โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แบงก์ จับกลุ่มมั่งคั่ง 10 ล้านบาทขึ้นไป เน้นสิทธิประโยชน์ด้านลงทุน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 เม.ย. 2568 เวลา 18.06 น. • เผยแพร่ 14 เม.ย. 2568 เวลา 03.00 น.

ไทยพาณิชย์ - กสิกรไทย เจาะกลุ่มลูกค้าที่มีทรัพย์สิน 10 ล้านบาทขึ้นไป โดยมุ่งเน้นด้านการลงทุนเพื่อเพิ่มความมั่งคั่ง พร้อมสิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์

เงินฝากมากกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป มีกว่า 1แสนบัญชี

ณ ธันวาคม 2567 ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่า จำนวนบัญชีเงินฝากในธนาคารพาณิชย์ที่มากกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป พบว่า มี 105,991 บัญชี คิดเป็นมูลค่าเงินฝากรวม 1,585,920 ล้านบาท

จำนวนบัญชี

(หน่วย:บัญชี)

มูลค่าเงินฝาก

(หน่วย : ล้านบาท)

>10,000,000 บาท แต่ไม่เกิน 25,000,000 บาท 105,991 1,585,920 > 25,000,000 บาท แต่ไม่เกิน 50,000,000 บาท 32,458 1,142,647 > 50,000,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000,000 บาท 14,917 1,039,577 > 100,000,000 บาท แต่ไม่เกิน 200,000,000 บาท 6,748

929,508 > 200,000,000 บาท แต่ไม่เกิน 500,000,000 บาท 3,479

1,063,985

ตั้งแต่ 500,000,000 บาทขึ้นไป 1,593

2,458,714

ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย

ไทยพาณิชย์ผสานจุดแข็ง ทั้ง Finance - Lifestyle

นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ธุรกิจบริหารความมั่งคั่งในประเทศไทยเติบโตเฉลี่ยปีละ 6% ตั้งแต่ปี 2566 -2571 ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของโลก (ข้อมูลจาก BCG Global Wealth Market Sizing 2024 and BCG Thailand Wealth Forecast 2025) และคาดการณ์ว่าในปี 2571 ธุรกิจบริหารความมั่งคั่งในไทยจะมีสินทรัพย์มากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์

“ธุรกิจเวลธ์ในไทยเต็มไปด้วยโอกาส จึงดึงดูดกลุ่มผู้เล่นในตลาดทั้งผู้เล่นในไทยและสถาบันการเงินต่างประเทศ ที่เข้ามาขยายธุรกิจบริหารความมั่งคั่งในไทย สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยต้องการวางแผนทางการเงินเพิ่มมากขึ้น เพื่อความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว”

สำหรับกลยุทธ์ในการดูแลลูกค้ากลุ่มมั่งคั่งตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป หรือ SCB FIRST ที่มีความต้องการลงทุนในผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและมีความซับซ้อน นักลงทุนต่างมีความต้องการเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไป SCB WEALTH หนึ่งในธุรกิจที่สำคัญของธนาคารไทยพาณิชย์ มีเป้าหมายในการบริหารความมั่งคั่งให้ตอบโจทย์ทางการเงินของลูกค้าครอบคลุมทุกมิติ และต้องรู้ลึกถึงความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง จึงได้พัฒนาแพลตฟอร์ม (Wealth Platform) เพื่อใช้ในการวิเคราะห์เป้าหมายทางการเงินและความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละรายอย่างละเอียด เพื่อนำไปสู่การจัดพอร์ตการลงทุนที่เหมาะสมให้แก่ลูกค้าแต่ละราย ซึ่งมีความแม่นยำในการวิเคราะห์ข้อมูล และออกแบบโซลูชันการลงทุนที่ตอบโจทย์ลูกค้า

นายกฤษฎ์กล่าวว่า SCB WEALTH ผสานศักยภาพของบริษัทภายใต้กลุ่ม SCBX อาทิ บลจ.ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM), บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) บล.ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ จำกัด (SCB Julius Baer) และพันธมิตรชั้นนำระดับโลก กว่า 30 ราย เข้ากับขีดความสามารถในการให้คำปรึกษา (Advisory Capability) ในการนำเสนอโซลูชั่นบริหารความมั่งคั่งแบบครบวงจร โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกสินทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศแบบ Open Architecture เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกลงทุนตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคลผ่านการดูแลอย่างใกล้ชิดจากที่ปรึกษาทางการเงิน (RM)

