กมธ.ป.ป.ช. เรียก 'ผู้ว่า สตง.' แจง 30 เม.ย. นี้ หากพบ ขรก.เอี่ยวทุจริต ชงป.ป.ช.ฟันแน่
กมธ.ป.ป.ช. เรียก ‘ผู้ว่า สตง.’ แจงปมสร้างตึกจนถล่ม 30 เม.ย.นี้ พ่วง ‘ปลัดก.อุตฯ’ งัดข้อมูลมาตรฐานชำแหละหิน-ปูน-เหล็ก ยันหากพบ ขรก.มีเอี่ยวทุจริต ชง ป.ป.ช.ฟันเอาผิดแน่ งง ใช้เงิน 13.6 ล้านซื้อโทรศัพท์ตั้งโต๊ะรุ่นเก่า ทั้งที่ ขรก.-ผู้บริหารมีสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่กว่า เชื่อใช้เวลาไม่นานสังคมจะได้คำตอบ
เมื่อวันที่ 16 เมษายน นายฉลาด ขามช่วง ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงกรณีการตรวจสอบอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ ที่พังถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ว่า งบประมาณมากกว่า 2 พันล้านบาท สำหรับการก่อสร้างอาคาร สตง. มาจากเงินสะสมของหน่วยงาน ซึ่งก็คือเงินงบประมาณที่เหลือในแต่ละปีที่ สตง.เก็บสะสมไว้เพื่อใช้ในการก่อสร้างอาคารสำนักงานของตัวเอง เพราะถ้าเป็นการของบประมาณจากสภา เชื่อว่าไม่มีทางได้รับการอนุมัติจากสภาอย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นเงินจำนวนมาก จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
สิ่งที่ กมธ.ตั้งประเด็นตรวจสอบคือ การก่อสร้างอาคารภาครัฐที่ใช้งบประมาณมหาศาลเช่นนี้มีการทุจริตหรือไม่ และวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง เช่น เหล็ก ปูนซีเมนต์ หิน หรือทราย มีคุณภาพได้มาตรฐานหรือไม่ ได้ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญให้เป็นไปตามขั้นตอนของการสร้างอาคารขนาดสูงหรือไม่ ซึ่ง กมธ.จำเป็นต้องได้ข้อมูลโดยละเอียดจากผู้บริหารหน่วยงาน จึงได้เชิญผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มาชี้แจงและให้ข้อมูลแก่ กมธ. ในวันที่ 30 เมษายนนี้ ทั้งนี้ กมธ.เคยเชิญผู้ว่าการ สตง.มาชี้แจงแล้วครั้งหนึ่ง แต่ทาง สตง.ขอเลื่อน
“หากไม่เกิดโศกนาฏกรรมและความสูญเสีย ปัญหาของอาคาร สตง.ก็จะถูกซุกอยู่ใต้พรม จนกว่ามีเหตุและความสูญเสีย ซึ่งก็ถือเป็นอุทาหรณ์ ที่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้กระจ่างเพื่อเป็นกรณีศึกษา ไม่ว่าจะเรื่องที่มาที่ไปของหลักเกณฑ์คัดเลือกเอกชน รายละเอียดสัญญาจ้างงาน การอนุมัติตรวจสอบแบบ การรับรองโดยบุคลากรวิชาชีพ มาตรฐานการควบคุมงาน ตลอดจนวัสดุต่างๆ ที่นำมาใช้ได้มาตรฐานหรือไม่ ทั้งหมดนี้ผู้ว่าการ สตง.ต้องมาชี้แจงโดยละเอียด“ นายฉลาดกล่าว
นายฉลาดกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน กมธ.ได้เชิญปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมมาให้ข้อมูลในส่วนของมาตรฐานต่างๆ โดยเฉพาะในส่วนของวัสดุที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่า ไม่เป็นไปตามมาตรฐานจนเป็นสาเหตุทำให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งนี้ รวมทั้งอาจมีการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างมโหฬาร ในส่วนของวิศวกร และบริษัทผู้ออกแบบอาคาร สตง.ก็ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการยอมรับ และมีความเป็นกลาง มาให้ความคิดเห็นตามหลักวิชาชีพว่า การออกแบบก่อสร้างมีความเหมาะสม คุ้มค่าหรือไม่ การใช้วัสดุอุปกรณ์เป็นไปตามมาตรฐาน มีคุณภาพหรือไม่ ซึ่งเหล่านี้สามารถเชื่อมโยงไปถึงเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันหรือไม่
“ส่วนตัวมองว่า จะไม่เกิดเหตุเช่นนี้ หากไม่มีนอกมีใน และยึดถือหลักวิชาชีพ ผู้ที่มีความเกี่ยวข้องทั้งหมดจะถูกเชิญมาชี้แจงต่อ กมธ.เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริง ให้คำตอบกับสังคม เป็นบรรทัดฐานในอนาคต หากพบข้อมูลว่า มีข้าราชการทุจริตประพฤติมิชอบ กมธ.ก็จะส่งให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่มีหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการต่อไป เชื่อว่าใช้เวลาไม่นาน เพราะมีข้อมูลหลายประเด็นที่เปิดเผยทางสื่อหลายแขนงแล้ว” นายฉลาดกล่าว
ส่วนกรณีที่มีข้อมูลว่า ปี 2563 สตง.ได้จัดซื้อโทรศัพท์บ้านแบบอนาล็อกจำนวน 2,000 เครื่อง งบประมาณกว่า 13.6 ล้านบาทนั้น นายฉลาดกล่าวว่า ถ้ามีการจัดซื้อจริง ก็ต้องตรวจสอบว่า มีการนำมาใช้งานจริงบ้างหรือไม่ เพราะก่อนปี 2563 ทุกคนมีโทรศัพท์มือถือใช้งานอยู่แล้ว ส่วนราชการเองก็จัดซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่ ตลอดจนสมาร์ทโฟนให้แก่ผู้บริหารและข้าราชการกันเป็นเรื่องปกติ ไม่น่าจะมีเหตุความจำเป็นที่ต้องไปใช้งบประมาณถึง 13.6 ล้านบาทสำหรับโทรศัพท์ตั้งโต๊ะรุ่นเก่าเช่นนี้ แต่ก็มักพบบ่อยๆ ว่า หน่วยราชการจะมีข้ออ้างในซื้อของที่ไม่จำเป็น รวมทั้งยังราคาแพงกว่าปกติ เพราะมีการบวกกำไรเข้าไปด้วย ซึ่งเรื่องนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณเช่นนี้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กมธ.ป.ป.ช. เรียก ‘ผู้ว่า สตง.’ แจง 30 เม.ย. นี้ หากพบ ขรก.เอี่ยวทุจริต ชงป.ป.ช.ฟันแน่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th