โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ชี้การผลิตเม็ดพลาสติกไทย เพียงพอต่อความต้องการ

The Bangkok Insight

อัพเดต 27 มี.ค. เวลา 10.33 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. เวลา 10.14 น. • The Bangkok Insight

กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ส.อ.ท. ชี้ภาพรวมกำลังการผลิตเม็ดพลาสติกไทยเพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ

เมื่อ 27 มี.ค. กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภาพรวมสถานการณ์เม็ดพลาสติกของประเทศไทย โดยระบุว่าอุตสาหกรรมยังคงดำเนินการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง และมีปริมาณเพียงพอในการรองรับความต้องการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศ

จากข้อมูลสถิติในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พบว่า กำลังการผลิตและปริมาณการผลิตเม็ดพลาสติกหลักของประเทศ เช่น พอลิเอทิลีน (PE) พอลิโพรพิลีน (PP) และพอลิเอทิลีน เทเรฟทาเลต (PET) อยู่ในระดับสูงกว่าความต้องการใช้ภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนเกินดังกล่าวถูกส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ซึ่งไม่เพียงเป็นกลไกในการรักษาสมดุลของอุปสงค์และอุปทานในประเทศ แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้จากการส่งออก และสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในเวทีโลก

นายทศพร บุณยพิพัฒน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “อุตสาหกรรมปิโตรเคมีของประเทศไทยมีรากฐานที่แข็งแกร่งและได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนมีศักยภาพในระดับชั้นนำของโลก และเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากสามารถรองรับความต้องการใช้ภายในประเทศได้อย่างเพียงพอและมีประสิทธิภาพ อุตสาหกรรม ปิโตรเคมีของประเทศไทยยังมีบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกไปยังตลาดภูมิภาค สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่องของประเทศมาโดยตลอด”

สำหรับสถานการณ์ที่มีการกล่าวถึงภาวะตึงตัวในปัจจุบัน มีปัจจัยหลักจากข้อจำกัดด้านการนำเข้าวัตถุดิบปิโตรเคมี รวมถึงเม็ดพลาสติกจากต่างประเทศ อันเป็นผลจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการขนส่งและห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ ทำให้ปริมาณสินค้าที่เข้าสู่ตลาดในช่วงเวลานี้ปรับตัวลดลง

ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมได้มีการบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด โดยบริษัทสมาชิกกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมียืนยันนโยบาย “Domestic First” ให้ความสำคัญกับการจัดสรรสินค้าเพื่อรองรับความต้องการภายในประเทศเป็นลำดับแรก ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการวางแผนจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งทางเลือก ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณสินค้าเข้าสู่ตลาด และบรรเทาความตึงตัวในระยะถัดไป

กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ส.อ.ท. ได้ทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนมาโดยตลอด เพื่อร่วมกันดูแลเสถียรภาพของอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศไทย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...