โดยการดูแลจาก RM ผสานความทันสมัยของเทคโนโลยี ควบคู่กับความเชี่ยวชาญของ RM ได้อย่างลงตัว เป็นการดูแลลูกค้าแบบ Hybrid Advisory เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า รู้ถึงความต้องการและเป้าหมายทางการเงินอย่างแท้จริง ซึ่ง RM ใส่ใจทุกรายละเอียดความต้องการของลูกค้าและเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ตอกย้ำการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ Digital Bank with Human Touch

“เรามีแผนยกระดับธุรกิจบริหารความมั่งคั่งในทุกมิติให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล จึงได้จับมือกับ BlackRock ผู้นำเบอร์หนึ่งด้านการจัดการสินทรัพย์ระดับโลก ที่มีแนวคิดในการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกัน ในการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity) และการเติบโตอย่างยั่งยืน”

โดยการร่วมมือกับ BlackRock จะมีการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เข้าถึงข้อมูลการลงทุนในเชิงลึก จัดทำบทวิเคราะห์ร่วมกันเพื่อให้ลูกค้ามีข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนที่ดีขึ้น จัดตั้งทีมงานในการค้นหากลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมให้กับลูกค้า ร่วมกันพัฒนาออกแบบผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย มีมาตรฐานระดับสากลให้เฉพาะลูกค้า SCB WEALTH เท่านั้น

นายกฤษณ์กล่าวอีกว่า SCB WEALTH ตั้งเป้าเป็นอันดับหนึ่งด้านธุรกิจบริหารความมั่งคั่งในประเทศไทย ภายในปี 2569 จาก 3 แกนหลัก คือ 1.การได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในการบริหารจัดการในส่วนของการลงทุน Asset Under Advisory เติบโต Double Digit 2.Net Promoter Score (NPS) เป็นการวัดความพึงพอใจของลูกค้าโดยมีเป้าหมายในการขึ้นเป็นที่หนึ่งในใจลูกค้า 3.Sustainable Portfolio Growth การบริหารภาพรวมพอร์ตโฟลิโอให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

“SCB WEALTH มุ่งเน้นการให้บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า รวมถึงการมอบเอกสิทธิ์ที่เหนือระดับในการดูแลลูกค้าแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งด้านการเงิน (Financial Solutions) และไลฟ์สไตล์ (Lifestyle Privilege) เพื่อให้ลูกค้าได้สิทธิประโยชน์ที่ดีที่สุดอย่างรอบด้าน และตอบโจทย์ทุกความต้องการ”

สำหรับเอกสิทธิทางด้าน Financial Solutions เน้นการให้คำแนะนำการลงทุนอย่างครอบคลุม และปรับให้เหมาะกับเป้าหมายของลูกค้าแต่ละราย โดยการนำเสนอ Financial and Investment Insights : ข้อมูลบทวิเคราะห์ต่างๆ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และแนะนำผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจและเหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา

นอกจากนี้ ในเรื่อง Lifestyle Privilege ยังใส่ใจในการสร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตที่เหนือระดับ โดยมอบสิทธิประโยชน์พิเศษและบริการที่ออกแบบมาเพื่อลูกค้าคนสำคัญ ทั้งในเรื่องของ Travel Privileges: เอกสิทธิ์อัปเกรดชั้นบัตรโดยสาร และบริการห้องรับรองชั้นธุรกิจ เรื่อง Dining Privileges : เพลิดเพลินกับมื้ออาหารสุดพิเศษพร้อมรับส่วนลด ณ ห้องอาหารในโรงแรมชั้นนำที่เข้าร่วมรายการ และเรื่อง Health & Wellness Privileges : เอกสิทธิ์เหนือระดับในการดูแลสุขภาพที่ฟิตเนสและสปาชั้นนำทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด

ในปี 2568 นั้น SCB WEALTH วางเป้าหมายธุรกิจบริหารความมั่งคั่งภายใต้แนวคิด “Your Success. Our Success.” ความสำเร็จของคุณ คือความสำเร็จของเรา โดยยึด 3 กลยุทธ์หลักอันเป็นหัวใจสู่ความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ได้แก่

  • Customer Centricity : เข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง ผ่าน 3 แนวคิดใหม่ ดังนี้

  • แนวคิด No Gain No Pay ที่มาจาก Insight ลูกค้ารู้สึกไม่เป็นธรรม เมื่อต้องจ่ายเงินค่าธรรมเนียม แม้ตลาดติดลบ นำเสนอแนวคิดใหม่ของการลงทุนภายใต้สัญลักษณ์ No Gain No Pay ไม่เก็บค่าธรรมเนียมหากมูลค่าหน่วยลงทุนไม่ถึงเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ในหนังสือชี้ชวน

