โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดาวโจนส์ ปิดตลาดบวก 141.74 จุด ฟื้นตัวช่วงท้ายตลาดหลังร่วงหนักระหว่างวัน จากกังวลเศรษฐกิจถดถอย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 01 พ.ค. 2568 เวลา 09.29 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2568 เวลา 02.29 น.

ดัชนี ดาวโจนส์ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (30 เม.ย.) โดยดาวโจนส์ และ S&P500 ฟื้นตัวในช่วงท้ายตลาด หลังจากที่ร่วงลงอย่างหนักในระหว่างวัน อันเนื่องมาจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย หลังจากสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) หดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรม ดาวโจนส์ ปิดที่ 40,669.36 จุด เพิ่มขึ้น 141.74 จุด หรือ +0.35%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 5,569.06 จุด เพิ่มขึ้น 8.23 จุด หรือ +0.15% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 17,446.34 จุด ลดลง 14.98 หรือ -0.09%

ในช่วงแรก ดัชนีดาวโจนส์ร่วงหลุดจากระดับ 40,000 จุด หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยการประมาณการครั้งที่ 1 ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 1/2568 โดยระบุว่า GDP หดตัวลง 0.3% หลังจากที่มีการขยายตัว 2.4% ในไตรมาส 4/2567 โดยการหดตัวลงของ GDP ในไตรมาส 1 ทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย

นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากการที่บริษัทจดทะเบียนหลายแห่งได้พากันปรับลดคาดการณ์รายได้และบางรายได้ระงับการเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์รายได้ เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากร

ดัชนีดาวโจนส์ และ S&P500 ลดช่วงลบในเวลาต่อมา และดีดตัวขึ้นปิดในแดนบวก หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่าดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) และดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ทรงตัวในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบเป็นรายเดือน โดยข้อมูลดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะ Stagflation หรือภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวแต่เงินเฟ้อกลับสูงขึ้น

ทั้งนี้ ดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)

นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ซึ่งระบุว่า ตัวเลขการใช้จ่ายของผู้บริโภค ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 2 ใน 3 ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจนั้น ปรับตัวขึ้น 0.7% ในเดือนมี.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.5%

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 7 ในวันพุธ (30 เม.ย.) ขานรับข้อมูลที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจยูโรโซนขยายตัวได้ดีเกินคาดในไตรมาส 1/2568

ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 527.48 จุด เพิ่มขึ้น 2.39 จุด หรือ +0.46%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,593.87 จุด เพิ่มขึ้น 38.00 จุด หรือ +0.50% , ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 22,496.98 จุด เพิ่มขึ้น 71.15 จุด หรือ +0.32% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 8,494.85 จุด เพิ่มขึ้น 31.39 จุด หรือ +0.37%

สำนักงานสถิติของยุโรป (Eurostat) เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของยูโรโซนขยายตัว 0.4% ในไตรมาส 1/2568 เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 0.2% และแข็งแกร่งกว่าในไตรมาส 4/2567 ที่มีการขยายตัว 0.2%

รายงานของ Eurostat ยังระบุว่า GDP ของสหภาพยุโรป (EU) ขยายตัว 0.3% ในไตรมาส 1/2568 เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส ซึ่งดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยายตัว 0.2% หลังจากที่มีการขยายตัว 0.4% ในไตรมาส 4/2567

ส่วนเมื่อเทียบเป็นรายปี ตัวเลข GDP ไตรมาส 1 ของยูโรโซนขยายตัว 1.2% และ GDP ของ EU ขยายตัว 1.4%

สำนักงานสถิติแห่งชาติของฝรั่งเศส (INSEE) เปิดเผยตัวเลขประมาณการเบื้องต้นระบุว่า GDP ขยายตัว 0.1% ในไตรมาส 1/2568 หลังจากที่หดตัวลง 0.1% ในไตรมาส 4/2567 สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกในวันพุธ (30 เม.ย.) ทำสถิติปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 13 ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งรวมถึงบริษัทผลิตยารายใหญ่อย่างจีเอสเค (GSK)

ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 8,494.85 จุด เพิ่มขึ้น 31.39 จุด หรือ +0.37%

หุ้น GSK พุ่งขึ้น 3.6% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งที่สุดในดัชนี FTSE 100 หลังจากบริษัทคาดการณ์แนวโน้มรายได้ที่สดใสในปีงบการเงิน 2568 พร้อมกับแสดงความเชื่อมั่นว่าบริษัทอยู่ในสถานะที่สามารถรับมือกับผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากร

หุ้นโคคา-โคลา เอชบีซี (Coca-Cola HBC) ทะยานขึ้น 3.9% หลังจากบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่ดีเกินคาดในไตรมาส 1/2568

หุ้น Smith+Nephew ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ พุ่งขึ้น 4% หลังจากบริษัทประกาศคงตัวเลขคาดการณ์ยอดขายและกำไรในปีงบการเงิน 2568

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยล่าสุด เนชั่นไวด์ (Nationwide) สถาบันการเงินผู้ให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยรายงานว่า ราคาบ้านในสหราชอาณาจักรปรับตัวลง 0.6% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบกับเดือนมี.ค. สวนทางกับที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะทรงตัว โดยปัจจัยสำคัญมาจากการสิ้นสุดมาตรการลดหย่อนค่าอากรแสตมป์ (Stamp Duty) สำหรับการซื้อขายบ้าน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...