เศรษฐีญี่ปุ่น สินทรัพย์พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ 3.1 ล้านล้านดอลล์ โต 3 เท่า สวนทางครัวเรือนส่วนใหญ่เพิ่มเพียง 42.2%
เศรษฐีญี่ปุ่น สินทรัพย์พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ 3.1 ล้านล้านดอลล์ โดยคนรวยและคนรวยมากเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า และ 3 เท่า สวนทางครัวเรือนส่วนใหญ่โตเพียง 42.2%
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ตามข้อมูลของ Nomura Research Institute Ltd. พบว่ามูลค่าทรัพย์สินที่ถือครองโดยเศรษฐีญี่ปุ่นพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 469 ล้านล้านเยน หรือราว 3.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ทรัพย์สินที่ถือครองโดยคนส่วนใหญ่กลับเติบโตในอัตราที่ช้ากว่ามาก
โดยะหว่างปี 2554 ถึง 2566 ความมั่งคั่งของคนรวยและคนรวยมากในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าและ 3 เท่าตามลำดับ ในขณะที่สินทรัพย์ที่ถือโดยคนส่วนใหญ่ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 80% ของครัวเรือนในญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นเพียง 42.2% เท่านั้น
ความแตกต่างที่เพิ่มขึ้นของความมั่งคั่งนั้นสะท้อนถึงกำไรจากหุ้นเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะเป็นประโยชน์ต่อครัวเรือนที่มีมูลค่าสุทธิสูง รายงานระบุว่าในปี 2566 ค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลงน่าจะส่งผลให้มูลค่าของสินทรัพย์ต่างประเทศที่ครัวเรือนชาวญี่ปุ่นที่ร่ำรวยถือครองสูงขึ้นด้วย
ขณะที่ดัชนี Topix เพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่าตั้งแต่ปลายปี 2554 จนถึงสิ้นปี 2566 โดยได้รับความช่วยเหลือจากนโยบายเศรษฐกิจที่มีชื่อเดียวกับชินโซ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซึ่งเริ่มในปี 2555
แม้ว่าผู้นำรุ่นหลังๆ รวมถึง ฟูมิโอะ คิชิดะ ได้เรียกร้องให้มีการสนับสนุนชนชั้นกลางและกระจายผลจากการเติบโตให้ดีขึ้น แต่ข้อมูลแสดงให้เห็นว่านโยบายของญี่ปุ่นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมานั้นเป็นประโยชน์ต่อคนรวยมากกว่าครัวเรือนส่วนใหญ่ของประเทศ ค่าจ้างจริงเติบโตขึ้นเพียง 3 ใน 13 ปีที่ผ่านมาจนถึงปี 2566 ในขณะเดียวกัน ในปี 2566 ครัวเรือน 3% อันดับสูงสุดของญี่ปุ่นมีสินทรัพย์สุทธิของครัวเรือน 26% ของประเทศ
NRI ได้กำหนดให้ครัวเรือนที่ร่ำรวย ซึ่งเป็นครัวเรือนที่มีทรัพย์สินสุทธิระหว่าง 100 ล้านเยนถึง 500 ล้านเยน และครัวเรือนที่ร่ำรวยมาก เป็นครัวเรือนที่มีทรัพย์สินสุทธิมากกว่า 500 ล้านเยน โดยสังเกตว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีครัวเรือนจำนวนมากที่กลายเป็นเศรษฐีโดยไม่คาดคิด
โดยสินทรัพย์ทั้งสองกลุ่มเติบโตผ่านระบบต่างๆ เช่น แผนการเป็นเจ้าของหุ้นของพนักงาน และโครงการลงทุนปลอดภาษีของรัฐบาลที่เริ่มต้นในปี 2557 รายงานยังระบุด้วยว่านับตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา ตัวบ่งชี้ทางเศรษฐกิจต่างๆ แสดงให้เห็นถึงการเติบโตต่อไป ซึ่งบ่งชี้ว่าอาจมีผลกระทบต่อสินทรัพย์สุทธิของผู้มั่งคั่งต่อไป
อ้างอิง : bloomberg.com