  • แนวคิด Capital Protected Fund ที่นำเสนอการลงทุนที่ความเสี่ยงต่ำ ลดการขาดทุนเงินต้น พร้อมผลตอบแทนที่สูงกว่าการเงินทั่วไป จากการที่ลูกค้ามีความกังวลเรื่องตลาดผันผวน

  • ลูกค้าไม่รู้ว่าจะต้องวางแผนบริหารความมั่งคั่งให้ครอบคลุมทุกมิติได้อย่างไร นำเสนอ แนวคิด Innovative Holistic Advisory Solution ออกแบบโซลูชันการบริหารความมั่งคั่งส่วนบุคคลที่ตรงตามความต้องการที่หลากหลาย อาทิ การต่อยอดทางการเงิน การดูแลบริหารจัดการ ความคุ้มครอง รวมถึงการส่งต่อความมั่งคั่ง เพื่อสร้างผลลัพธ์ความสำเร็จที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง

  • Hyper-Personalization : ตอบโจทย์ทุกความต้องการแบบรายบุคคล

  • นำเสนอโซลูชันการบริหารความมั่งคั่งที่ออกแบบเป็นพิเศษเฉพาะลูกค้าแต่ละราย โดยผสานศักยภาพของผู้เชี่ยวชาญเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัล และ AI ในการดูแลลูกค้าอย่างตรงใจและไร้รอยต่อในทุกมิติ

  • Go Global : ทุกที่ที่มีโอกาส เราให้คุณไปถึงได้ทั่วโลก

  • ผสานความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนในประเทศของ SCB เข้ากับพันธมิตรระดับโลก อาทิ SCB Julius Baer และ BlackRock เข้าไว้ด้วยกันแบบไร้รอยต่อ เพื่อลูกค้าสามารถลงทุนทั่วโลกได้อย่างไร้พรมแดน ชู product highlight ที่ exclusive เฉพาะลูกค้า SCB WEALTH เท่านั้น

กสิกรไทยปรับสิทธิประโยชน์ เดอะวิสดอม เน้น “คุณค่า”

ดร.พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ลูกค้ากลุ่มสินทรัพย์สูงของธนาคารกสิกรไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด เฉลี่ยประมาณ 4-6% ต่อปี โดยธนาคารมุ่งมั่นที่จะรักษาตำแหน่งผู้นำในธุรกิจบริการลูกค้ากลุ่มสินทรัพย์สูง ผ่านการส่งมอบประสบการณ์และเอกสิทธิ์เหนือระดับที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า ทั้งบริการด้านการลงทุน ประกัน และสิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์อย่างรอบด้าน

“ธนาคารกสิกรไทยได้ยกระดับบริการด้านการลงทุนและประกันแบบครบวงจร เพื่อก้าวสู่การเป็นที่ปรึกษาการลงทุนที่เป็นที่ไว้วางใจ หรือ “Trusted Advisor” ของลูกค้า ผ่าน K WEALTH ซึ่งเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการความมั่งคั่ง”

โดยผสานความเชี่ยวชาญจากทั้งบุคลากรในเครือธนาคารกสิกรไทย และบริษัทชั้นนำระดับโลกอย่าง J.P. Morgan Asset Management และ Lombard Odier เพื่อส่งมอบข้อมูลเชิงลึกด้านเศรษฐกิจและการลงทุน รวมถึงมีทีมผู้ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้า (Relationship Manager : RM) และทีมผู้เชี่ยวชาญ ทั้งด้านการลงทุนและประกันที่พร้อมให้บริการอย่างใกล้ชิด ควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเสริมประสบการณ์ของลูกค้าในทุกช่วงจังหวะ เพื่อช่วยบริหารพอร์ตการเงินของลูกค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการ ทันสถานการณ์ และพร้อมรับมือความผันผวนของตลาดโลกจากปัจจัยต่างๆ ทั่วโลก เช่น นโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นภาษีนำเข้า, เทคโนโลยี AI และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เป็นต้น

ดร.พิพัฒน์พงศ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ เดอะวิสดอมกสิกรไทย มีแผนที่จะขยายฐานลูกค้ากลุ่มสินทรัพย์สูงทั่วประเทศ พร้อมยกระดับสิทธิพิเศษด้วยแนวคิด “UP & MORE PERSONALIZED” ให้ลูกค้าเลือกแพ็กเกจสิทธิประโยชน์ที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของตนเอง ครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่ การเดินทาง, การใช้ชีวิต, สุขภาพ และสิทธิพิเศษที่หลากหลาย

