'วิศวกรความฝัน' อาชีพใหม่ที่หลายคนคาดไม่ถึง
บทความพิเศษ | จักรกฤษณ์ สิริริน
“วิศวกรความฝัน” หรือ Dream Engineer เป็นอาชีพใหม่ที่หลายคนไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นจริง
เพราะในปัจจุบัน “วิศวกรความฝัน” ไม่ได้เป็นเพียงจินตนาการในนิยายวิทยาศาสตร์อีกต่อไป หากแต่เป็นผลลัพธ์จากการบรรจบกันของงานวิจัยด้านประสาทวิทยา เทคโนโลยีดิจิทัล และความพยายามของมนุษย์ที่จะเข้าใจและควบคุมพื้นที่ลึกลับที่สุดของจิตใจ
นั่นคือ “โลกแห่งความฝัน”
เพราะ “ความฝัน” เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนมีประสบการณ์ร่วมกัน แต่ก็ยังคงเป็นพื้นที่ที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถอธิบายได้อย่างสมบูรณ์
“ความฝัน” บางครั้งเป็นเพียงภาพสะท้อนของความทรงจำและอารมณ์ บางครั้งเป็นการผสมผสานของจินตนาการที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง และบางครั้งก็เป็นพื้นที่ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับศิลปิน นักวิทยาศาสตร์ และนักคิดนักเขียนทั่วโลก
การเกิดขึ้นของอาชีพ “วิศวกรความฝัน” จึงเป็นการประกาศว่า มนุษย์กำลังพยายามก้าวเข้าสู่การออกแบบและควบคุมสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นความลึกลับเหนือธรรมชาติ
หากย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ การศึกษา “ความฝัน” มีการตีความในหลากวัฒนธรรมและหลายศาสนา ตั้งแต่การมอง “ฝัน” เป็นข้อความจากพระเจ้าในโลกโบราณ ไปจนถึง “การวิเคราะห์ฝัน” ในเชิง “จิตวิเคราะห์”
Sigmund Freud มองว่า “ความฝัน” คือการสะท้อนความปรารถนาในจิตใต้สำนึก
ส่วน Carl Jung มองว่า “ความฝัน” เป็นสัญลักษณ์เชิงจิตวิญญาณและเป็นส่วนหนึ่งของจิตสำนึกส่วนรวม
ความคิดเหล่านี้ แม้จะเป็นรากฐานสำคัญ แต่ก็ยังคงอยู่ในระดับการตีความเชิงปรัชญาและจิตวิทยา
René Descartes เองก็เคยตั้งคำถาม ว่า “ความฝัน” กับ “ความจริง” แตกต่างกันอย่างไร และเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าสิ่งที่รับรู้ในชีวิตประจำวันไม่ใช่เพียง “ความฝัน”
Thomas Edison และ Nikola Tesla ใช้ประโยชน์จาก “ความฝัน” ในภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น เพื่อคิดค้นนวัตกรรม และ Salvador Dali ก็ใช้ “ความฝัน” สร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ความฝัน” ถูกใช้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานที่สะท้อนความเป็นมนุษย์ในระดับลึกที่สุด เช่น บทกวีของ William Blake และเรื่องสั้นของ Franz Kafka
การเกิดขึ้นของ “วิศวกรความฝัน” จึงอาจนำไปสู่การสร้างสรรค์งานศิลปะรูปแบบใหม่ที่เกิดจากการออกแบบ “ความฝัน”
เพราะ “ภาวะรู้ฝัน” หรือ Lucid Dream ทำให้เราสามารถสร้างสรรค์สิ่งที่ใจเราต้องการได้
ในศตวรรษที่ 21 เทคโนโลยีประสาทวิทยา เช่น The simultaneous acquisition of electroencephalography (EEG) และ functional magnetic resonance imaging (fMRI) ทำให้เราสามารถตรวจจับและวิเคราะห์การทำงานของสมองในช่วงนอนหลับได้อย่างละเอียด
