โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

4 บริษัทข้ามชาติเช่า อีเอสอาร์ เอเซีย สุวรรณภูมิ เต็มพื้นที่เฟส 1

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 ก.ย 2567 เวลา 10.35 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2567 เวลา 03.35 น.

อีเอสอาร์ กรุ๊ป ดึง 4 บริษัทข้ามชาติญี่ปุ่น-สหรัฐอเมริกา ลงทุนเช่า คลังสินค้าและโรงงาน "อีเอสอาร์ เอเซีย สุวรรณภูมิ" เฟส 1 กว่า363,000 ตารางเมตร จ่อขยายพื้นที่โลจิสติกส์และสินทรัพย์อุตสาหกรรม 2 ล้านตรม.ใน 5 ปี มูลค่าการลงทุน 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

นายจัยกุหม่า กัมเลช เมียปุริ ผู้บริหารสูงสุดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของอีเอสอาร์ กรุ๊ป กล่าวว่า “การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพถือเป็นวิธีที่อีเอสอาร์ใช้ในการส่งเสริมศักยภาพด้านการเติบโตของประเทศ และดึงดูดเม็ดเงินลงทุนซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น การลงทุนระยะยาวของเราในประเทศไทย

ซึ่งมีระบบเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ย่อมส่งผลให้ไทยมีโครงสร้างพื้นฐานด้านห่วงโซ่อุปทานเพิ่มมากขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นจากลูกค้าของอีเอสอาร์ ซึ่งมีทั้งผู้ประกอบการในประเทศและบริษัทข้ามชาติ ผู้ประกอบการเหล่านี้มิเพียงมองหาพื้นที่อุตสาหกรรมที่ใช่ หากแต่ยังมองหาโลจิสติกส์คุณภาพสูงเกรดเอมารองรับการประกอบการด้วย

ส่วนพันธมิตรผู้ร่วมลงทุนของเรานั้นจะได้ประโยชน์จากโซลูชั่นการลงทุนแบบปิดและบูรณาการแบบสมบูรณ์ที่เราใช้กับเครือข่ายการดำเนินงานทั้งหมด ส่งผลให้พันธมิตรของเราเข้าถึงตลาดภูมิภาคได้ในวงกว้าง”

ประเทศไทยเป็นส่วนสำคัญของแผนสร้างการเติบโตทางธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของอีเอสอาร์ โดยแผนนี้เน้นคว้าโอกาสที่จะได้รับจากการเติบโตของภูมิภาคที่ถือได้ว่ามีอัตราเติบโตรวดเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ทั้งนี้ อีเอสอาร์มีพื้นที่รวมกว่า 3 ล้านตารางเมตรจากอสังหาริมทรัพย์ในภาคอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงถือเป็นผู้นำแพลทฟอร์มด้านการบริหารและพัฒนาสินทรัพย์ในภูมิภาค ครอบคลุมทั้งไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม มาเลเซียและสิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นตลาดสำคัญในการเติบโตด้วย

ปัจจุบัน ESR เอเซีย สุวรรณภูมิเป็นที่ตั้งของบริษัท เอ็นเอกซ์ โชจิ (ไทยแลนด์) ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าแก่ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่, บริษัท นิชิโยริ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์เยื่อกระดาษขึ้นรูประดับพรีเมียมสำหรับสินค้าลักชัวรี และบริษัท แอมฟีนอล คอร์ปอเรชั่น ผู้ผลิตโมดูลอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ายอดนิยม นอกจากนี้ อีเอสอาร์ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงงานผลิตที่ออกแบบเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของบริษัท โคบายาชิ เภสัชกรรม การผลิต (ประเทศไทย) จำกัด โดยคาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2568

โครงการอีเอสอาร์ เอเซีย สุวรรณภูมิ ให้บริการพื้นที่เช่าทั้งในรูปแบบอาคารสำเร็จรูปพร้อมใช้ (Ready-Built) เพื่อให้ผู้เช่าสามารถเริ่มดำเนินธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว และรูปแบบอาคารสร้างตามสั่ง (Built-to-Suit) เพื่อตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะของลูกค้า ภายใต้ปรัชญาการออกแบบที่เน้นผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง

ผู้ประกอบการทั้ง 4 รายดังกล่าวข้างต้น จะมีการจ้างงานประมาณ 1,000 ตำแหน่ง นับรวมทั้งงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการสินทรัพย์และบริการเสริมในส่วนของอีเอสอาร์เอง และงานที่ลูกค้าของอีเอสอาร์เป็นผู้สร้างในระหว่างการดำเนินธุรกิจ

นายสยาม ทองกระบิล ผู้บริหารสูงสุดประเทศไทย ของ อีเอสอาร์ กรุ๊ป เสริมว่า “อีเอสอาร์ เอเซีย สุวรรณภูมิเป็นโครงการแรกที่เราพัฒนาในประเทศไทย โครงการนี้จึงสร้างโอกาสให้เราได้แสดงให้ประเทศไทยเห็นว่าเรามีวิธีการลงทุน ดำเนินงานและทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียอย่างไร จุดเด่นที่ทำให้เราแตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่น รวมถึงดูแลนักลงทุนและลูกค้าได้ดีกว่า คือแนวทางการดำเนินงานแบบองค์รวมโดยเรามอบหมายให้ทีมผู้เชี่ยวชาญดูแลการพัฒนาโครงการ บริหารจัดการเงินทุนตลอดจนวงจรชีวิตสินทรัพย์ทั้งหมด”

นอกจาก เอ็นเอกซ์ โชจิ, นิชิโยริ, แอมฟีนอล คอร์ปอเรชั่น และโคบายาชิ เภสัชกรรม การผลิตที่ก้าวเข้ามาเป็นพันธมิตรแล้วปัจจุบัน อีเอสอาร์อยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้าอีกหลายราย ที่มีความสนใจจะเช่าพื้นที่ในเฟสต่อไปของอีเอสอาร์ เอเซีย สุวรรณภูมิ โดยการพัฒนาพื้นที่โครงการจะคำนึงถึงความต้องการและข้อกำหนดในการใช้พื้นที่ของลูกค้า

สินทรัพย์ภายใต้การบริหารงานของอีเอสอาร์ในประเทศไทยมีมูลค่ารวมเกือบ 215 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีพื้นที่รวมราว 130,000 ตารางเมตร (นับรวมพื้นที่ทั้งในโครงการที่เสร็จสมบูรณ์แล้วและยังพัฒนาอยู่) จาก 4 โครงการ ได้แก่ “ESR เอเซีย สุวรรณภูมิ” “ESR เอเซีย แหลมฉบัง” “ESR เอเซีย บ่อวิน” และ “ESR เอเซีย วังน้อย”

ทั้งนี้ อีเอสอาร์มีเป้าหมายที่จะขยายพื้นที่ด้านโลจิสติกส์และสินทรัพย์อุตสาหกรรมในประเทศไทยจนครอบคลุมราว 2 ล้านตารางเมตรภายใน 5 ปี โดยจะคิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมราว 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ตามเป้าหมายขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดในหลากหลายประเทศมากขึ้น

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...