โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปีทอง WHA Group เนรมิตขุมทรัพย์ที่ดิน “หมื่นไร่” สู่นิคมใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 ก.ย 2567 เวลา 03.08 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2567 เวลา 03.46 น.

ปี 2566 บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ทำรายได้ทุบสถิติ จากการปิดดีลใหญ่ของนักลงทุนระดับโลกอย่างฉางอาน ผ่านมาถึงไตรมาส 3 ของปี 2567 คือช่วงจังหวะใกล้เข้าสู่จุดพีกที่สุดในการสร้างทั้งรายได้และกำไรอีกครั้ง

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA ถือเป็นแม่ทัพหญิงเหล็ก ที่ได้วางกลยุทธ์ทั้ง 4 ธุรกิจหลัก ไม่ว่าจะเป็นนิคมอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ สาธารณูปโภคน้ำ ไฟฟ้า และดิจิทัล ทุกองค์ประกอบ เสริมให้ธุรกิตจมีความโดดเด่นสร้างรายได้ให้กับบริษัท ด้วยความเป็นมืออาชีพ

ครึ่งปีหลังยอดขายทะลุ 1,400 ไร่

WHA อ่านเกมขาด ประเมินดีมานด์จากลูกค้าที่มีในมือและลูกค้าในอนาคต และพัฒนาที่ดินตอบสนองโจทย์ของนักลงทุน ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย New S-Curve ปัจจุบันตัวเลขยอดขายที่ดิน 6 เดือน (มกราคม-มิถุนายน 2567) 1,042 ไร่ ครึ่งปีหลังจะมียอดขายอีก 1,400 ไร่ แม้ว่าช่วงกลางปีจะปรับเป้ายอดขายที่ดินปี 2567 ไปแล้ว 1 ครั้ง แต่ด้วยปัจจัยบวกมากมาย ทำให้ “จรีพร” ต้องประกาศปรับเป้ายอดขายที่ดินใหม่อีกครั้งเป็น 2,500 ไร่ จากเป้าที่ตั้งไว้ 2,275 ไร่ รองรับการลงทุนจากนักลงทุนรายใหญ่ด้านเทคโนโลยีระดับโลก

หลังการเจรจาซื้อขายที่ดินได้ลุล่วงไปแล้วก่อนหน้านี้ 300 ไร่ และเตรียมปิดดีลเพิ่มอีก 600 ไร่ในไม่ช้า ซึ่งยังคงไม่รวมกับการเจรจากับลูกค้ารายใหม่ จากค่ายรถ EV ของจีนและเกาหลี ที่จะตัดสินใจลงทุนในปี 2568

ในขณะที่ WHA เอง ได้รวบรวมพื้นที่ไว้ในมือแล้วกว่า 10,000 ไร่ ใน 4 ปีข้างหน้า (2566-2570) สำหรับในประเทศไทย รองรับการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมทั้งหมด 6 แห่ง ส่วนในเวียดนามมีแผนการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม 5 แห่ง โดยได้เริ่มทยอยพัฒนาแล้วตั้งแต่ปี 2566 ส่วนในปี 2567 ได้มีการพัฒนาพื้นที่เพื่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมไทยแล้ว 3 แห่ง และประเทศเวียดนาม 2 แห่ง

จะเห็นได้ว่าเฉพาะปี 2567 นี้ WHA ทุ่มสุดตัวเพื่อพัฒนาที่ดินนิคมอุตสาหกรรมถึง 5 แห่งในคราวเดียว เป็นครั้งแรกของการดำเนินธุรกิจ จากเดิมการสร้างนิคมอุตสาหกรรมจะทำเพียงครั้งละ 1 แห่งเท่านั้น และเป็นการสร้างไปขายไป แต่จากนี้ปรากฏการณ์ครั้งใหม่จะเป็นการสร้างเพื่อรอขาย เนื่องจากดีมานด์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ขณะนี้ WHA พัฒนาที่ดินไม่ทันกับความต้องการที่เกิดขึ้น

กางแผน 5 ปี

โดย WHA มีแผนลงทุน 78,700 ล้านบาทใน 5 ปี (2566-2570) พัฒนาโครงการในไปป์ไลน์ 52,360 ไร่ ซึ่งที่ผ่านมาในปี 2566 WHA ได้พัฒนาที่ดินที่มีอยู่ในมือรวมแล้ว 43,200 ไร่ มีนิคมอุตสาหกรรมทั้งหมด 12 แห่ง โดยนิคมอุตสาหกรรม WHA IER เฟส 1 คือ รายล่าสุดในปีที่ผ่านมา และในปี 2566 นี้เองที่ทำให้ WHA มียอดขายที่ดินรวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 2,767 ไร่ สอดคล้องกับภาพรวมการลงทุนของประเทศไทยที่ปรับตัวดีขึ้นจากกระแสการย้ายฐานการลงทุนและฐานการผลิต

