รพ.ยอมรับ สลับตัวเด็กไทยกับเด็กพม่าจริง หลังพ่อสงสัยลูกตัวเองคิ้วหาย ตรวจเลือด/ดีเอ็นเอ
โรงพยาบาลรับแล้ว สลับตัวเด็กจริง หลัง พ่อช็อก ลูกแรกเกิดเปลี่ยนไป เผยสาเหตุน่าจะเกิดขึ้นตอนนำเด็กไปตรวจ รพ.นัดเจรจาเรื่องเยียวยาวันนี้
กรณี พ่อโพสต์เรื่องราวลูกสาวแรกเกิดถูกสลับตัวจากโรงพยาบาล หลังจากลูกสาวหายใจเร็วเลยต้องแยกห้องกับแม่ แม่นอนห้องพักฟื้น ลูกนอนห้องอภิบาล ต่อมาพบว่าลูกของตัวเองมีลักษณะเปลี่ยนไป ทั้งคิ้ว และทรงผม ซึ่งแตกต่างจากภาพที่ถ่ายเก็บไว้ดู แต่พยาบาลยืนยันว่า หน้าเด็กเปลี่ยนไปทุกวัน
กระทั่งออกจากโรงพยาบาล ด้วยความสงสัยจึงไปเรียกร้องให้มีการตรวจเลือด และ DNA ปรากฏว่า ลูกถูกสลับตัวจริง กับเด็กชาวพม่า ซึ่งโรงพยาบาลได้ทำการขอโทษ และสิทธิในการรักษาเป็นพิเศษ ขณะที่ผู้โพสต์ได้เรียกเงินเยียวยา 2 แสนบาท โดยจะแบ่งกับครอบครัวชาวพม่า
ความคืบหน้าเรื่องดังกล่าว วันที่ 16 กันยายน ที่โรงพยาบาลกระทุ่มแบน อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร นายแพทย์สุรวิทย์ ศักดานุภาพ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นายแพทย์ธรรมวิทย์ เกื้อกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกระทุ่มแบน รองผู้อำนวยการ และหัวหน้าฝ่ายการพยาบาล ได้ร่วมกันให้ข้อมูลและชี้แจงเหตุ “สลับตัวเด็กทารก” ตามที่พ่อของเด็กได้โพสต์ลงในข่าวกระทุ่มแบนไปก่อนหน้านี้ ตามที่มีการเสนอข่าวออกไปนั้น
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครกล่าวว่า ในเรื่องดังกล่าวเป็นเหตุผิดพลาดที่เกิดขึ้นจริงจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกระทุ่มแบน ซึ่งเรื่องดังกล่าวทางโรงพยาบาลกระทุ่มแบนได้ออกมายอมรับผิดและขอแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้มีการพูดคุยกับทางพ่อของเด็กที่เป็นคนไทยไปแล้วครั้งหนึ่ง และยังได้มีการนัดทั้ง 2 ครอบครัว มาเจรจาถึงความชัดเจนกันอีกครั้งเกี่ยวกับการเยียวยาทั้งหมดตามที่มีการร้องขอมา
นพ.สุรวิทย์กล่าวอีกว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อประมาณกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเด็กแรกเกิดทั้ง 2 ราย เป็นบุตรของครอบครัวคนไทยกับคนต่างด้าว (เมียนมา) และเด็กทั้ง 2 รายมีอาการเจ็บป่วยต้องสงสัยว่าจะติดเชื้อ จึงได้รับไว้ในตึกผู้ป่วยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ซึ่งช่วงที่ทำการรักษามีเด็กที่ป่วยทั้งหมดกว่า 10 ราย
“ส่วนเหตุที่ทำให้เกิดการสลับตัวนั้น จากการสอบถามผู้ดูแลเด็กและหัวหน้าตึกก็พอสรุปได้ว่า เด็กทั้ง 2 รายมีอาการติดเชื้อและจำเป็นต้องให้การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือด กับให้น้ำเกลือ ดังนั้นช่วงที่มีการดูแลด้วยหัตถการทั้งการให้น้ำเกลือและการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับเด็กอ่อน จึงต้องมีการตัดสายรัดข้อมือออก และนี่เองอาจจะทำให้เกิดการผิดพลาดขึ้นจนนำมาสู่การสลับตัวเด็กดังกล่าว ทั้งนี้ ภายหลังจากที่ทางโรงพยาบาลรับทราบข้อมูลจากบิดาของเด็กไทยและร้องขอให้มีการตรวจ DNA เด็กนั้น ทางโรงพยาบาลก็ดำเนินการให้ทันที” นพ.สุรวิทย์กล่าว
นพ.สุรวิทย์กล่าวว่า ซึ่งผลที่ออกมาครั้งแรกเป็นไปตามที่พ่อเด็กไทยสงสัย คือ มีการสลับตัวเด็กเกิดขึ้นจริง จากนั้นก็ได้มีการตามหาตัวเด็กทารกที่สลับกันพบและส่งคืนให้พ่อกับแม่ตัวจริง อีกทั้งยังได้มีการส่งไปตรวจ DNA ซ้ำเพื่อยืนยันความชัดเจนอีกครั้งที่โรงพยาบาลรามาฯ ซึ่งผลก็ออกมาเป็นการยืนยันว่ามีการสลับตัวเด็กจริงๆ และเป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากทางโรงพยาบาลกระทุ่มแบน พร้อมกันนี้ทางโรงพยาบาลก็ยินดีที่จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด รวมถึงการเยียวยาดูแลรักษาให้บริการทางการแพทย์ในระยะยาวแก่เด็กทั้ง 2 คนอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน
นอกจากนี้ยังพร้อมที่จะมอบเงินเพื่อเยียวยาสิ่งที่เกิดขึ้นตามที่ทางผู้ปกครองของเด็กไทยได้มีการร้องขอมาด้วย ซึ่งก็จะได้มีการนัดหมายทั้ง 2 ครอบครัวมาชี้แจงทำความเข้าใจที่ชัดเจนกันต่อไป
นพ.สุรวิทย์กล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้น ทางโรงพยาบาลได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบหาข้อเท็จจริง โดยทั้งนี้ยังได้มีการทบทวนมาตรการและกำหนดแนวทางในการเพิ่มความปลอดภัยแก่เด็กทารก ซึ่งมาตรการป้องกันด้วยการใช้สายรัดเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ จะต้องมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มและสามารถตรวจสอบได้ทุกมุม รวมถึงยังได้มีการเน้นย้ำกับทางเจ้าหน้าที่เองก็ต้องมีความรอบคอบรัดกุมในการดูแลแยกแยะเด็กแรกเกิดให้มากกว่านี้ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำได้อีก
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รพ.ยอมรับ สลับตัวเด็กไทยกับเด็กพม่าจริง หลังพ่อสงสัยลูกตัวเองคิ้วหาย ตรวจเลือด/ดีเอ็นเอ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th