โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จาก ‘CRAZY’ เพลงที่ LE SSERAFIM ขอเป็นตัวเอง แม้ถูกมองว่าบ้า สู่ ‘Crazier’ เพลงเศร้าที่บ้ากว่า เมื่อมันไม่ง่าย ที่จะบ้าโดยไม่เจ็บตอนถูกเกลียด

Mirror Thailand

อัพเดต 03 ก.ย 2567 เวลา 06.58 น. • เผยแพร่ 03 ก.ย 2567 เวลา 06.58 น.
ภาพไฮไลต์

หลังพายุดราม่าโหมกระหน่ำเข้ามาติดๆ กัน ทั้งครั้งที่โดนสาดข้อความเกลียดชังหลังจบการแสดงคอนเสิร์ตบนเวที Coachella หรือครั้งที่ถูกพูดถึงท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างผู้ใหญ่ในบริษัทต้นสังกัด (มินฮีจิน-บังชีฮยอก) ที่อยู่ดีๆ พวกเธอก็โดนลากไปด่า แม้จะยังไม่ได้ทำอะไรผิดก็ตาม แต่สาวๆ ทั้ง 5 คน ในนาม ‘LE SSERAFIM’วงที่ตั้งชื่อมาจากประโยค I’m Fearless ก็ลุกขึ้นมาอีกครั้งอย่างสง่างาม เพื่อตอกย้ำความมั่นใจในการเป็นตัวเองตามชื่อวง กับมินิอัลบั้มชุดที่ 4 ‘CRAZY’ ที่เพลงไตเติ้ลอย่าง CRAZY ก็บ้าบิ่นสมชื่อ และมันสะใจด้วยดนตรีแนว EDM ท่าเต้นที่ใช้แรงกล้ามเนื้อโหดๆ เอ็มวีที่หลุดโลก กระทั่งเนื้อเพลงที่ยืนยันให้ผู้หญิงเป็นตัวเองในแบบที่เลือก แม้จะไม่ถูกใจชาวบ้าน หรือถูกมองว่าเป็นนังบ้าก็อย่าได้แคร์

CRAZY มีหลายท่อนซึ่งสะท้อนคาแรกเตอร์สาวแสบที่แอบกวนเหล่าแอนตี้พร้อมกับชวนให้ผู้หญิงคิดตามว่า การได้ทำตัวบ้าๆ บอๆ หรือทำในสิ่งที่ชอบ มันดีต่อใจ ทั้งท่อนติดหู “All the girls are girling, girling” และ “Act like an angel and dress like crazy” หรือท่อนที่ตีกับตัวเองในหัวอย่าง “ฉันลองพยายามทุกวันแล้วนะ สมองก็บอกว่า บ้าๆ บอๆ ให้มันพอดิบพอดีหน่อย แต่ทำไมหยุดไม่ได้อะ?” และท่อนใกล้จบที่ย้ำว่า “แม้จะรู้ว่าต้องตาบอด แต่พวกเราก็ขอจูบพระอาทิตย์ต่อละกัน มั๊วะ!” ทว่ามนุษย์เราไม่มีทางเข้มแข็งได้ทุกวัน ทุกคนมีความเจ็บปวด มีบาดแผล และไม่ใช่ทุกคนจะเยียวยามันได้เร็ว‘Crazier’ จึงเป็นอีกเพลงซึ่งเปรียบเสมือนภาคต่อของ CRAZY ที่เล่าถึงชีวิตตลกร้ายที่ ‘บ้ากว่า’ ของพวกเธอ เพราะแม้บางวันจะกล้าทำอะไรบ้าๆ แต่บางวันก็ไม่ง่ายเลยที่จะเป็นตัวเอง ท่ามกลางผู้คนที่คอยสาปส่งความเกลียดชังมาให้ถึงที่

Crazier เป็นเพลงที่ ฮอยุนจิน หนึ่งในเมมเบอร์ รับบทโปรดิวเซอร์หลัก และมีส่วนในการเขียนเนื้อเพลง ที่ตั้งแต่เริ่มประโยคแรกจนถึงวินาทีสุดท้าย ล้วนสะท้อนความเจ็บปวดของพวกเธอที่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตที่ผ่านมาได้อย่างดี เพราะนับตั้งแต่ที่ขึ้นแสดง Coachella เมื่อเดือนเมษายน พวกเธอก็ถูกวิจารณ์อย่างหนักหน่วงในเรื่องของเสียงร้อง ที่แน่นอนว่าสัดส่วนคอมเมนต์ประเภทติเพื่อก่อซึ่งมีประโยชน์ต่อพวกเธอ นั้นมีน้อยกว่าคอมเมนต์ที่ด่าทอแบบเอาเป็นเอาตาย ประหนึ่งพวกเธอจะทำการแสดงผิดพลาดไม่ได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว ลากยาวมาถึงการถูกอ้างถึงชื่อวงโดย มินฮีจิน แห่ง ADOR ผู้ปลุกปั้น NewJeans ที่ขัดแย้งกับ บังชีฮยอก ผู้ก่อตั้ง HYBE เรื่องปัญหาภายในบริษัท จนทำให้สาวๆ กลายเป็นสนามอารมณ์ชาวเน็ตอีกครั้ง เมื่อมีบางคนแยกแยะไม่ได้แล้วพาลแบ่งพรรคแบ่งพวก แยกทีมเป็นสองฝั่ง แล้วเอามาลงที่พวกเธอ จนถึงปัจจุบัน LE SSERAFIM ก็ตัดสินใจปิดคอมเมนต์บนอินสตาแกรมส่วนตัวทุกคน เพื่อเซฟใจตัวเองจากคำพูดร้ายๆ ที่พร้อมจะเข้ามา

