โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘โคโดโม’ พลิกยุทธศาสตร์ มุ่งพ่อแม่ชิงตลาด 6 พันล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 เม.ย. เวลา 02.59 น. • เผยแพร่ 16 เม.ย. เวลา 02.59 น.

“โคโดโม” ปรับกลยุทธ์เลิก “ขายจำนวน” มุ่ง “ขายคุณค่า” รับมือตลาดแม่และเด็กไทยโตต่ำตามอัตราเกิด ประเดิม “New Move” รีโพสิชั่นเจาะพ่อแม่ยุคใหม่ ดันสินค้าออร์แกนิก-พรีเมี่ยม พร้อมเปิดตัวครอบครัวพรีเซ็นเตอร์ โหมดิจิทัลคอนเทนต์ สร้าง Brand Love ตั้งเป้าชิงส่วนแบ่งตลาด 30% แม้การแข่งขันเข้มข้น

นางสาวอัยญดา ลิมป์ฤทธิเดช ผู้จัดการส่วนผลิตภัณฑ์ดูแลเด็กและอายุวัฒน์ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลเด็กในประเทศไทยมูลค่าประมาณ 6,000 ล้านบาท กำลังเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้างจากอัตราการเกิดลดลงต่อเนื่อง ส่งผลให้การเติบโตของตลาดอยู่ในระดับต่ำเพียง 1-2% ต่อปีเท่านั้น

ตลาดเด็กไม่โต แต่พรีเมี่ยมโต

อย่างไรก็ตาม ภายใต้ภาพรวมที่ชะลอตัวกลับพบการเติบโตของสินค้าในกลุ่มพรีเมี่ยมและออร์แกนิกซึ่งมีสัดส่วนราว 40% ของตลาด ขณะที่สินค้าแมสอยู่ที่ประมาณ 60% สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนจาก “เน้นราคา” ไปสู่ “เน้นคุณภาพและความปลอดภัย” การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับกลยุทธ์จากการมุ่งขยายจำนวนผู้ใช้ ไปสู่การเพิ่มมูลค่าต่อผู้บริโภคแต่ละรายแทน

“พ่อแม่ยุคปัจจุบันต้องทำงาน ใช้ชีวิต และเลี้ยงลูกไปพร้อมกัน ทำให้แบรนด์ต้องเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เพียงสินค้าเพื่อเด็กเท่านั้น แนวคิดดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนโครงสร้างผู้บริโภค จาก Child-centric ไปสู่ Parent-centric ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญในการแข่งขันยุคใหม่”

ผู้บริโภคเน้นจ่ายเพื่อคุณภาพ

สอดคล้องกับข้อมูลจากการวิจัยที่พบว่าค่าใช้จ่ายสินค้าเด็กต่อครอบครัวอยู่ที่ประมาณ 5,000-10,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับรูปแบบการเลี้ยงดู แม้ภาวะเศรษฐกิจจะทำให้บางครอบครัวหันไปใช้สินค้าแมสมากขึ้น แต่กลุ่มที่ตั้งใจสร้างครอบครัวยังคงให้ความสำคัญกับสินค้าคุณภาพสูง โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและความปลอดภัย

ข้อมูลนี้สะท้อนว่า แม้ “กำลังซื้อ” อาจชะลอแต่ “ความตั้งใจใช้จ่าย” ในสินค้าจำเป็นของผู้บริโภคยังคงอยู่

ขยายฐานสู้โจทย์เด็กเกิดน้อย

นางสาวอัยญดากล่าวต่อว่า แม้จำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงแต่โคโดโมยังมองโอกาสจากการขยายกลุ่มผู้ใช้งานไปให้ถึงเด็กอายุสูงสุด 12 ปี เพื่อเพิ่มฐานรายได้ ขณะเดียวกันยังอยู่ระหว่างศึกษาการขยายไปสู่กลุ่มวัยรุ่น และกลุ่มครอบครัวในอนาคต แต่ยังไม่ใช่ในระยะสั้นนี้

จากเข้าใจเด็กสู่เข้าใจพ่อแม่

นางสาวอัยญดากล่าวต่อไปว่า ด้วยเหตุนี้ Kodomo จึงประกาศกลยุทธ์ New Move ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ครั้งสำคัญ โดยขยับจากเดิมที่เน้น “เด็ก” เป็นศูนย์กลาง ไปสู่การเข้าใจ “พ่อแม่ยุคใหม่” มากขึ้น

