โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“สิงคโปร์” ชิงบทบาทฮับทองคำโลก แข่งฮ่องกง ดึงธนาคารกลางฝากทองคำสำรอง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 มี.ค. เวลา 11.48 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. เวลา 04.48 น.

"สิงคโปร์" วางแผนขยายความสามารถในการเก็บรักษาทองคำและพัฒนาตลาดซื้อขายทองคำ เพื่อดึงดูดธนาคารกลางต่างประเทศให้นำทองคำสำรองมาฝากและซื้อขายในประเทศ

วันที่ 27 มีนาคม 2569 เวลา 11.01 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สิงคโปร์วางแผนขยายความสามารถในการเก็บรักษาทองคำ เพื่อก้าวขึ้นเป็นศูนย์รับฝากทองคำสำรองของธนาคารกลางต่างประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ผลักดันให้สิงคโปร์แข่งขันกับฮ่องกงในการเป็นศูนย์กลางการค้าทองคำในภูมิภาค

ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) เปิดเผยว่า สิงคโปร์จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการเก็บรักษาทองคำ (vaulting services) สำหรับธนาคารกลางและกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของต่างประเทศ เพื่อรองรับความต้องการที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต พร้อมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่เกี่ยวข้องกับทองคำ เพื่อช่วยในการค้นหาราคา (price discovery) และเพิ่มสภาพคล่องในตลาดทองคำ

นอกจากนี้ MAS ยังมีแผนสร้างระบบชำระราคา (clearing system) สำหรับการซื้อขายทองคำแบบนอกตลาด (over-the-counter) ภายในประเทศ เพื่อสนับสนุนการซื้อขายทองคำในสิงคโปร์ ตามแถลงการณ์ร่วมกับสมาคมตลาดทองคำสิงคโปร์ (Singapore Bullion Market Association)

ความพยายามของสิงคโปร์ในการเป็นศูนย์กลางการค้าทองคำเกิดขึ้นหลังจากราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนทั่วโลกหันมาถือทองคำเป็นสินทรัพย์ทางเลือกเพื่อรักษามูลค่าความมั่งคั่ง แม้ว่าราคาทองคำจะปรับตัวลงบ้างหลังสงครามในตะวันออกกลางเริ่มขึ้น แต่ธนาคารกลางหลายประเทศ รวมถึงจีน ยังคงทยอยเพิ่มทองคำสำรองอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ

ในแผนการดังกล่าว รัฐบาลสิงคโปร์ได้ตั้งคณะทำงานร่วมกับสถาบันการเงินขนาดใหญ่ เช่น JPMorgan, UBS, DBS, United Overseas Bank และ ICBC Standard Bank เพื่อพัฒนาโครงสร้างตลาดทองคำของประเทศ

การดึงดูดธนาคารกลางต่างประเทศถือเป็นกุญแจสำคัญของแผนนี้ เนื่องจากธนาคารกลางถือทองคำสำรองในปริมาณมหาศาลและเป็นแหล่งสภาพคล่องหลักของตลาดทองคำโลก เช่นเดียวกับตลาดทองคำในลอนดอน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าทองคำที่ใหญ่ที่สุดของโลกในปัจจุบัน

ข้อมูลจาก World Gold Council ระบุว่า ธนาคารกลางทั่วโลกถือครองทองคำรวมเกือบ 39,000 ตัน หรือประมาณ 18% ของทองคำทั้งหมดที่ถูกขุดขึ้นมาบนโลก หากสิงคโปร์สามารถดึงส่วนแบ่งตลาดเพียงเล็กน้อย ก็จะช่วยเพิ่มบทบาทของสิงคโปร์ในตลาดทองคำภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันฮ่องกงยังเป็นศูนย์กลางหลัก โดยทำหน้าที่เป็นประตูการค้าทองคำเข้าออกจีน ซึ่งเป็นประเทศผู้บริโภคทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลก

ผู้บริหาร MAS ระบุว่า ตลาดทองคำมีขนาดใหญ่เพียงพอที่ทั้งสิงคโปร์และฮ่องกงจะสามารถเติบโตไปพร้อมกันได้ พร้อมระบุว่า ธนาคารกลางและนักลงทุนมองทองคำเป็นสินทรัพย์สำคัญในช่วงที่เศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอนสูง

แผนของสิงคโปร์ยังอาจดึงดูดประเทศที่เริ่มตั้งคำถามต่อความปลอดภัยของศูนย์เก็บทองคำแบบดั้งเดิม เช่น ลอนดอนและนิวยอร์ก โดยที่ผ่านมา ประเทศอย่างเยอรมนี โปแลนด์ เนเธอร์แลนด์ และเซอร์เบีย ได้ทยอยนำทองคำสำรองกลับประเทศเพื่อเหตุผลด้านความมั่นคง

ในเอเชีย ธนาคารกลางจีนยังสนับสนุนตลาด Shanghai Gold Exchange เพื่อดึงดูดธนาคารกลางประเทศพันธมิตรให้ซื้อและเก็บทองคำไว้ในจีน โดยกัมพูชาเป็นหนึ่งในประเทศแรกที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า สิงคโปร์มีทองคำสำรองประมาณ 193.6 ตัน ณ เดือนมกราคมที่ผ่านมา

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...