อีกทั้งยังเน้นการดูแลลูกค้ากลุ่มสินทรัพย์สูงทุกระดับ โดยให้ความสำคัญกับฐานลูกค้าหลักที่มีเงินฝากหรือเงินลงทุนตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป พร้อมเพิ่มเอกสิทธิ์ที่มากขึ้นและพิเศษขึ้นสำหรับลูกค้าที่มีเงินลงทุนสูงขึ้นที่ระดับ 30 ล้านบาท, 50 ล้านบาท และ 150 ล้านบาทขึ้นไป

ปัจจุบัน การมอบประสบการณ์แบบ Personalized เป็นกลยุทธ์ที่ใช้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาประสบการณ์ที่มีความเฉพาะบุคคลมากขึ้น ทำให้การให้บริการแบบเดียวกันสำหรับทุกคนไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป นอกจากนี้ จากอินไซด์ของลูกค้ายังพบอีกว่าลูกค้าให้ความสำคัญกับ “คุณค่า” มากกว่าปริมาณ ดังนั้น สิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ได้รับ จะต้องเป็นสิทธิที่ใช้ได้จริง คุ้มค่า และตรงกับไลฟ์สไตล์ของตน เพราะการมีสิทธิพิเศษมากมายอาจไม่มีประโยชน์ หากไม่ได้ใช้จริงหรือไม่ตรงกับความต้องการ”

ดร.พิพัฒน์พงศ์ กล่าวว่า ด้วยเหตุนี้ ทำให้เดอะวิสดอมกสิกรไทยปรับสิทธิประโยชน์ใหม่ภายใต้แนวคิด "UP & MORE PERSONALIZED" เพื่อมอบประสบการณ์เหนือระดับให้กับกลุ่มลูกค้าสินทรัพย์สูงให้ดียิ่งขึ้น ปลดล็อกข้อจำกัดต่างๆ ที่ลูกค้ามักจะไม่ค่อยได้ใช้สิทธิพิเศษมากมายที่ได้รับ เนื่องจากไม่ตรงใจ ถูกจำกัดโควตา หรือไม่มีสิทธิพิเศษในจังหวัดที่ลูกค้าอยู่

สำหรับสิทธิประโยชน์ใหม่ของเดอะวิสดอมกสิกรไทย มีจุดเด่นที่ลูกค้าสามารถเลือกได้ตามไลฟ์สไตล์ของตนเองได้อย่างอิสระ พร้อมทั้งมั่นใจได้ว่าจะสามารถใช้สิทธิประโยชน์ได้จริงตามจำนวนสิทธิ์ในแพ็กเกจของตัวเอง ไม่มีระบบโควตา นอกจากนี้ เดอะวิสดอมกสิกรไทยยังร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำ เพื่อเพิ่มสิทธิพิเศษให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่อยู่ต่างจังหวัด เช่น บริการฟิตเนส บริการล้างรถ บริการนวดแผนไทย และบริการตรวจสุขภาพ ณ โรงพยาบาลชั้นนำ เป็นต้น

ทั้งนี้ ลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้น และหลากหลายขึ้น ตามระดับเงินฝากและเงินลงทุนตั้งแต่ 10 ล้านบาท, 30 ล้านบาท, 50 ล้านบาท และ 150 ล้านบาทขึ้นไป มีให้เลือก 4 แพ็กเกจตามไลฟ์สไตล์ 4 ด้านของลูกค้า โดยลูกค้าเลือกได้ 1 แพ็กเกจ ได้แก่

1 JOYFUL TRAVELER แพ็กเกจสำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยว และต้องการสิทธิพิเศษที่ช่วยอำนวยความสะดวก เช่น Priority PassTM Airport Lounge ณ สนามบินต่างประเทศทั่วโลก บริการห้องรับรองพิเศษ

  • PLEASURE SEEKER แพ็กเกจสำหรับลูกค้าที่ต้องการความรื่นรมย์ในการใช้ชีวิต เช่น บริการนวดผ่อนคลาย สิทธิพิเศษสมาชิก Club Marriott บัตรกำนัลดินเนอร์หรู หรือที่พักโรงแรมชั้นนำ เป็นต้น
  • WELLNESS LOVER แพ็กเกจสำหรับลูกค้าที่ใส่ใจสุขภาพ เช่น บริการฟิตเนส โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี บริการนวดแผนไทยจาก Let’s Relax บริการสปาจาก SPA Cenvaree เป็นต้น
  • LIFE EXPLORER แพ็กเกจสำหรับลูกค้าที่เพลิดเพลินกับสิทธิพิเศษที่หลากหลาย เช่น บัตรกำนัล Starbucks บริการล้างรถ เป็นต้น”

(เพิ่มเติม…)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...