โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

ตกเป็นเป้า แฮกเกอร์ใช้กล้องวงจรปิด ช่วยสอดแนมในสนามรบ

Techhub

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา

[สายลับใกล้ตัว] ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในปัจจุบัน เราได้พบความเป็นจริงอันน่าตกใจของสงครามยุคใหม่หลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนโดรนพลเรือนเป็นอาวุธ การสร้างข่าวปลอม การกดดันทางเศรษฐกิจ และอีกสารพัดวิธีที่คาดไม่ถึง

ล่าสุดพบอีกหนึ่งวิธีที่น่าตกใจ เมื่อกล้องวงจรปิดกลายเป็นเป้าหมายชั้นดี ที่เหล่าแฮ็กเกอร์จ้องเจาะระบบเพื่อดูความเคลื่อนไหวโดยตรง โดยมีตั้งแต่สงครามยูเครนจนถึงอิหร่านแล้ว มีความเป็นไปได้ไหมที่กล้องวงจรปิดที่เราเดินผ่านประจำ จะมี ‘ทหาร’ ต่างประเทศ แอบนั่งดูอยู่เบื้องหลังด้วย

เป็นเวลาหลายทศวรรษแล้วที่ดาวเทียม โดรน และสายลับ ล้วนเป็นส่วนสำคัญของการสอดแนมฝั่งตรงข้าม จนมาถึงยุคที่ใคร ๆ ก็สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ทุกเวลา จุดนี้เองก็กลายเป็น ‘ดวงตา’ ประจำภาคพื้นดินที่ทรงพลัง และดวงตาใหม่นี้ก็อยู่ในร่างของกล้องวงจรปิด ตามจุดต่าง ๆ ในประเทศ จังหวัด เมือง บ้าน จนถึงห้องนอนเรา ที่ทุกตัวมีโอกาสถูกแฮกได้ หวังช่วยสอดแนม ไปจนถึงชี้เป้าทิ้งระเบิด

มีข้อมูลจากทางสื่อ ArsTechnica ที่ได้กล่าวถึงความเป็นไปดังกล่าว โดยยกข้อมูลจากทาง Check Point บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์จากเทลอาวีฟ เมืองหลวงของอิสราเอล เผยพบความพยายามแฮกหลายร้อยครั้ง โดยพุ่งเป้าไปที่กล้องวงจรปิดของพลเรือนทั่วตะวันออกกลาง ซึ่งหลายครั้งดูเหมือนจะเกิดขึ้นพร้อมกับการโจมตีด้วยขีปนาวุธ และโดรนของอิหร่านในเร็ว ๆ นี้ไปยังเป้าหมายต่าง ๆ รวมถึงอิสราเอล กาตาร์ และไซปรัส

ทั้งนี้ทาง Check Point ระบุเลยว่าผู้ลงมือบางส่วน เป็นถึงกลุ่มแฮกเกอร์ที่เชื่อมโยงกับหน่วยข่าวกรองของอิหร่าน หรือเรียกได้เลยว่าเป็นงานแฮกระดับกองทัพ ที่มุ่งเป้าไปยังฝั่งพลเรือนเลยนั้นเอง จากนั้นก็ใช้กล้องวงจรตามที่อยู่อาศัยของอิสราเอล ให้ช่วยระบุเป้าหมาย วางแผนโจมตี และประเมินความเสียหายหลังชี้เป้าสำเร็จ…

มีข้อมูลน่าตกใจอีกว่า อิหร่านไม่ใช่ประเทศแรกที่ใช้ยุทธวิธีนี้ โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วทาง Financial Times เผยกองทัพอิสราเอลเอง ก็สามารถเข้าถึงกล้องจราจรเกือบทั้งหมดในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่านได้เช่นกัน และยังร่วมมือกับ CIA ของสหรัฐฯ ช่วยชี้เป้าสำหรับการโจมตีทางอากาศที่สังหาร Ayatollah Ali Khamenei ผู้นำสูงสุดของอิหร่านด้วยนั้นเอง

ภาพจาก Calcalistech

ฝั่งยูเครนก็มีรายงานจากเจ้าหน้าหน่วยข่าวกรอง SSU เผยรัสเซียแอบแฮกกล้องวงจรปิดของพลเรือนมาหลายปีแล้ว เพื่อชี้เป้าโจมตีและสอดแนมการเคลื่อนกำลังพลเช่นกัน ในขณะที่แฮกเกอร์ชาวยูเครนก็ยึดกล้องของรัสเซียเพื่อสอดแนมทหารรัสเซียกลับ และอาจรวมถึงการเฝ้าดูการโจมตีของตนเองด้วยเหมือนกับอิหร่าน

“ผู้รุกรานใช้กล้องเหล่านี้ เพื่อรวบรวมข้อมูลเพื่อเตรียมและปรับการโจมตีเคียฟ” เจ้าหน้าหน่วยข่าวกรอง SSU ของยูเครนระบุ และถึงขั้นที่ทางการยูเครน เคยเรียกร้องให้เจ้าของกล้องวงจรปิดตามท้องถนน หยุดการถ่ายทอดสดทางออนไลน์หรือให้ปิดการใช้งานกล้องไปเลย

