โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

โบรกฯ มองกนง.ลดดอกเบี้ย 0.25% หนุนดัชนีหุ้นไทยพุ่ง หุ้นกลุ่มดอกเบี้ยขาลงรับอานิสงส์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 เม.ย. 2568 เวลา 15.55 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. 2568 เวลา 08.55 น.

นักวิเคราะห์ฯ มอง กนง.ลดดอกเบี้ยตามคาด 0.25% ดันดัชนีหุ้นไทยบวกต่อเนื่อง คาดมีโอกาสแตะ 1,210 จุด ชูโรงหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า เช่าซื้อ อสังหาฯ และค้าปลีกรับประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย เตือนหลีกเลี่ยงแบงก์ใหญ่และประกันภัยระยะสั้น

บริษัทหลักทรัพย์ฯ ออกบทวิเคราะห์ถึงผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย ภายหลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% โดยส่วนใหญ่มองว่าการลดดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ และจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยหนุนดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ให้ปรับตัวสูงขึ้นได้อีก

บล.กรุงศรี ประเมินว่าการลดดอกเบี้ย 0.25% จะส่งผลให้ Equity Risk Premium (ERP) ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งทุก ๆ 0.25% ที่ ERP เพิ่มขึ้น จะหนุน SET Index ได้ราว 45-50 จุด พร้อมคาดการณ์ว่าทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของไทยยังคงเป็นขาลง และอาจมีการปรับลดลงอีก 1-2 ครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้

โดย หุ้นที่ได้รับประโยชน์จากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF, GPSC), กลุ่มเช่าซื้อ (MTC, SAWAD, JMT), กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (AP, LH), กลุ่มหนี้สูง (CPALL, BJC, MINT), หุ้น High Yield (ADVANC) และกลุ่มส่งออก (CPF, GFPT, HANA) ในขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่และบริษัทประกันภัยจะได้รับผลกระทบเชิงลบในระยะสั้น

ในเชิงกลยุทธ์ บล.กรุงศรี มองว่าหากอิงจากการฟื้นตัวของตลาดในช่วง 1-2 วันนี้ที่ราว 18-25 จุด SET Index ยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบบริเวณ 1,200/1,210 จุด พร้อมแนะนำหุ้นเด่นในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลงดังกล่าว และให้หลีกเลี่ยงหุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่และประกันภัยในระยะสั้น

บล.ทิสโก้ มีมุมมองสอดคล้องกันว่า กนง. มีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยลงอีก 0.25% ในช่วงครึ่งปีหลัง ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ณ สิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 1.50% โดยคาดการณ์ว่าหุ้นที่อ่อนไหวต่อแนวโน้มดอกเบี้ย เช่น กลุ่มไฟแนนซ์, กลุ่มอสังหาริมทรัพย์, กลุ่มโรงไฟฟ้า และหุ้นปันผล มีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นได้ดีกว่าตลาด พร้อมแนะนำเชิงกลยุทธ์ลงทุนในหุ้น AEONTS, BAM, MTC, AP, LH, SIRI, SPALI, EGCO, GPSC, GULF, KTB, SCB และ TTB

ด้านบล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) มองว่าการปรับลดดอกเบี้ย 0.25% จะส่งผลดีต่อบรรยากาศการลงทุนใน SET Index โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มการเงิน ค้าปลีก/ค้าส่ง และอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงหุ้นที่มีสัดส่วนหนี้สินสูง เนื่องจากต้นทุนทางการเงินและการบริโภคมีแนวโน้มลดลง

อย่างไรก็ตาม มองว่าเป็นปัจจัยลบต่อกลุ่มธนาคาร เนื่องจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) มีแนวโน้มลดลงในระยะถัดไป โดยแนะนำเชิงกลยุทธ์ลงทุนในหุ้น AP, BJC, CPALL, CPAXT, KTC, MTC, SAWAD, TNP และ TRUE

บล.ดาโอ มองเป็นกลางต่อกลุ่มธนาคาร เพราะเป็นไปตามที่ตลาดคาด แต่อย่างไรก็ดี รายได้ดอกเบี้ยจะมีโอกาสลดลงทันที โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ เรียงผลกระทบจากมาก-น้อยคือ BBL, KTB, KBANK และ SCB

สำหรับผลกระทบจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงไปอยู่ที่ 1.50% ในประมาณการกำไรปี 2025E ไว้แล้ว โดยยังให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มธนาคารเป็น “เท่ากับตลาด” โดยเราเลือก KTB (ซื้อ/เป้า 25.00 บาท) เป็น Top pick

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...