ส่วนแผนการพัฒนาที่ดินในปี 2567 นี้ จะเกิดขึ้นอีก 3 แห่ง นั่นคือ นิคมอุตสาหกรรม WHA IER เฟส 2, นิคมอุตสาหกรรม WHA ESIE 3.1, นิคมอุตสาหกรรม WHA Rayong 36 เฟส 2 ซึ่งนิคมแห่งนี้ เฟส 1 ได้เป็นที่ตั้งโรงงานผลิตรถ EV พวงมาลัยขวาของ BYD เพื่อส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มอาเซียนและยุโรป นับเป็นดีลใหญ่ที่สุดในรอบ 20 ปี

และในปีนี้ยังคงคาดว่าไทยจะยังคงได้รับอานิสงส์จากการย้ายฐานการผลิตเช่นเดิม ซึ่งจะทำให้ WHA มียอดพัฒนาที่ดินในปี 2567 ได้ 2,410 ไร่ จากนั้นในปี 2568 WHA จะเริ่มพัฒนาพื้นที่เพิ่มเพื่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอีก 3 แห่งคือ นิคมอุตสาหกรรม WHA ESIE 4 เฟส 3, นิคมอุตสาหกรรม WHA ESIE 2.1 และนิคมอุตสาหกรรม WHA ESIE 5 เฟส 1 จะทำให้มีพื้นที่เพิ่มขึ้นอีก 2,370 ไร่ แน่นอนว่าสามารถนับเป็นยอดขายที่ดินเลยก็ว่าได้ เพราะเชื่อว่าดีมานด์จะเต็มตามที่คาดไว้

สำหรับ WHA ESIE 5 กำลังจะเป็นพื้นที่พิเศษอีกแห่งของ WHA ด้วยแผนการสร้างดังกล่าว จะไม่ใช่เพียงพื้นที่ของเขตโรงงานอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังมีพื้นที่ส่วนหนึ่งกันไว้เป็น Residential Area เพื่อสร้าง “คอนโดมิเนียม” ที่มีจำนวน 8 ตึก เป็นธุรกิจที่ WHA จะนำเข้ามารวมไว้ในแพ็กเกจเพื่อเสนอขายพ่วงให้กับนักลงทุน เพราะคอนโดมิเนียมแห่งนี้จะเป็นลักษณะของการให้เช่าไว้สำหรับพนักงาน บุคลากรต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย

โดยเฉพาะที่ทำงานในบริษัทที่ตั้งในนิคมอุตสาหกรรม WHA ESIE 5 แห่งนี้ ในขณะที่ราคาที่ดินยอมรับว่าเพิ่มขึ้นประมาณ 20% ปัจจุบันอยู่ที่ 6 ล้านบาท/ไร่ แต่เชื่อว่ามันคือพื้นที่ที่ครบวงจรและมีศักยภาพที่ดีที่สุด

ในขณะที่ปี 2569 จะเริ่มพัฒนาเพิ่มอีก 1,980 ไร่ เพื่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม WHA ESIE 5 เฟส 2 และในปี 2570 จะพัฒนาที่ดิน 2,400 ไร่ เพื่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม WHA SIL 2 และในที่สุดก็จะเห็นการพัฒนาพื้นที่ทั้งหมดตามแผน 52,360 ไร่

WHA

นักลงทุนจีนแซงญี่ปุ่น

ทั้งนี้ สัดส่วนนักลงทุนที่มีอยู่ในปัจจุบัน 1,052 ราย จากเดิมเป็นญี่ปุ่นสัดส่วน 27% ปัจจุบันยอมรับว่าสัดส่วนมีการปรับลดลงเหลือเพียง 6% เท่านั้น ในขณะที่สัดส่วนของนักลงทุนจีนจากเดิมที่มีอยู่ 21% เพิ่มขึ้นเป็น 65% ที่เหลือยังคงมีนักลงทุนหลากหลายสัญชาติรวมถึงไทย ที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 15% ปัจจุบันอยู่ที่ 7%

การเข้ามาของนักลงทุนจีนในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา จากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน (เทรดวอร์) ทำให้ไทยได้รับอานิสงส์อย่างมากจากการย้ายฐานการผลิตมาที่ไทย เริ่มเห็นอุตสาหกรรมที่หลากหลายมากขึ้น บวกกับรัฐบาลไทยได้พยายามเร่งสร้างเสน่ห์และบรรยากาศการลงทุนในประเทศให้มีความน่าสนใจ ผลที่ตามมาคือ สิทธิประโยชน์ที่จูงใจไม่น้อย

