โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'วิศวกรความฝัน' อาชีพใหม่ที่หลายคนคาดไม่ถึง

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 24 เม.ย. เวลา 13.55 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. เวลา 02.06 น.

บทความพิเศษ | จักรกฤษณ์ สิริริน

“วิศวกรความฝัน” หรือ Dream Engineer เป็นอาชีพใหม่ที่หลายคนไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นจริง

เพราะในปัจจุบัน “วิศวกรความฝัน” ไม่ได้เป็นเพียงจินตนาการในนิยายวิทยาศาสตร์อีกต่อไป หากแต่เป็นผลลัพธ์จากการบรรจบกันของงานวิจัยด้านประสาทวิทยา เทคโนโลยีดิจิทัล และความพยายามของมนุษย์ที่จะเข้าใจและควบคุมพื้นที่ลึกลับที่สุดของจิตใจ

นั่นคือ “โลกแห่งความฝัน”

เพราะ “ความฝัน” เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนมีประสบการณ์ร่วมกัน แต่ก็ยังคงเป็นพื้นที่ที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถอธิบายได้อย่างสมบูรณ์

“ความฝัน” บางครั้งเป็นเพียงภาพสะท้อนของความทรงจำและอารมณ์ บางครั้งเป็นการผสมผสานของจินตนาการที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง และบางครั้งก็เป็นพื้นที่ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับศิลปิน นักวิทยาศาสตร์ และนักคิดนักเขียนทั่วโลก

การเกิดขึ้นของอาชีพ “วิศวกรความฝัน” จึงเป็นการประกาศว่า มนุษย์กำลังพยายามก้าวเข้าสู่การออกแบบและควบคุมสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นความลึกลับเหนือธรรมชาติ

หากย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ การศึกษา “ความฝัน” มีการตีความในหลากวัฒนธรรมและหลายศาสนา ตั้งแต่การมอง “ฝัน” เป็นข้อความจากพระเจ้าในโลกโบราณ ไปจนถึง “การวิเคราะห์ฝัน” ในเชิง “จิตวิเคราะห์”

Sigmund Freud มองว่า “ความฝัน” คือการสะท้อนความปรารถนาในจิตใต้สำนึก

ส่วน Carl Jung มองว่า “ความฝัน” เป็นสัญลักษณ์เชิงจิตวิญญาณและเป็นส่วนหนึ่งของจิตสำนึกส่วนรวม

ความคิดเหล่านี้ แม้จะเป็นรากฐานสำคัญ แต่ก็ยังคงอยู่ในระดับการตีความเชิงปรัชญาและจิตวิทยา

René Descartes เองก็เคยตั้งคำถาม ว่า “ความฝัน” กับ “ความจริง” แตกต่างกันอย่างไร และเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าสิ่งที่รับรู้ในชีวิตประจำวันไม่ใช่เพียง “ความฝัน”

Thomas Edison และ Nikola Tesla ใช้ประโยชน์จาก “ความฝัน” ในภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น เพื่อคิดค้นนวัตกรรม และ Salvador Dali ก็ใช้ “ความฝัน” สร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ความฝัน” ถูกใช้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานที่สะท้อนความเป็นมนุษย์ในระดับลึกที่สุด เช่น บทกวีของ William Blake และเรื่องสั้นของ Franz Kafka

การเกิดขึ้นของ “วิศวกรความฝัน” จึงอาจนำไปสู่การสร้างสรรค์งานศิลปะรูปแบบใหม่ที่เกิดจากการออกแบบ “ความฝัน”

เพราะ “ภาวะรู้ฝัน” หรือ Lucid Dream ทำให้เราสามารถสร้างสรรค์สิ่งที่ใจเราต้องการได้

ในศตวรรษที่ 21 เทคโนโลยีประสาทวิทยา เช่น The simultaneous acquisition of electroencephalography (EEG) และ functional magnetic resonance imaging (fMRI) ทำให้เราสามารถตรวจจับและวิเคราะห์การทำงานของสมองในช่วงนอนหลับได้อย่างละเอียด

