โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แฟชั่น บิวตี้

Lenskart แบรนด์แว่นตาที่มีสาขามากที่สุดในเอเชีย ปักหมุดสาขาแรกในไทยที่สเปลล์ ฟิวเจอร์ พาร์ค

Inzpy

อัพเดต 05 ต.ค. 2567 เวลา 11.54 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. 2567 เวลา 00.00 น. • inzpy.com

พลิกโฉมตลาดแว่นตาไทยด้วยดีไซน์ล้ำสมัยในราคาจับต้องได้ Lenskart แบรนด์แว่นตา ที่มีสาขามากที่สุดในเอเชีย เปิดสาขาแรกในประเทศไทยแล้ว ที่สเปลล์ ฟิวเจอร์ พาร์ค Lenskart พร้อมจำหน่ายแว่นตาทั้งทางหน้าร้านและออนไลน์ โดยนับเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ในการขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์มายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อนำเข้าแว่นตาคุณภาพสูงในราคาจับต้องได้มาสู่กลุ่มผู้บริโภคในประเทศไทยที่ใส่ใจเรื่องสไตล์และชื่นชอบเทคโนโลยีใหม่ๆ

Lenskart ผสมผสานฟังก์ชันเข้ากับแฟชั่นได้อย่างลงตัว โดยนำเสนอผ่านแว่นตาหลากหลายสไตล์ ทั้งแว่นสายตาและแว่นกันแดดกว่า 1,000 แบบ ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อได้ทั้งทางหน้าร้านและออนไลน์ ปัจจุบัน Lenskart มีสาขามากกว่า 2,000 สาขาทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง และสหรัฐอเมริกา

ในปี 2565 Lenskart ได้เข้าบริหาร Owndays แบรนด์แว่นตาญี่ปุ่นที่เป็นที่นิยมในหมู่คนไทยอยู่แล้ว และด้วยการดำเนินธุรกิจเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้ ทำให้ Lenskart สามารถนำความเชี่ยวชาญด้านสายตาที่ Owndays มีอยู่แล้วมาพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้แบรนด์เป็นที่รู้จักได้อย่างรวดเร็วและนำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัยที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาด้านสายตาให้กับผู้บริโภคในภูมิภาคนี้

1 of 4

นอกจากนี้ การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในไทยยังเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ Lenskart ตัดสินใจขยายธุรกิจมายังประเทศไทย โดยยืนยันการเติบโตได้จากจำนวนประชากรในประเทศไทยกว่า 88% มีการติดต่อสื่อสารกันทางออนไลน์ และ 67% ซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ทุกสัปดาห์

และเมื่อพิจารณาจากสถิติการเพิ่มขึ้นของกลุ่มผู้บริโภคชนชั้นกลางที่ต้องการแสดงความเป็นตัวของตัวเองผ่านแฟชั่น Lenskart จึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาแบรนด์ให้เป็นศูนย์รวมแว่นตาที่มีสไตล์ ตอบโจทย์ด้านฟังก์ชัน และสามารถครองใจผู้บริโภคในประเทศไทยได้

Lenskart จำหน่ายแว่นตาที่หลากหลายสไตล์ เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ ตั้งแต่สไตล์คลาสสิค เหมาะกับการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงกรอบแว่นที่มีความทนทานเป็นพิเศษสำหรับผู้บริโภคที่มีไลฟ์สไตล์กระฉับกระเฉง รวมไปถึงแว่นตาสำหรับเด็กที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาสายตาสั้น ลูกค้าสามารถเลือกแบบและสไตล์แว่นตาได้จากหลากหลายแบรนด์ภายใต้ Lenskart

อาทิ LenskartAir ที่ขึ้นชื่อเรื่องกรอบแว่นตาที่มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ หรือ Switch เป็นกรอบแว่นตาที่ตอบโจทย์ 2 ฟังก์ชันในคู่เดียว โดยเป็นได้ทั้งแว่นสายตาและปรับเป็นแว่นกันแดดได้ เพียงใช้ clip-on และแบรนด์ Hooper เป็นแว่นตาที่ออกแบบมาสำหรับเด็กโดยเฉพาะ มีสไตล์และใช้งานได้นาน