งานวิจัยจาก MIT Media Lab ภายใต้โครงการ Dormio ได้แสดงให้เห็นว่า มีความเป็นไปได้ที่จะกระตุ้นและปรับเปลี่ยนเนื้อหาของ “ความฝัน” ในช่วงเวลาที่เรียกว่า Hypnagogia ซึ่งเป็นระยะ “กึ่งหลับกึ่งตื่น”
นักวิจัยจะใช้เครื่องมือตรวจจับสัญญาณทางชีวภาพ เช่น คลื่นสมองและการเต้นของหัวใจ แล้วส่งสัญญาณเสียงหรือข้อความเพื่อกระตุ้นสมองในช่วงเวลาที่เหมาะสม
ผลลัพธ์คือ ผู้เข้าทดลองสามารถมี “ความฝัน” ที่ถูกปรับแต่งให้สอดคล้องกับสิ่งกระตุ้นที่ได้รับ
เช่น การใส่คำว่า “ต้นไม้” ลงไปในระบบ ทำให้ “ฝันถึงต้นไม้” ในรูปแบบต่างๆ นี่คือจุดเริ่มต้นของ “การออกแบบความฝัน” และเป็นรากฐานของอาชีพ “วิศวกรความฝัน”
“วิศวกรความฝัน” ทำหน้าที่ออกแบบ “ประสบการณ์ฝัน” โดยใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อน เช่น Brain-Computer Interface (BCI) ที่เชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์เพื่อบันทึกและปรับเปลี่ยนสัญญาณประสาท
หรือการใช้ AI และ Machine Learning เพื่อวิเคราะห์รูปแบบคลื่นสมองและคาดการณ์ “เนื้อหาของฝัน” เฉพาะบุคคล
อาชีพนี้จึงต้องอาศัยทั้งความรู้ด้านประสาทวิทยา จิตวิทยา วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ เพื่อสร้างฝันที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสุขภาพและเศรษฐกิจสร้างสรรค์
หากมองเข้าไปในแวดวงการแพทย์ “วิศวกรความฝัน” อาจมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีปัญหา “ฝันร้ายเรื้อรัง” เช่น ผู้ที่มีภาวะ PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) จากสงครามหรือเหตุการณ์รุนแรง
การปรับเปลี่ยน “ความฝัน” ให้มีเนื้อหาที่ปลอดภัยและสร้างความรู้สึกเชิงบวกสามารถช่วยลดความทรงจำเชิงลบและบรรเทาอาการทางจิตใจได้
งานวิจัยในสหรัฐอเมริกา ได้ทดลองใช้ “เทคนิคการปรับฝัน” เพื่อรักษาผู้ป่วย PTSD พบว่า มีผลลัพธ์ที่น่าสนใจในการลดความถี่และความรุนแรงของฝันร้าย
นอกจากนี้ยังมีการทดลองใช้ “ฝัน” เพื่อช่วย “ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า” โดยการ “สร้างฝัน” ที่มีเนื้อหาเชิงบวกเพื่อปรับสมดุลทางอารมณ์
ในเชิงเศรษฐกิจ “ความฝัน” อาจกลายเป็นทรัพยากรใหม่ที่สามารถสร้างรายได้มหาศาล
บริษัทเทคโนโลยีอาจเริ่มให้บริการ “ออกแบบฝันเชิงบำบัด”
ศิลปินอาจใช้ “ฝัน” ที่ถูกออกแบบเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานใหม่
นักการตลาดอาจใช้ “ฝัน” เพื่อสร้างความทรงจำเชิงบวกกับ Brand
สิ่งเหล่านี้อาจนำไปสู่การเกิดขึ้นของอุตสาหกรรมและธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวข้องกับ “การออกแบบฝัน” และอาจเปลี่ยนแปลงวิธีกระบวนการสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในศตวรรษที่ 21
อย่างไรก็ตาม อาชีพ “วิศวกรความฝัน” ยังเต็มไปด้วยคำถามด้านจริยธรรมและสังคมว่าใครควรมีสิทธิ์ในการ “ควบคุมฝัน” ของมนุษย์?