งานวิจัยจาก MIT Media Lab ภายใต้โครงการ Dormio ได้แสดงให้เห็นว่า มีความเป็นไปได้ที่จะกระตุ้นและปรับเปลี่ยนเนื้อหาของ “ความฝัน” ในช่วงเวลาที่เรียกว่า Hypnagogia ซึ่งเป็นระยะ “กึ่งหลับกึ่งตื่น”

นักวิจัยจะใช้เครื่องมือตรวจจับสัญญาณทางชีวภาพ เช่น คลื่นสมองและการเต้นของหัวใจ แล้วส่งสัญญาณเสียงหรือข้อความเพื่อกระตุ้นสมองในช่วงเวลาที่เหมาะสม

ผลลัพธ์คือ ผู้เข้าทดลองสามารถมี “ความฝัน” ที่ถูกปรับแต่งให้สอดคล้องกับสิ่งกระตุ้นที่ได้รับ

เช่น การใส่คำว่า “ต้นไม้” ลงไปในระบบ ทำให้ “ฝันถึงต้นไม้” ในรูปแบบต่างๆ นี่คือจุดเริ่มต้นของ “การออกแบบความฝัน” และเป็นรากฐานของอาชีพ “วิศวกรความฝัน”

“วิศวกรความฝัน” ทำหน้าที่ออกแบบ “ประสบการณ์ฝัน” โดยใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อน เช่น Brain-Computer Interface (BCI) ที่เชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์เพื่อบันทึกและปรับเปลี่ยนสัญญาณประสาท

หรือการใช้ AI และ Machine Learning เพื่อวิเคราะห์รูปแบบคลื่นสมองและคาดการณ์ “เนื้อหาของฝัน” เฉพาะบุคคล

อาชีพนี้จึงต้องอาศัยทั้งความรู้ด้านประสาทวิทยา จิตวิทยา วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ เพื่อสร้างฝันที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสุขภาพและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

หากมองเข้าไปในแวดวงการแพทย์ “วิศวกรความฝัน” อาจมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีปัญหา “ฝันร้ายเรื้อรัง” เช่น ผู้ที่มีภาวะ PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) จากสงครามหรือเหตุการณ์รุนแรง

การปรับเปลี่ยน “ความฝัน” ให้มีเนื้อหาที่ปลอดภัยและสร้างความรู้สึกเชิงบวกสามารถช่วยลดความทรงจำเชิงลบและบรรเทาอาการทางจิตใจได้

งานวิจัยในสหรัฐอเมริกา ได้ทดลองใช้ “เทคนิคการปรับฝัน” เพื่อรักษาผู้ป่วย PTSD พบว่า มีผลลัพธ์ที่น่าสนใจในการลดความถี่และความรุนแรงของฝันร้าย

นอกจากนี้ยังมีการทดลองใช้ “ฝัน” เพื่อช่วย “ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า” โดยการ “สร้างฝัน” ที่มีเนื้อหาเชิงบวกเพื่อปรับสมดุลทางอารมณ์

ในเชิงเศรษฐกิจ “ความฝัน” อาจกลายเป็นทรัพยากรใหม่ที่สามารถสร้างรายได้มหาศาล

บริษัทเทคโนโลยีอาจเริ่มให้บริการ “ออกแบบฝันเชิงบำบัด”

ศิลปินอาจใช้ “ฝัน” ที่ถูกออกแบบเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานใหม่

นักการตลาดอาจใช้ “ฝัน” เพื่อสร้างความทรงจำเชิงบวกกับ Brand

สิ่งเหล่านี้อาจนำไปสู่การเกิดขึ้นของอุตสาหกรรมและธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวข้องกับ “การออกแบบฝัน” และอาจเปลี่ยนแปลงวิธีกระบวนการสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในศตวรรษที่ 21

อย่างไรก็ตาม อาชีพ “วิศวกรความฝัน” ยังเต็มไปด้วยคำถามด้านจริยธรรมและสังคมว่าใครควรมีสิทธิ์ในการ “ควบคุมฝัน” ของมนุษย์?

