โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทย รุกต่อ ”เมดิคอลฮับ“ ตะวันออกกลางมาแรง ผุดวีซ่าเพื่อสุขภาพนานสุด 10 ปี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 28 ส.ค. 2567 เวลา 18.19 น. • เผยแพร่ 28 ส.ค. 2567 เวลา 11.10 น.

ไทย เดินหน้าเป้าใหญ่ “เมดิคอลฮับ” คาด 5 ปี มูลค่าตลาดแตะ 5.4 แสนล้านบาท โตพุ่ง 43% กลุ่มตะวันออกกลางติดโผดาวรุ่ง 20% ตบเท้าเข้า รพ.ในไทย ภาครัฐกางแผนดันเต็มที่ ผุดวีซ่าเพื่อสุขภาพนานสุด 10 ปี

วันที่ 28 สิงหาคม 2567 ดร. นิพัฒน์ กุหลาบขาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในงาน Thailand Focus 2024 หัวข้อ ประเทศไทย: ก้าวสู่ศูนย์กลางทางการแพทย์ชั้นนำของโลก ว่า ปัจจุบันตลาดท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ทั่วโลกมีมูลค่า 103,000 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 3.5 ล้านล้านบาท

โดยคาดว่ามีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 20% และประเมินว่าภายในปี 2575 มูลค่าจะพุ่งสู่ 284,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 9.65 ล้านล้านบาท

[caption id="attachment_126518" align="aligncenter" width="1000"]

ดร. นิพัฒน์ กุหลาบขาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน)[/caption]

คาด 5 ปี ท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ไทยโต 43% มูลค่าแตะ 5.4 แสนล้านบาท

สำหรับประเทศไทย ตลาดท่องเที่ยวเชิงการแพทย์มีมูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 1.02 แสนล้านบาท ขนาดตลาดใหญ่สุดในอาเซียน และคาดว่าภายในปี 2572 มีมูลค่า 16,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 5.4 แสนล้านบาท เติบโต 43%

ทั้งนี้ ในการก้าวสู่เมดิคอลฮับ ไทยได้เปรียบหลายประการ ตั้งแต่ราคาที่เข้าถึงง่ายมากกว่าสิงคโปร์ มาตรฐานความปลอดภัย ความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์ระดับโลก รวมไปถึงวีซ่าที่ราคาดีกว่าประเทศอื่น ๆ

"รพ.บำรุงราษฎร์มองเห็นโอกาสในตลาดการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพจากกลุ่มนักท่องเที่ยวเมียนมา กัมพูชา บังกลาเทศ และจีน ที่เน้นเส้นทางระยะใกล้ ขณะที่ไทยเป็นทั้งตลาดการท่องเที่ยวเพื่อการแพทย์ และผู้นำด้านการบริการสุขภาพ ที่ยังมีโอกาสพัฒนาได้อีกไกลด้วยความร่วมมือและการสนับสนุนจากภาครัฐ"

ตะวันออกกลางทะลัก 5 แสนคน ขึ้นแท่นตลาดดาวรุ่งเมดิคอลไทย

[caption id="attachment_126516" align="aligncenter" width="665"]

เมดิคอลฮับ

นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)[/caption]

นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาตลาดนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง เป็นดาวรุ่งการท่องเที่ยวไทย

โดยช่วง 7 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ค.) ของปี 2567 มีจำนวนนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง 585,000 คน หลัก ๆ เป็นซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) คูเวต

ในจำนวนนี้มีกลุ่ม Health & Wellness สูงถึง 20% ส่วนใหญ่เข้ามารักษาในโรงพยาบาล, ทำสปาเพื่อสุขภาพ และฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายในไทย

โฟกัสข้อมูลช่วงครึ่งปีแรก พบว่า นักท่องเที่ยวมีระยะการเข้าพักในไทยเฉลี่ย 10.39 คืน มีการใช้จ่าย 105,938 บาท/คน/ทริป ปัจจัยหลักในการมาเยือน เป็นการมาสถานพยาบาลสูงถึง 43.74%

อย่างไรก็ตาม ททท. ได้ส่งเสริมเมดิคอลฮับในไทยผ่านการทำ 2 โครงการสำคัญ ได้แก่

1. อันดามัน เวลเนส เซ็นเตอร์ (AWC)

ท่องเทียวเชิงสุขภาพใน 6 จังหวัดอันดามัน ได้แก่ ภูเก็ต กระบี่ พังงา ระนอง ตรัง และสตูล เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังการแพร่ระบาดโควิด-19 และขยายขีดความสามารถของธุรกิจด้านสุขภาพ รองรับการเติบโตของเมดิคอลทัวร์ลิซึม

2.ไทยแลนด์เวลเนส หัวหิน-ชะอำ

ซึ่งที่ผ่านมา หัวหินและชะอำได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็นจุดหมายปลายทาง ด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี และคาดว่าสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีการใช้จ่ายสูง และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นได้

ดัน วีซ่าการแพทย์ 1 ปี-วีซ่ารักษาสุขภาพ 10 ปี

[caption id="attachment_126517" align="aligncenter" width="1000"]

เมดิคอลฮับ

ดร. อัครพล คุรุศาสตรา ผู้ช่วยอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร[/caption]

ดร. อัครพล คุรุศาสตรา ผู้ช่วยอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร กล่าวว่า การดันไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ อยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ซึ่งประเทศไทยก็ได้สร้างความสามารถในการแข่งขันมาระยะหนึ่งแล้ว และยังมีมาตรการเสริมความสามารถในการแข่งขันด้วยแผนการทำงาน Medical and Wellness Valley ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับการจัดสรรเฉพาะสำหรับการตั้งเมืองอุตสาหกรรมทางการแพทย์และสุขภาพ

ส่งเสริมการลงทุนทางตรง (FDI) ในการผลิตผลิตภัณฑ์ยา / เครื่องมือทางการแพทย์และสุขภาพ มีการใช้สิทธิประโยชน์การลงทุน (BOI) และมาตรการทางภาษี

นอกจากนี้ ยังมีการเจรจาเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในการกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพกับกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ Gulf Cooperation Council หรือกลุ่มประเทศ GCC และการออกวีซ่าทางการแพทย์ (อายุ 1 ปี) และวีซ่าเพื่อรักษาสุขภาพ (อายุ 10 ปี) ตามลำดับ

รวมไปถึงได้วางแผนการลงนามความร่วมมือทางการแพทย์ระหว่างประเทศไทยและกลุ่มประเทศ GCC ในอนาคตอันใกล้

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...