อายุเท่าไหร่ ควรหยุดขับรถ??
อายุเท่าไหร่ ควรหยุดขับรถ??
ผู้สูงอายุขับรถได้ไหม มักเป็นคำถามของหลายๆ คนว่า การที่อายุมากขึ้น ร่างกายบางส่วนเสื่อมสภาพลงตามวัย จะส่งผลกระทบต่อการขับรถหรือไม่
ปัจจุบันผู้สูงอายุที่เลยวัยเกษียร มักหางานทำแทนการอยู่บ้านเฉยๆ บ้างก็เป็นไรเดอร์ส่งอาหาร บ้างก็ขับวินมอไซต์รับส่งผู้โดยสาร บางคนก็ขับแท็กซี่ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และหารายได้เสริมอีกทาง ดีกว่านอนอยู่บ้านเฉยๆ ทว่าช่องทางการหาเงินเหล่านี้ล้วนมาพร้อมความเสี่ยง เพราะในความเป็นจริงแล้วเรื่องของอายุไม่ได้เป็นข้อจำกัดในการขับรถ แต่ข้อจำกัดสำคัญ คือ สภาพร่างกายมากกว่า เพราะหากสภาพร่างกายไม่มีความพร้อมในขณะขับขี่ ย่อมจะเกิดอันตรายได้ทั้งหมด สภาพร่างกายก็คงเป็นเรื่องของประสาทสัมผัสทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็น การได้ยิน ระบบประสาท และยังรวมถึงสภาพร่างกายที่พร้อมใช้งานได้อย่างปกติด้วย
อย่างไรก็ตาม เรายังคงเห็นผู้สูงอายุใช้เวลาหลังเกษียรไปกับการขับรถส่งผู้โดยสาร ทั้งรถแท็กซี่ และวินมอเตอร์ไซต์ และหลายครั้งเรามักประสบพบเจอกับอุบัติบ่อยครั้งด้วยเช่นกัน
แม้ว่าในปัจจุบันแนวโน้มการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนจะลดน้อยลง แต่การสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทย ยังอยู่ในระดับสูง คือ มีผู้เสียชีวิตถึง 17,831 คน คิดเป็น 27.2 ต่อแสนประชากร หรือ 49 คนต่อวัน หรือชั่วโมงละ 2 คน ที่น่าสังเกตคือกลุ่มอายุ 16-30 ปี ที่เป็นกลุ่มที่เสียชีวิตสูงสุด ปัจจุบันมีสัดส่วนลดลงเรื่อยๆ ขณะที่กลุ่มอายุ 46-60 ปี หรือกลุ่มที่อายุมากกว่า 60 ปี มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจนสัดส่วนใกล้เคียงกัน
และแม้ 70% ของอุบัติเหตุทางถนนจะเกิดในกลุ่มอายุ 16-60 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยทำงาน แต่ที่เกิดกับผู้สูงอายุเริ่มมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมาก สัมพันธ์กับการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยของไทย ที่สำคัญผู้สูงอายุเมื่อได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน มีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่ากลุ่มอายุน้อย 10 เท่า
แต่หากถามว่าอายุเท่าไหร่ถึงมองว่าแก่ไปสำหรับการขับขี่รถ ซึ่งจริงๆแล้วอายุไม่ใช่เรื่องสำคัญในการขับขี่แต่สิ่งที่สำคัญคือสภาพร่างกายว่าเรายังสามารถที่จะขับขี่รถได้เองหรือไม่