สำหรับกล้องวงจรปิดในที่นี่ ก็คงหมายถึงกล้อง IP Camera ที่สามาถติดตั้งใช้งานได้ง่าย ๆ ขอแค่มีเราเตอร์ Wi-Fi อยู่ใกล้ ๆ จากนั้นผู้ใช้ทั่วไปก็สามารถเข้าถึงตัวกล้องได้ผ่านแอปฯ สะดวกสุด ๆ รวมถึงฝั่งแฮกเกอร์ก็เช่นกัน เพราะด้วยระบบความปลอดภัยของกล้องที่อยู่ระดับพลเรือน ไม่ใช่ระดับองค์กรหรือเกรดกองทัพ (ที่มีราคาแพงและเข้าถึงยาก) สำหรับแฮกเกอร์ที่มีรัฐบาลหนุนหลังนั้น คงเป็นงานที่ง่าย ๆ ที่น่าหัวเราะเลยทีเดียว

อนึ่งมีผู้ใช้กล้องวงจรปิดตามบ้านหลายหลัง ไม่ได้อัปเดตเฟิร์มแวร์หรือระบบความปลอดภัยเลย ทำให้ยิ่งง่ายต่อการถูกเจาะระบบมากขึ้นอีก

“ตอนนี้การแฮกกล้องได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของตำราปฏิบัติการทางทหารไปแล้ว”

Sergey Shykevich ผู้นำการวิจัยด้านภัยคุกคามอัจฉริยะที่ Check Point กล่าว ซึ่งปกติแฮกเกอร์ของทางการคงไม่มาสนใจแฮกกล้องพลเรือน แต่ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน มันกลายเป็นปฏิบัติการทางทหารตามที่ทาง Check Point กล่าวเลย ซึ่งอาจไม่ต้องใช้เครื่องมือทางทหารราคาแพงอย่าง ‘ดาวเทียม’ อีกต่อไป

มีข้อมูลน่าสนใจจาก Sergey Shykevich กล่าวอีกว่า แฮกเกอร์ได้พยายามเจาะช่องโหว่ 5 จุดในกล้องวงจรปิด 2 แบรนด์ เพื่อเข้าควบคุมแทนผู้ใช้ตัวจริง โดยพบความพยายามหลายสิบครั้ง ทั่วทั้งบาห์เรน ไซปรัส คูเวต เลบานอน กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงอีกหลายร้อยครั้งในอิสราเอล อีกทั้งพบความพยายามแฮกกล้องส่วนใหญ่ เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และ 1 มีนาคม ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่สหรัฐฯ และอิสราเอล เริ่มการโจมตีทางอากาศทั่วอิหร่าน

“ข้อได้เปรียบของการใช้เครือข่ายกล้องพลเรือนคือความครอบคลุมและค่าใช้จ่าย” Peter W. Singer นักวิจัยด้านการทหารจาก New America Foundation และผู้เขียนนวนิยายไซไฟปี 2015 เรื่อง Ghost Fleet กล่าว

Peter W. Singer ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า การแฮกกล้องเหล่านั้นถูกและง่ายกว่าการพึ่งพาดาวเทียมหรือโดรนในระดับความสูงมาก อีกทั้งเทคนิคนี้ยังแนบเนียนกว่าโดรน ซึ่งจะใช้งานได้ก็ต่อเมื่อศัตรูมีระบบป้องกันภัยทางอากาศน้อย และโดรนมักจะถูกตรวจจับได้ด้วยมาตรการต่อต้านการสอดแนม นอกจากนี้ตัวกล้องที่ถูกแฮกในระดับพื้นดิน ยังให้มุมมองและทัศนียภาพที่เป็นไปไม่ได้เลยกับมุมมองจากมุมสูงของดาวเทียมหรือโดรน ทั้งหมดนี้ทำให้มันเป็นเครื่องมืออันทรงพลังสำหรับการลาดตระเวน ชี้เป้า และประเมินความเสียหายจากระเบิดหลังการโจมตี

สำหรับกล้องวงจรปิดที่ถูกแฮก นับเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกล้องเหล่านี้เดิมไม่ใช่เป้าหมายสำคัญของการแฮกระดับนี้ ผนวกกับฝั่งผู้ผลิตเอง ก็ต่างแข่งกันทำกล้องให้ราคาถูกที่สุดเพื่อให้ขายง่าย จึงอาจตัดงบพัฒนาซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยระยะยาวทิ้งไป

ฝั่งคนทั่วไปก็ซื้อกล้องมาติดหน้าบ้าน แค่ดูภาพผ่านสมาร์ทโฟนได้ก็จบ บ้างก็ไม่สนใจอัปเดตเฟิร์มแวร์ ขอแค่กล้องยังทำงานปกติ พวกเขาหรือเราก็คงไม่รู้ (และอาจไม่แคร์) ว่าภาพหน้าบ้านตัวเอง กำลังถูกส่งไปให้หน่วยข่าวกรองที่อยู่อีกซีกโลกดูอยู่ก็เป็นได้ครับ

ที่มา : ArsTechnica , Wired , CheckPoint , FT


⭐️Techhub รวม How To , Tips เทคนิค อัปเดตทุกวัน

กดดูแบบเต็มๆ ที่ www.techhub.in.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...