำโดยรถ EV จากจีนซึ่งเป็นการนำเข้ามาเป็นส่วนใหญ่ อุตสาหกรรมผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไทยยังมีส่วนร่วมกับรถ EV จากจีนในระดับต่ำ โดยแม้ว่าทั้ง AH และ SAT ได้รับยอดสั่งผลิตใหม่จาก BYD แต่ปริมาณไม่มีนัยสำคัญ

นโยบายรถ EV ไม่ช่วยห่วงโซ่อุปทานรถยนต์ของไทย เราคาดว่าการบังคับใช้นโยบาย EV 3.5 (การผลิตรถ EV ในประเทศเพื่อชดเชยการนำเข้า) จะไม่มีประสิทธิภาพมากนัก อิงจากคาดการณ์ของเราที่คาดว่าอุปสงค์รถ EV จะเติบโตปานกลางในปี 2568 การผลิตที่เพิ่มขึ้นคาดจะส่งผลให้เกิดภาวะรถยนต์ล้นตลาด เราคาดว่าสถานการณ์ที่มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นคือผู้ผลิตรถ EV จากจีนเจรจากับรัฐบาลเพื่อขยายกรอบระยะเวลา ทำให้คาดว่าจีนจะยังมีการนำเข้ารถยนต์มาขายในประเทศไทยได้อยู่

สูญเสียส่วนแบ่งการส่งออกรถยนต์ ประเทศไทยกำลังสูญเสียข้อได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดส่งออกรถยนต์หลัก เนื่องจากจีนเพิ่มสัดส่วนการส่งออกรถยนต์ไปยังตลาดเอเชียรวมทั้งออสเตรเลีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกกลาง ในออสเตรเลีย ส่วนแบ่งยอดขายรถยนต์ใหม่จากจีนเพิ่มขึ้นมากจาก 1% ในปี 2561 มาอยู่ที่ 13% ในปี 2566 ขณะที่ส่วนแบ่งการนำเข้ารถยนต์จากประเทศไทยและญี่ปุ่นลดลง

คาดเห็น upside แต่ความไม่ชัดเจนยังคงอยู่ เราเชื่อว่ากลุ่มจะมี upside ซึ่งคาดจะส่งผลให้มีการปรับเพิ่มตัวคูณมูลค่าผลจากนโยบายของรัฐบาลอย่าง "รถเก่าแลกรถใหม่" เพื่อกระตุ้นยอดขายรถยนต์ในประเทศ เราคาดว่าจะเห็น upside ที่เป็นรูปธรรมเหมือนอย่างนโยบายรถคันแรกในปี 2555-2556 อย่างไรก็ดี จนถึงขณะนี้ นโยบายดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก

Recommendation

คงมุมมองลบต่อกลุ่มเราเห็นปัจจัยหนุนการเติบโตที่จำกัดต่อกลุ่มในระยะสั้น ขณะที่การแข่งขันในตลาดยังรุนแรง เราคงคำแนะนำ "ถือ" AH และ SAT เราชอบ SAT มากกว่า AH จากกำไรที่ผันผวนน้อยกว่า และอัตราตอบแทนเงินปันผลคาดว่าจะสูงถึง 13% ในปี 2568 จุดเปลี่ยนสำคัญของกลุ่มจะมาจากนโยบายกระตุ้นอุปสงค์รถยนต์จากรัฐบาล

ช่องทางเฟสบุ๊ก ติดตามข่าวได้ที่เพจ ทันหุ้นออนไลน์

https://www.facebook.com/thunhoonnews

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...