ทำให้ท้ายที่สุดแล้วไทยคือ จุดมุ่งหมายของนักลงทุนต่างชาติจริงในปี 2565 การประกาศลงทุนครั้งใหญ่โดยเลือกไทยเป็นฐานการผลิตรถ EV ของค่ายรถยักษ์ใหญ่ของจีน ยิ่งตอกย้ำว่าไทยไม่ใช่อุตสาหกรรมศูนย์เหรียญ หรือ EV ศูนย์เหรียญ ตามที่หลายคนกังวล ปัจจุบันไทยได้กลายเป็นคลัสเตอร์ EV เรียบร้อยแล้ว

เหตุใดนักลงทุนจีนถึงเลือกไทย “จรีพร” กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ประเทศอินโดนีเซียได้เคยประกาศจะเป็นฐานผลิตรถ EV ด้วยมีวัตถุดิบสำคัญคือ “แร่นิกเกิล” เพราะนี่จะเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตเซลล์แบตเตอรี่ที่ใช้ในรถ EV ทำให้นักลงทุนลังเลและทำการบ้านกันอย่างหนัก เพื่อศึกษาและใช้ประกอบการตัดสินใจ แต่ที่สุดแล้วนักลงทุนก็เลือกไทย เพราะการเบนเข็มไปลงทุนที่อื่นนั้น จำเป็นต้องไปเริ่มสร้าง Ecosystem ใหม่ทั้งหมด ไทยเองมีความพร้อมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน สิทธิประโยชน์จากภาครัฐ ซัพพลายเชนเมื่อลงทุนแล้วสามารถผลิตได้เลยทันที บวกกับสกิลของแรงงานที่มีศักยภาพอย่างมาก

ซึ่งแม้ว่าวันนี้ WHA ในฐานะเอกชนผู้พัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม รองรับการลงทุนมีความพร้อมทั้งหมดแล้ว แต่ภาครัฐเองก็ยังคงจำเป็นที่จะต้องเข้ามาร่วมในการส่งเสริม สนับสนุน และสร้างบรรยากาศให้น่าลงทุนควบคู่ไปด้วยกัน โดยเฉพาะเรื่องของสิทธิประโยชน์ ตราบใดที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง หรือให้สิทธิประโยชน์ตามที่เคยประกาศไว้เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ต่อให้การเมืองไทยไม่มีเสถียรภาพหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง นักลงทุนก็ยังจะลงทุนในไทยเช่นเดิม

“ปี 2567 WHA จะทำยอดขายและกำไรสูงสุดเป็นปีที่ 3 ได้ นอกจากยอดขายในนิคมอุตสาหกรรมแล้ว ยังมีธุรกิจอีก 3 ธุรกิจจะสร้างรายได้และจะเป็นตัวดันให้ถึงเป้าหมายได้ไม่ยาก”

โดย “ธุรกิจโลจิสติกส์” จะใช้กลยุทธ์ที่มุ่งขยายธุรกิจในกรุงเทพฯ สมุทรปราการ ปริมณฑล และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในปี 2567 ตั้งเป้าหมายพื้นที่ให้เช่าใหม่ และสัญญาเช่าใหม่รวม 200,000 ตารางเมตร มุ่งเน้นคลังสินค้าแบบ Built-to-Suit คาดว่าครึ่งปีหลัง จะส่งมอบพื้นที่ให้เช่าใหม่มากกว่า 140,000 ตร.ม.

ตามมาด้วย “ธุรกิจสาธารณูปโภค (น้ำ)” ปีนี้ ตั้งเป้ายอดขายน้ำ 178 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วน “ธุรกิจไฟฟ้า” ยังคงเดินหน้าพัฒนาโซลูชั่นด้านพลังงาน พร้อมตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าสะสมที่ลงนามแล้วเป็น 1,000 เมกะวัตต์ ซึ่งจะมาจากพลังงานสะอาด 472 เมกะวัตต์ และแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจ New S-Curve เช่น ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ และเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS) ทั้งยังยกระดับองค์กรด้วย “ธุรกิจดิจิทัล” สู่เป้าหมายการเป็น Technology Company ในปี 2567

สะท้อนว่า WHA Group ที่เตรียมพร้อมในทุกมิติ พัฒนาแนวทางธุรกิจให้สอดคล้องกับเมกะเทรนด์โลก รวมถึงการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง และกำลังปฏิวัติองค์กร สู่เป้าหมายการเป็น Tech & Sustainable Company เต็มรูปแบบในปี 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปีทอง WHA Group เนรมิตขุมทรัพย์ที่ดิน “หมื่นไร่” สู่นิคมใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...