เด้งรับคำสั่งนายกฯ สทนช. เสนอ 6 แผน วาระแห่งชาติบริหารจัดการน้ำ 3 ปี สร้างประโยชน์ 19.9 ล้านไร่
The Bangkok Insight
อัพเดต 06 ส.ค. 2567 เวลา 03.42 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. 2567 เวลา 03.42 น. • The Bangkok Insightเด้งรับคำสั่งนายกฯ สทนช. เสนอ 6 แผน วาระแห่งชาติบริหารจัดการน้ำ 3 ปี สร้างประโยชน์ 19.9 ล้านไร่ 6.2 ล้านครัวเรือน เก็บกักน้ำเพิ่มขึ้น 6,600 ล้านลบ.ม.
ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า ตามที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ สทนช.วางแผนบริหารจัดการน้ำระยะยาว เพื่อแก้ปัญหาเรื่องทรัพยากรน้ำนั้น
สทนช. ได้นำเสนอแผน 3 ปี ด้านทรัพยากรน้ำ และโครงการสำคัญ โดยมีเป้าหมายการพัฒนาตามแผน คือ “น้ำถึงไร่นา น้ำสะอาดทุกหมู่บ้าน แก้ปัญหาภัยพิบัติด้านน้ำ” เพื่อขับเคลื่อนการสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้ประเทศ พัฒนาคุณภาพชีวิตให้ประชาชน ซึ่งเป็นงานที่รัฐบาลให้ความสำคัญและขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง
สร้างประโยชน์ 19.9 ล้านไร่ 6.2 ล้านครัวเรือน เก็บน้ำเพิ่มขึ้น 6,600 ล้านลบ.ม.
ทั้งนี้ แผนงาน 3 ปีฯ ได้กำหนดเป็นวาระด้านทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ไว้ทั้งหมด 6 แผนงาน 53,892 โครงการ ซึ่งหากดำเนินการแล้วเสร็จจะมีพื้นที่รับประโยชน์ 19.9 ล้านไร่ ครัวเรือนรับประโยชน์ 6.2 ล้านครัวเรือน พื้นที่ได้รับการป้องกัน 4.28 ล้านไร่ ความจุเก็บกักเพิ่มขึ้นประมาณ 6,600 ล้านลูกบาศก์เมตร
6 แผนงาน บริหารจัดการน้ำ 3 ปี
ทั้ง 6 แผนงานดังกล่าว ประกอบด้วย
- แผนการพัฒนาน้ำอุปโภคบริโภค เพื่อจัดหาน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคบริโภคให้แก่ชุมชน ครบทุกหมู่บ้าน ชุมชนเมือง แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และพื้นที่เศรษฐกิจ
- แผนปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำเดิม และพัฒนาระบบกระจายน้ำ โดยเพิ่มประสิทธิภาพโครงการแหล่งน้ำ และระบบส่งน้ำเดิม โดยปรับปรุงโครงการชลประทานขนาดใหญ่/กลาง ปรับปรุงโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก รวมถึงการพัฒนาระบบกระจายน้ำของโครงการแหล่งน้ำเดิม
- แผนพัฒนาพื้นที่เกษตรน้ำฝน เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านการผลิต ด้านการเกษตรในพื้นที่เกษตรน้ำฝน
- แผนพัฒนาพื้นที่รับน้ำหลากและการป้องกันน้ำท่วมชุมชนเมือง โดยเพิ่มพื้นที่แก้มลิงรับน้ำหรือพื้นที่หน่วงน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการทรัพยากรน้ำพื้นที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อลดปัญหาน้ำหลากเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน-พื้นที่เศรษฐกิจในตอนล่าง และเป็นการเก็บกักน้ำไว้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่หน่วงน้ำช่วงฤดูแล้งได้
แผนการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศทรัพยากรน้ำ เพื่อฟื้นฟูและจัดการพื้นที่ป่าต้นน้ำที่เสื่อมสภาพ พัฒนาระบบอนุรักษ์ดินและน้ำเพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ต้นน้ำ และป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน ป้องกันและบรรเทาภัยให้แก่ชุมชนในพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่ม และจัดการคุณภาพน้ำให้เอื้ออำนวยต่อระบบนิเวศและสภาพแวดล้อม
6. เป็นแผนงานตามโครงการสำคัญ 62 โครงการ ซึ่งได้มีการกำหนดโครงการสำคัญด้านทรัพยากรน้ำที่ขับเคลื่อนได้ภายใน 3 ปี แบ่งออกเป็น 3 แผนงาน ได้แก่
โครงการภายใต้แผนงานด้านที่ 1 การเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน 37 โครงการ โดยกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ เช่น โครงการสำคัญในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำกิ จังหวัดน่าน โครงการผันน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี ฯลฯ
โครงการภายใต้แผนงานด้านที่ 2 การบรรเทาปัญหาอุทกภัย 24 โครงการ โดยกรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง กรุงเทพมหานคร เช่น โครงการปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก โครงการระบบระบายน้ำและระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนพิชัย อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดปาง โครงการก่อสร้างอุโมงค์ส่วนต่อขยายจากบึงหนองบอนถึงคลองประเวศบุรีรมย์และคลองสี่ ฯลฯ
โครงการภายใต้แผนงานด้านที่ 3 การแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำ 1 โครงการ โดย กรุงเทพมหานคร ได้แก่ โครงการก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสียและระบบบำบัดน้ำเสียมีนบุรี ระยะที่ 2
เร่งดำเนินการให้สัมฤทธิ์ผลโดยเร็ว
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายและข้อสั่งการให้ทุกหน่วยงาน ร่วมกันบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ โดยมีประเด็นหลัก ได้แก่ เร่งจัดหาน้ำสะอาดให้เห็นผลผลสัมฤทธิ์โดยเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพโครงการหรือแหล่งน้ำเดิมพัฒนาระบบกระจายน้ำ เพิ่มความจุเก็บกักเพื่อเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุน สำหรับผลิตประปาและการเกษตรหรือการประกอบอาชีพ ลดภัยทางน้ำ โดยการกำหนดพื้นที่รับน้ำหลาก และทำแก้มลิงรองรับน้ำหลาก ดูแลพื้นที่ป่าต้นน้ำรักษ์น้ำรักษ์ป่าลดการชะล้างพังทลายของดิน
ซึ่ง สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำของประเทศในทุกมิติอย่างยั่งยืน
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- นายกฯ สั่งทำแผน 3 ปี บริหารจัดการน้ำ ครอบคลุมภาคอุตสาหกรรม เสนอครม.ภายในสิ้นเดือนนี้
- เตือน! เพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา ประชาชน 2 ฝั่งแม่น้ำ อ่างทอง-อยุธยา ระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้น
- ‘ภูมิธรรม’ ยืนยัน ‘นายกฯ’ ยังไม่ปรับครม. มั่นใจรอดคดี 14 ส.ค.นี้
ติดตามเราได้ที่