หาก “ฝัน” สามารถถูกออกแบบได้ จะมีการใช้เพื่อโฆษณาหรือการชักจูงทางการเมืองหรือไม่?

และ “ความฝัน” ที่ถูกปรับแต่งมากเกินไปจะกระทบต่อสมดุลทางจิตใจหรือไม่?

บทความหลายชิ้นใน The Guardian และ Wired ตั้งคำถามถึงความเสี่ยงของการใช้เทคโนโลยีนี้ในเชิงพาณิชย์ โดยชี้ว่า “ความฝัน” เป็นพื้นที่ส่วนตัวที่สุดของมนุษย์

การเปิดให้บุคคลอื่นเข้ามา “ออกแบบฝัน” อาจเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวในระดับที่ลึกที่สุด

ในอีกด้านหนึ่ง “ความฝัน” ยังถูกมองว่าเป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้และพัฒนา

นักวิจัยบางคนเชื่อว่า มนุษย์สามารถ “ฝึกทักษะในฝัน” ได้ เช่น การแก้โจทย์คณิตศาสตร์ การซ้อมดนตรี หรือแม้กระทั่งการฝึกทักษะการกีฬา

หาก “วิศวกรความฝัน” สามารถออกแบบฝันที่ช่วยให้ผู้คนฝึกทักษะได้จริง อาชีพนี้อาจมีบทบาทสำคัญในการศึกษาและการพัฒนาทักษะในอนาคต

การเกิดขึ้นของ “วิศวกรความฝัน” สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ “ความฝัน” ไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัวอีกต่อไป แต่กลายเป็นทรัพยากรที่สามารถออกแบบและใช้ประโยชน์ได้ อาชีพนี้จึงเป็นทั้งโอกาสและคำถามใหญ่ต่ออนาคตของมนุษย์

เพราะมันอาจนำไปสู่การรักษาโรคที่ยากต่อการรักษา การสร้างสรรค์งานศิลปะที่ไม่เคยมีมาก่อน และการเปลี่ยนแปลงวิธีเคลื่อนตัวของเศรษฐกิจสร้างสรรค์

แต่ก็อาจนำไปสู่การละเมิดความเป็นส่วนตัวและการควบคุมทางสังคมในรูปแบบใหม่

เมื่อมองไปข้างหน้า “วิศวกรความฝัน” อาจกลายเป็นหนึ่งในอาชีพที่สำคัญที่สุดในศตวรรษที่ 21 เช่นเดียวกับที่ “วิศวกรซอฟต์แวร์” ได้กลายเป็นอาชีพสำคัญในยุคดิจิทัล

อาชีพนี้จะต้องอาศัยทั้งความรู้ทางวิทยาศาสตร์และความเข้าใจทางสังคม เพื่อสร้างฝันที่ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์เชิงเทคนิค แต่ยังเคารพความเป็นมนุษย์และความเป็นส่วนตัวของแต่ละบุคคล

หากเรามองในเชิงสังคมวิทยา การเกิดขึ้นของ “วิศวกรความฝัน” สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ขอบเขตระหว่างพื้นที่ส่วนตัวกับพื้นที่สาธารณะกำลังเลือนรางลง

“ความฝัน” ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นพื้นที่ที่ไม่มีใครเข้าถึงได้ กำลังถูกทำให้กลายเป็นทรัพยากรที่สามารถออกแบบและใช้ประโยชน์ได้ในเชิงพาณิชย์และเชิงวิทยาศาสตร์

สิ่งนี้ทำให้เกิดคำถามว่า เราจะยังสามารถรักษาความเป็นตัวตนที่แท้จริงของมนุษย์ได้หรือไม่ เมื่อแม้แต่ “ความฝัน” ก็สามารถถูกควบคุมและออกแบบโดยบุคคลอื่น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘วิศวกรความฝัน’ อาชีพใหม่ที่หลายคนคาดไม่ถึง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...