โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘รมว.พลังงาน’ ยอมรับราคาน้ำมันหลังจากนี้ ไม่มีเพดาน ปล่อยตามกลไกตลาด

The Bangkok Insight

อัพเดต 26 มี.ค. เวลา 21.50 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. เวลา 01.28 น. • The Bangkok Insight

รมว.พลังงาน ยอมรับราคาน้ำมันหลังจากนี้ไม่มีเพดานปล่อยตามกลไกตลาดขณะ“ประเสริฐ” หนักใจมากหลังราคาดีดขึ้น6 บาทต่อลิตร

นายอถรรพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี นัดพิเศษ ถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนด้านพลังงาน ว่าอย่างที่ทุกกท่านชอบสถานการณ์สู้รบยังอยู่ในสถานะที่ไม่แน่นอน แม้จะได้ยินข่าวว่าจะเริ่มจะมีการยื่นข้อเสนอเพื่อเจรจา เพียงแต่ทั้งสองฝั่งข้อเสนอและการสื่อความที่ไม่ตรงกัน จึงยังไม่มีความแน่นอน ส่งผลต่อความผันผวนของราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง

ราคาน้ำมัน

ขณะที่สถานะกองทุนน้ำมันยังไปช่วยเหลืออยู่ ซึ่งหลังจากที่มีการปรับราคาขายปลีก ซึ่งมีผลในวันนี้ ถึง 6 บาทต่อลิตร อยู่ที่อัตรา 39 บาทต่อลิตร ซึ่งหากเปรียบเทียบราคาน้ำมันดีเซลกับประเทศเพื่อนบ้านไทยยังต่ำกว่า โดยยกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ที่ปรับขึ้นถึงอัตรา 100.26 บาทต่อลิตรมีเพียงอินโดนีเซียและบรูไนที่ต่ำกว่าไทย ประกอบกับสถานการณ์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หลังจะมีการปรับขึ้นแล้ว ก่อนกลับอุดหนุนอยู่น้ำมันดีเซล 19 บาทต่อลิตร กองทุนยังมีอัตราไหลออก 1,700 ล้านบาท ติดลบ 3.8 หมื่นกว่าล้าน และยังมีการไหลออกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งราคาที่ต่างกันมากๆ กับประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้กัน อาจจะเกิดปัญหาเรื่องการกักตุน หรือการลักลอบส่งออก ซึ่งทางรัฐบาลพยายามประสานกับหน่วยงานด้านความมั่นคงที่จะช่วยไปสอดส่องดูแล

ขณะที่การผลิตมีการเข้าไปติดตามอย่างใกล้ชิดกับโรงกลั่น โดยตัวเลขที่ผ่านมามีการผลิตเต็มกำลังการกลั่นทุกโรง มีปริมาณน้ำมันดีเซลประมาณ 78 ล้านลิตรต่อวัน ประกอบกับมีการเวฟน้ำมันสำรอง เข้ามาช่วยอีกประมาณ 10 ล้านลิตร เพราะฉะนั้นการจ่ายน้ำมันจริง ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ดีเซลอยู่ที่ประมาณ 85 ล้านลิตร ซึ่งสูงกว่าความต้องการ โดยปกติเฉลี่ยในเดือนม.ค. 67 ล้านลิตร ซึ่งช่วงที่มีปัญหาจ๊อบเบอร์ไม่ได้รับน้ำมัน เนื่องจากพ่อค้าตามมาตรา 7 ไม่ได้จ่ายให้ จึงมีการพูดคุยขอความร่วมมือขอให้ผู้ค้าตามมาตรา 7 จ่ายช่องทางจ๊อบเบอร์ไปด้วย ทำให้ยอดของจ๊อบเบอร์ เข้ามาใกล้กับปกติ

เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ที่น้ำมันจะปรับขึ้นราคาแบบกระชากเหมือนเมื่อคืนที่ผ่านมาอีกหรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า ต้องประเมินปัจจัยหลายอย่างไปพร้อมกัน ทั้งตลาดโลกความแตกต่างของราคาในประเทศเพื่อนบ้านสถานการณ์เรื่องการกักตุนและการลักลอบส่งออกน้ำมันเป็นอย่างไร และสถานะกองทุนน้ำมันเป็นอย่างไร ซึ่งต้องดูหลายปัจจัยร่วมกัน

เมื่อถามย้ำว่าจะไม่มีการปรับราคาน้ำมันแบบขั้นบันไดแล้วใช่หรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า ในหลักการ ขณะนี้ให้เป็นไปตามกลไกตลาด ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่ง ไม่ได้มีการกำหนดว่าเพดานราคาว่าไม่ควรเกินเท่าไหร่ แต่อย่างไรก็ยังใช้กลไกของกองทุนน้ำมันช่วยดูอยู่ ไม่ได้ถอนออกไป

เมื่อถามว่า การที่รัฐบาลอนุญาตให้นำน้ำมันสำรองออกมาใช้แต่ราคากับพุ่งสูงขึ้น นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า เป็นจริงคนละเรื่องกัน การที่เราผ่อนน้ำมันสำรอง ก็คือการที่เราผ่อน ผัน ให้นำน้ำมันที่จะต้องคงอยู่ในสต๊อกสามารถที่จะลดลงได้และมีการนับตัวเดตสต๊อก หรือน้ำมันอื่นๆเข้ามารวมได้ ทำให้เขาสามารถจะถ่ายน้ำมันที่อยู่ในสต๊อกออกมา ส่วนเรื่องกลไกราคา ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราจะใช้กลไกตลาด เช่น หากจะต้องผลิตหรือนำน้ำมันเข้ามาในสต๊อกก็ต้องเป็นราคาของตลาดเช่นเดียวกัน

ส่วนที่ประชาชนกังวล เรื่องราคาน้ำมันอาจพุ่งไปถึง 50 บาทต่อลิตร มีแผนรับมือในระยะยาวอย่างไรโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปลัดกระทรวงพลังงานกล่าวว่า เมื่อวานที่ตัดสินใจ ถือว่าคุยกันนาน หนักใจ แต่ด้วยสถานการณ์ความรุนแรงที่เราคาดไม่ถึง ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะรุนแรงและยาวนานขนาดนี้รัฐบาลพยายามจะตรึงให้ได้ และผ่อนมาเหลือ 33 บาทต่อลิตร แต่สุดท้ายต้องยอมรับว่า ด้วยสถานการณ์ที่รุนแรงขนาดนี้กองทุนน้ำมันเอาไม่อยู่ ประกอบกับการลักลอบส่งออกกักตุนเก็งกำไร ทำให้น้ำมันที่ฝืดเข้าระบบประมาณ 86 ล้านลิตร ซึ่งมากกว่าปกติอยู่ประมาณ 20% ถูกนำไปเก็บสำรองเอาไว้มาตรการราคาจึงเป็นอีกมาตรการหนึ่ง แต่หากถามว่าจะถึง 50 บาทไหม ตนไม่สามารถตอบได้ อาจจะลงมาก็ได้ หากเขาหยุดรบราคาหลังจากนี้ไปจะขึ้นหรือลงขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หาสถานการณ์ดีขึ้น ลดภาษีสรรพสามิตลดราคา ซึ่งก็มีทั้งบวกและลบหลังจากนี้ไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...