ภายใต้กลยุทธ์ใหม่นี้บริษัทเปิดตัวกลุ่มสินค้า “Oganiku Premium Organic Series” ครอบคลุม 5 หมวดหลัก ได้แก่ อาบน้ำ สระผม แปรงฟัน ซักผ้า และแป้งเด็ก เพื่อตอบโจทย์การใช้งานแบบครบวงจร สินค้าเน้นส่วนผสมจากธรรมชาติ และมาตรฐานความปลอดภัย โดยวางตำแหน่งเป็นสินค้าพรีเมียมที่ “ราคาสูงขึ้นแต่ยังเข้าถึงได้” อยู่ในช่วงหลักสิบถึงหลักร้อยบาท หรือสูงกว่าสินค้าแมสประมาณ 10-20%

กลยุทธ์นี้มุ่งเพิ่มรายได้ต่อหน่วยและรักษาอัตรากำไร ท่ามกลางตลาดที่ขยายตัวอย่างจำกัด ภายใต้โจทย์ใหญ่อย่าง เด็กเกิดน้อย ทำให้ตลาดแม่-เด็กกำลังเข้าสู่ยุคที่การแข่งขันไม่ได้วัดกันที่ขนาด แต่เป็น “คุณค่า” การเคลื่อนไหวของโคโดโมจึงไม่ใช่แค่การเปิดตัวสินค้าใหม่ แต่เป็นการปรับโครงสร้างธุรกิจ เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

“ในเกมที่ตลาดไม่โต ผู้เล่นที่เข้าใจผู้บริโภคได้ลึกกว่า และสร้างมูลค่าได้มากกว่า จะเป็นผู้กำหนดทิศทางอุตสาหกรรมในระยะถัดไป”

พรีเซนเตอร์ยกครอบครัว

อีกหนึ่งการปรับเกมสำคัญคือการใช้ “ครอบครัวพรีเซ็นเตอร์” แทนพรีเซ็นเตอร์เดี่ยว โดยเปิดตัว “ปั๊ป-ใบเตย-น้องฌาน” เพื่อสะท้อนภาพพ่อแม่ยุคใหม่ที่ต้องบาลานซ์ทั้งการทำงานและการเลี้ยงลูกไปพร้อมกัน

ควบคู่กับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ภายใต้แนวคิด “ให้ชีวิตคุณและลูกหมุนไปพร้อมกัน” เพื่อสื่อบทบาทของแบรนด์ที่ต้องการเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของครอบครัวมากขึ้น

ทั้งนี้การสื่อสารผ่านภาพยนตร์โฆษณาและคอนเทนต์จะเน้นชีวิตจริงของครอบครัว มากกว่าการนำเสนอเชิงโฆษณาแบบเดิม เพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับผู้บริโภค และเพิ่มโอกาสในการสร้าง Brand Love ในระยะยาว

เร่งออนไลน์รับพฤติกรรมเปลี่ยน

นางสาวอัยญดาเสริมว่า พฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มพ่อแม่รุ่นใหม่ ทำให้โคโดโมต้องเพิ่มน้ำหนักการทำตลาดในช่องทางดิจิทัลตาม ทั้งการทำคอนเทนต์ รีวิว และกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วม เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ ซึ่งกลายเป็นปัจจัยสำคัญมากกว่าเพียงการสร้างการรับรู้แบรนด์

ขณะเดียวกันการสร้างความผูกพันกับผู้บริโภคผ่านคอนเทนต์และประสบการณ์ จะเป็นตัวแปรสำคัญในการรักษาฐานลูกค้าในระยะยาว

ทั้งนี้ปัจจุบันโคโดโมมีสินค้าครอบคลุม 5 กลุ่มหลัก และตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดรวมเป็น 30% ขณะเดียวกันบริษัทตั้งเป้าการเติบโตรายได้ปีนี้ที่ 15% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่เติบโต 11% โดยอาศัยการทำตลาดเชิงรุกมากขึ้น ทั้งการเปลี่ยนพรีเซ็นเตอร์และเพิ่มงบการตลาด

ด้านการผลิต บริษัทวางแผนล่วงหน้าประมาณ 6 เดือน ทำให้สามารถบริหารสต๊อกสินค้าได้เพียงพอ แม้ในช่วงที่มีการซื้อกักตุน แต่บริษัทมีสินค้าเพียงพอรองรับได้ต่อเนื่องประมาณ 6 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกำลังซื้อของผู้บริโภค

“การปรับกลยุทธ์ของโคโดโมสะท้อนแนวคิดสำคัญของธุรกิจในยุคที่ตลาดไม่ขยายตัว คือ เมื่อจำนวนลูกค้าลดลง ต้องเพิ่มมูลค่าต่อคน ทั้งนี้การรุกสินค้าออร์แกนิกและพรีเมี่ยมช่วยให้ เพิ่ม Margin ลดแรงกดดันด้านราคา และสร้างความแตกต่างในตลาด”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘โคโดโม’ พลิกยุทธศาสตร์ มุ่งพ่อแม่ชิงตลาด 6 พันล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...