แว่นตาทันสมัยในราคาที่เข้าถึงได้ ด้วยระบบ “Simple Price” ราคาของแว่นตาจะถูกจัดไว้เป็นเซต แบบกรอบพร้อมเลนส์ ซึ่งกรอบแว่นสำหรับเด็กมีราคาเริ่มต้นเพียง 1,000 บาท และกรอบแว่นสำหรับผู้ใหญ่เริ่มต้นที่ 2,000 บาท เท่านั้น โดยราคานี้รวมเลนส์กันแสงสะท้อนชนิดพรีเมียม (ขนาด 1.56)

Lenskart มั่นใจว่าประชากรไทยอย่างน้อยครึ่งหนึ่งจะสามารถซื้อแว่นตาคุณภาพสูงของแบรนด์ได้ นอกจากนี้ ทางแบรนด์ยังมีสิทธิประโยชน์มอบให้สมาชิกระดับ Gold Max โดยสมาชิกจะได้รับสิทธิ์ซื้อ 1 แถม 1 สำหรับซื้อกรอบแว่นใดก็ได้ใน Lenskart ตลอดระยะเวลาสมาชิก 2 ปี

การขายสินค้าผ่านหลากหลายช่องทางทั้งหน้าร้านและออนไลน์ ทำให้ลูกค้าสามารถซื้อแว่นตาได้อย่างสะดวกสบาย โดยลูกค้าสามารถค้นหากรอบแว่นตาที่เหมาะกับใบหน้าได้ผ่านทางฟีเจอร์ 3D try-on ในแอปพลิเคชัน หรือจะเลือกซื้อจากหน้าร้านก็มีสินค้าพร้อมให้บริการ นอกจากนั้น Lenskart ยังมีบริการตรวจวัดสายตาฟรี โดยนักทัศนมาตรที่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง

Lenskart สาขาที่เปิดใหม่ที่สเปลล์ ฟิวเจอร์ พาร์ค จะมอบประสบการณ์การซื้อแว่นตาที่ไม่เหมือนใครผ่านจอ Interactive AR ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ช่วยในการเลือกแว่นตาคู่ที่เหมาะกับใบหน้าให้ลูกค้า โดยลูกค้าสามารถทดลองใส่แว่นเสมือนจริงได้ นอกจากนี้ลูกค้าจะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่น่าดึงดูดภายในร้าน โดยทางแบรนด์ได้ร่วมมือกับกับศิลปินไทยชื่อดังอย่าง Juli Baker and Summer เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่สะท้อนความมุ่งมั่นของ Lenskart ในการสานสัมพันธ์กับผู้บริโภคชาวไทยผ่านสิ่งที่คนไทยสนใจ วัฒนธรรม และสิ่งที่คนไทยหลงใหล

โอกาสที่ฉลองเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แบรนด์แว่นตา Lenskart ได้นำเสนอคอลเลกชันพิเศษ K-series ที่ถูกผลิตในประเทศเกาหลี มาพร้อมดีไซน์ที่ทันสมัยและมีไสตล์ นอกจากนี้ ทางแบรนด์ยังได้มีบัตรกำนัลมูลค่าสูงสุดถึง 4,000 บาท มาเตรียมมอบให้กับลูกค้า 3 คนแรกที่เข้ามาตรวจวัดสายที่ร้าน ในช่วงวันที่ 4 – 13 ตุลาคม 2567

บทความที่น่าสนใจ

ย่าน ‘เอกมัย’ ติดอันดับ ‘38 ย่านที่เจ๋งที่สุดในโลก’ ของนิตยสาร Time Out

ชวนชาวออฟฟิศขยับนิด-ยืดหน่อย แก้ “ออฟฟิศซินโดรม”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...