“อยากจะบ้าๆ บอๆ เหมือนกัน แต่มันคงสายไปแล้ว เพราะฉันกังวลว่าคนอื่นจะคิดยังไงกับฉัน นี่คงเป็นอีกวันที่ฉันเอาแต่วิ่งตามผู้หญิงคนนั้นผ่านหน้าจอ” ท่อนเปิดเพลงที่แสดงถึงการพยายามเป็นไอดอลใน ‘อุดมคติ’ ของใครๆ ที่ทำให้พวกเธอคิดถึงชีวิตแบบ “หนังแสนคลีเซ่ที่ฉันเขียนไว้ในบันทึก ตอนนั้นฉันมีความสุขดีจัง มีอิสระที่จะฝัน ไม่มีอะไรมาผูกมัด” และ “ไม่อยากปล่อยให้มันหายไปเลย ความฝันเล็กๆ ในวัยเด็กของฉันน่ะ”

แม้การเป็นไอดอลที่ได้ร้องเพลงและแสดงความสามารถของตัวเองออกมาจะเป็นความฝันของพวกเธอ แต่ชีวิตในฝันของพวกเธอ คงไม่ใช่ชีวิตที่อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยม ที่มีคนคอยตัดสินให้เป็นแบบนั้น แบบนี้ หรือไม่ให้โอกาสที่จะพลาด ไม่ให้โอกาสที่จะบ้า ไม่ให้โอกาสที่จะมีอิสระ จนพวกเธอต้องคอยถามตัวเองตามท่อนที่ร้องว่า “ฉันถามตัวเองอยู่ว่า ฉันดีพอหรือยัง?” และนำไปสู่ความรู้สึกอิจฉาคนที่เขาได้เป็นตัวเองตามท่อนฮุคสุดกินใจ “I'm crazy for feeling more อิจฉาคนที่เขาได้บ้าๆ บอๆ จังเลยเนอะ”

ถึงอย่างนั้น มีคนเกลียด ก็ต้องมีคนรัก LE SSERAFIM ยังมีแฟนคลับที่รักเธอ และไม่ปล่อยมือพวกเธอไปไหนอยู่อีกหลายชีวิต และนั่นทำให้พวกเธอพยายามที่จะใช้ชีวิตให้ดีต่อไป และอย่างท่อนนี้ที่พวกเธอร้องออกมา “What's crazier than loving more? แม้จะไม่ได้บ้าๆ บอๆ แบบตอนเด็กๆ แต่ฉันก็ยังคงสวยงาม” สะท้อนว่าความบ้าของพวกเธอ จะถูกถ่ายทอดผ่านความรัก พวกเธอจะยังคงงดงามจากความรักในตัวเอง และสำหรับแฟนๆ อย่าง ‘พีออน่า’ พวกเธอก็จะยังคงงดงามเสมอเช่นกัน

ในฐานะผู้แต่งเพลง Crazier ฮอยุนจินเล่าถึงความตั้งใจสำหรับเพลงนี้ว่า “ฉันเชื่อว่า เราทุกคนเกิดมาพร้อมกับเมล็ดพันธุ์ที่เต็มไปด้วยแพสชันในตัวเอง แต่เมื่อเราใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ เราอาจจะคอยเปลี่ยนตัวเองตามความคาดหวังของคนอื่น หรือเป็นในแบบที่คนอื่นเขาบอกเรา มันทำให้เราดาวน์และเริ่มลังเลเมื่อถึงเวลาที่จะต้องเติมเต็มความฝัน”

“ฉันหวังว่าเพลงของฉันจะช่วยให้ผู้คนค้นพบความกล้าหาญที่จะบรรลุสิ่งที่ต้องการต่อการใช้ชีวิตนะคะ”

และแม้ที่ผ่านมาจะเจ็บปวด หรือเคยผิดพลาดจนอยากจะบ้า แต่สิ่งที่พวกเธอเชื่อมั่นและต้องการจะทำต่อไป คือการพัฒนาตัวเอง และนี่คือสิ่งที่คิมแชวอน ลีดเดอร์วง LE SSERAFIM อยากสื่อสารผ่านการคัมแบ็คครั้งนี้

“พวกเราโชคดีมากค่ะที่ได้ขึ้นแสดงหลายๆ เวทีอย่างรวดเร็วหลังจากเดบิวต์มา แต่ Coachella เป็นอีเวนต์ที่ใหญ่ที่สุดของพวกเราเลยค่ะ ซึ่งทำให้เราตื่นเต้นและไม่สามารถควบคุมให้มันออกมาราบรื่นได้จนจบ เรามีข้อบกพร่องค่ะ และมันทำให้เราได้รู้ว่าเป้าหมายตลอดชีวิตของเราคือได้มีประสบการณ์ใหม่ๆ และเรียนรู้จากสิ่งเหล่านั้นอยู่เสมอ พวกเราคุยกันว่าจะพยายามให้มากขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาของเรา และเราเชื่อว่าอัลบั้มนี้จะเป็นก้าวแรกที่พาเราไปถึงเป้าหมายนั้นค่ะ” คิมแชวอน กล่าว และเสริมว่า “พวกเราหวังว่าทุกคนจะรอชมพัฒนาการของเราด้วยความรักนะคะ”

อ้างอิง:

https://youtu.be/zP9_TemzFZs?si=wDVNiHPb00o2wsCm

https://koreajoongangdaily.joins.com/news/2024-08-29/entertainment/kpop/Learning-from-our-mistakes-Le-Sserafim-begins-road-to-redemption-with-Crazy-EP/2123852

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...