หาก “ฝัน” สามารถถูกออกแบบได้ จะมีการใช้เพื่อโฆษณาหรือการชักจูงทางการเมืองหรือไม่?
และ “ความฝัน” ที่ถูกปรับแต่งมากเกินไปจะกระทบต่อสมดุลทางจิตใจหรือไม่?
บทความหลายชิ้นใน The Guardian และ Wired ตั้งคำถามถึงความเสี่ยงของการใช้เทคโนโลยีนี้ในเชิงพาณิชย์ โดยชี้ว่า “ความฝัน” เป็นพื้นที่ส่วนตัวที่สุดของมนุษย์
การเปิดให้บุคคลอื่นเข้ามา “ออกแบบฝัน” อาจเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวในระดับที่ลึกที่สุด
ในอีกด้านหนึ่ง “ความฝัน” ยังถูกมองว่าเป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้และพัฒนา
นักวิจัยบางคนเชื่อว่า มนุษย์สามารถ “ฝึกทักษะในฝัน” ได้ เช่น การแก้โจทย์คณิตศาสตร์ การซ้อมดนตรี หรือแม้กระทั่งการฝึกทักษะการกีฬา
หาก “วิศวกรความฝัน” สามารถออกแบบฝันที่ช่วยให้ผู้คนฝึกทักษะได้จริง อาชีพนี้อาจมีบทบาทสำคัญในการศึกษาและการพัฒนาทักษะในอนาคต
การเกิดขึ้นของ “วิศวกรความฝัน” สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ “ความฝัน” ไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัวอีกต่อไป แต่กลายเป็นทรัพยากรที่สามารถออกแบบและใช้ประโยชน์ได้ อาชีพนี้จึงเป็นทั้งโอกาสและคำถามใหญ่ต่ออนาคตของมนุษย์
เพราะมันอาจนำไปสู่การรักษาโรคที่ยากต่อการรักษา การสร้างสรรค์งานศิลปะที่ไม่เคยมีมาก่อน และการเปลี่ยนแปลงวิธีเคลื่อนตัวของเศรษฐกิจสร้างสรรค์
แต่ก็อาจนำไปสู่การละเมิดความเป็นส่วนตัวและการควบคุมทางสังคมในรูปแบบใหม่
เมื่อมองไปข้างหน้า “วิศวกรความฝัน” อาจกลายเป็นหนึ่งในอาชีพที่สำคัญที่สุดในศตวรรษที่ 21 เช่นเดียวกับที่ “วิศวกรซอฟต์แวร์” ได้กลายเป็นอาชีพสำคัญในยุคดิจิทัล
อาชีพนี้จะต้องอาศัยทั้งความรู้ทางวิทยาศาสตร์และความเข้าใจทางสังคม เพื่อสร้างฝันที่ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์เชิงเทคนิค แต่ยังเคารพความเป็นมนุษย์และความเป็นส่วนตัวของแต่ละบุคคล
หากเรามองในเชิงสังคมวิทยา การเกิดขึ้นของ “วิศวกรความฝัน” สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ขอบเขตระหว่างพื้นที่ส่วนตัวกับพื้นที่สาธารณะกำลังเลือนรางลง
“ความฝัน” ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นพื้นที่ที่ไม่มีใครเข้าถึงได้ กำลังถูกทำให้กลายเป็นทรัพยากรที่สามารถออกแบบและใช้ประโยชน์ได้ในเชิงพาณิชย์และเชิงวิทยาศาสตร์
สิ่งนี้ทำให้เกิดคำถามว่า เราจะยังสามารถรักษาความเป็นตัวตนที่แท้จริงของมนุษย์ได้หรือไม่ เมื่อแม้แต่ “ความฝัน” ก็สามารถถูกควบคุมและออกแบบโดยบุคคลอื่น
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘วิศวกรความฝัน’ อาชีพใหม่ที่หลายคนคาดไม่ถึง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly