โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ส่องแนวโน้มการเติบโต SC-PR9 บริษัทในมือนายกฯ "อุ๊งอิ๊ง" แพทองธาร

Share2Trade

อัพเดต 12 ก.ย 2567 เวลา 06.11 น. • เผยแพร่ 12 ก.ย 2567 เวลา 08.00 น. • Share2Trade

หลายคนที่ได้ติดตามข่าวสารก็คงจะพอรู้ว่า แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นั้นมีการลงทุนถือครองหุ้นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ปรากฎรายชื่อเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่จำนวน 2 แห่ง นั่นก็คือ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC และ บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9

ดังนั้นในครั้งนี้ Share2Trade จะพานักลงทุนไปเจาะลึกรายละเอียดของแนวโน้มการเติบโตในอนาคตของทั้งสองบริษัท รวมไปถึงคาดการณ์ผลประกอบการจากมุมมองนักวิเคราะห์ และกรอบราคาเป้าหมายที่นักวิเคราะห์ได้ประเมินไว้
เริ่มจากที่บริษัทเอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC ที่ปรากฏรายชื่อ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับที่หนึ่ง
โดยบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มีมุมมอง neutral ต่อข้อมูลใน analyst meeting จากประเด็นเรื่อง แนวโน้มไตรมาส 3/67 ทั้งในส่วนของยอดพรีเซล และยอดโอนมีสัญญาณดีขึ้นจากไตรมาสก่อน แต่เทียบถ้าเทียบกับปีก่อนคาดทรงตัวหรือลดลง ดังนั้นทำให้แนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 3/67 อาจยังไม่ดีนัก และคาดยังลดลงจากปีก่อน
ถึงแม้ว่าทาง SC คงเป้าปี 67 ที่คาดว่ายอดขายจะทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน และคาดว่ายอดโอนจะเพิ่มขึ้น 5% แต่อย่างไรก็ตามคาดมีโอกาส downside 5-10% จากในครึ่งปีแรกที่ที่ต่ำกว่าเป้าหมาย
ขณะที่แนวโน้ม GPM residential ในครึ่งปีหลังคาดยังลดลงจากปีก่อน เพราะมีเรื่องของราคาโปรโมชั่นที่ยังมากอยู่ ส่วนการลงทุนใน non-residential ทั้งในส่วนของโรงแรม และคลังสินค้า ที่เป็นรูปแบบร่วมทุนเพื่อลดความเสี่ยงแต่จะมีบทบาทต่อกำไรสุทธิใน 68-69 เป็นต้นไป
ดังนั้นยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 67 ไว้ที่ 2 พันล้านบาท ลดลง 18% จากปีก่อน โดย extra gain ที่อาจเกิดขึ้นในไตรมาส 4/67 ราว100-150 ล้านบาท จะช่วยจำกัด downside risk ได้
โดยคงราคาเป้าหมายปี 68 ไว้ที่ 3.20บาท ในระยะสั้นคาดราคาหุ้นถูกกดดันจากแนวโน้มกาไรสุทธิไตรมาส 3/67 ไม่ดีนักแต่ระยะยาวยังแนะนำ ซื้อ จากแผนธุรกิจ aggressive3ปีข้างหน้า ทั้งresidential และการขยายสู่ธุรกิจใหม่เพื่อสร้างnew S-curve ทำให้คาดกำไรสุทธิใน 68 เป็นต้นไปจะกลับมาโตต่อเนื่องและสม่ำเสมอขึ้น
ด้านของ บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 ซึ่งมี คุณหญิง พจมาน ดามาพงศ์ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับที่หนึ่ง และแพทองธาร ชินวัตร ถือหุ้นใหญ่อันดับที่ 14
โดย นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ให้มุมมองภายหลังจากการประชุมนักวิเคราะห์ว่า ยังคงมีมุมมองเป็นกลาง และคำแนะนำยังคงเดิม ซึ่งคาดว่าจำนวนผู้ป่วยจากตะวันออกกลางจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในครึ่งหลังปี 67
PR9 มั่นใจว่าจะสามารถบรรลุการเติบโตของรายได้ในระดับตัวเลข 2 หลักในปี 67 โดยคาจะมีการเติบโตเร่งขึ้นในครึ่งปีหลังเนื่องจากปัจจัยตามฤดูกาลและการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ
การเพิ่มขึ้นของรายได้ในใตรมาสที่สองของบริษัทเกิดจากการใช้จ่ายต่อการเข้ารับบริการของผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น ผู้ป่วยต่างชาติเป็นผู้มีส่วนสำคัญหลักต่อการเพิ่มขึ้นของรายได้ของบริษัท 24% จากปีก่อน (เทียบกับ +5% สำหรับผู้ป่วยชาวไทย) โดย PR9 ตั้งเป้าหมายที่จะมีรายได้ 20% จากผู้ป่วยต่างชาติภายในสองถึงสามปีข้างหน้า
นอกจากนี้ บริษัทมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยที่มีประกันเป็น 30% ในอีกสองปีข้างหน้า โดยได้รับการสนับสนุนจากการเพิ่มประสิทธิภาพการบริการและตำแหน่งที่พร้อมจะได้รับประโยชน์จากแนวโน้มการร่วมจ่ายที่เพิ่มขึ้นในแผนประกันใหม่ๆ
แม้ว่าค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและการขยายกิจการจะเพิ่มขึ้น แต่ PR9 เชื่อว่าการเติบโตของรายได้สามารถชุดเชยค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้ และยังสามารถปรับปรุงอัตรากำไรได้
ขณะเดียวกันบริษัทให้ความสำคัญกับการใช้ประโยชน์สูงสุดจากความสามสามารถในการรองรับผู้ป่วยที่มีอยู่ในปัจจุบันก่อนที่จะพิจารณาการขยายกิจการ ดังนั้น แผนการเพิ่มจำนวนเตียงอาจถูกเลื่อนออกไปเป็นครึ่งหลังปี 68 ขึ้นอยู่กับการเติบโตของความต้องการ โดยคงคำแนะนำ "ซื้อ" สำหรับ PR9 โดยมูลค่าที่เหมาะสมเท่ากับ 23 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...