โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พิพิธภัณฑ์’จักรพันธุ์ โปษยกฤต’ มรดกล้ำค่าฝากไว้บนแผ่นดิน

ไทยโพสต์

อัพเดต 17 มีนาคม 2569 เวลา 22.23 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พิพิธภัณฑ์จักรพันธุ์ โปษยกฤต ที่อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พ.ศ.2546 ได้ริเริ่ม ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ และกำลังทรัพย์ส่วนตัวของอาจารย์ ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิจักรพันธุ์ โปษยกฤต มุ่งหวังจะสร้างศูนย์กลางเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรมแห่งใหม่ฝากให้กับแผ่นดินไทย ในวันนี้สำเร็จและเป็นความจริงแล้ว พร้อมเปิดให้ประชาชมเข้าชมผลงานศิลปะฝีมืออาจารย์จักรพันธุ์ ซึ่งได้รับการยกย่องเป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซของชาติ โดยมูลนิธิจักรพันธุ์ โปษยกฤต จัดพิธีเปิด “พิพิธภัณฑ์จักรพันธุ์ โปษยกฤต” อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ณ พิพิธภัณฑ์จักรพันธุ์ โปษยกฤต ตัวพิพิธภัณฑ์และอาคารแสดงอยู่ในตึกใหญ่ขนาด 2 ชั้นครึ่ง ทั้งยังมีโรงละครแสดงหุ่นกระบอก พร้อมด้วยระบบเวที แสง สี เสียงที่สมบูรณ์ ตั้งอยู่ที่ถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 58 เขตสายไหม กรุงเทพฯ

เช้ามีพิธีตักบาตร ต่อด้วยพิธีสงฆ์สวดมนต์เลี้ยงพระ จากนั้นอาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต ในวัย 83 ปี เป็นประธานในพิธีเปิด ก่อนจะเปิดโอกาสให้ผู้ได้รับเชิญเยี่ยมชมห้องนิทรรศการ โดยมีบุคคลสำคัญในแวดวงศิลปะและวัฒนธรรมไทย ศิลปิน ลูกศิษย์อาจารย์ และผู้ที่เคารพ ติดตามผลงานของศิลปินแห่งชาติผู้นี้มาร่วมงานกันอย่างอบอุ่น

พิพิธภัณฑ์จักรพันธุ์ โปษยกฤตแห่งนี้ เป็นแหล่งรวบรวม อนุรักษ์ และเผยแพร่ผลงานศิลปกรรมของอาจารย์จักรพันธุ์ผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์และสืบสานมรดกศิลปวัฒนธรรมไทย ประกอบด้วยห้องจักรพันธุ์ ๑ และห้องจักรพันธุ์ ๒ จัดแสดงผลงานต้นฉบับของอาจารย์จักรพันธุ์ ซึ่งมีทั้งภาพกวางทอง ภาพวาดเส้นดินสอบนกระดาษตั้งแต่สมัยเป็นเด็ก โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย ภาพวาดฉุยฉายพราหมณ์งานก่อนเข้าศึกษาคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ผลงานสมัยเรียนมหาวิทยาลัยศิลปากรสมัยเป็นอาจารย์ที่ศิลปากร และเมื่อออกมาวาดภาพที่บ้านในซอยเอกมัย (สุขุมวิท 63) แล้ว ภาพร่างหน้าม่านใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยและโรงละครแห่งชาติ รวมภาพเขียนมากกว่า 200 ภาพ จากคอลเลคชั่นของอาจารย์จักรพันธุ์ รวมถึงจำลองบรรยากาศการสร้างงานผ่านโต๊ะทำงานจริง ขาตั้งวาดรูป สี พู่กันที่อาจารย์ใช้ และภาพเขียนผู้หญิงที่อาจารย์ยังวาดไม่เสร็จ

ความยิ่งใหญ่ของพิพิธภัณฑ์จักรพันธุ์ โปษยกฤต ยกกองทัพหุ่นกระบอกเรื่อง”สามก๊ก” ซุนกวน เล่าปี่ โจโฉ ขงเบ้ง กวนอู นางบิฮูหยิน จิวยี่ ฯลฯ และหุ่นกระบอกเรื่อง”ตะเลงพ่าย” ทั้งฝ่ายหงสาวดี นำโดยเจ้าพระยานันทบุเรง พระมหาอุปราขาชุดเครื่องรบหน้าเสือ มังจาปโร พระเจ้าแปร เหล่าทหารเมืองคัง ชาวตลาดหงสาวดี และฝ่ายอยุธยา สะกดสายตาด้วยหุ่นพระนเรศวรชุดเครื่องรบน้อย พระสุพรรณกัลยา หุ่นตัวแรกที่อาจารย์จักรพันธุ์รังสรรค์ขึ้นสุดประณีต รวมแล้วเกือบ 300 ตัว ซึ่งทุกตัวงดงามตระการตาจัดแสดงให้ชมอย่างใกล้ชิด

วัลลภิศร์ สดประเสริฐ ผู้เป็นทั้งลูกศิษย์ ผู้ช่วย เลขาฯ และอยู่กับอาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต มากว่า 47 ปี เป็นหนึ่งในคณะทำงานที่ให้ข้อมูลต่างๆ แทนอาจารย์ กล่าวว่า อาจารย์จักรพันธุ์เลือกพื้นที่จัดสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ด้วยตัวเอง เพราะซื้อที่ย่านเอกมัยไม่ไหว ทุนในการสร้างมาจากพระพุทธมหาปารมีนุภาพพิสุทธิ์อนุตตรสังคามวิชัย พระพุทธรูปที่อาจารย์ออกแบบเพื่อใช้เป็นพระประธานในการแสดงหุ่นกระบอกชุดตะเลงพ่าย ฉากพระนเศวรทรงหลั่งน้ำทักษิโนทก ประกาศอิสรภาพ นำมาย่อขนาดให้เช่าบูชาหาทุน นอกจากนี้ มีเงินสะสมจากการเขียนรูปของอาจารย์ การจำหน่ายผลงาน ท่านก็ทุ่มทุนให้ รวมค่าที่ดิน 5 ไร่เศษ และการก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์รวม 130 ล้านบาท

“ ก่อนอาจารย์ป่วย อาจารย์ไม่ยอมขายรูป บอกว่าถ้าขายรูป รูปก็จะอยู่แต่บ้านคนที่มีเงิน คนจนไม่มีโอกาสได้เห็น นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนไม่มีโอกาสเรียนรู้ อาจารย์มีความเป็นครูสูงมากจะทำอะไรเพื่อการศึกษาและให้ความรู้ตลอดเวลา ผมพูดเสมอว่า อาจารย์เป็นศิษย์ที่กตัญญูและครูที่มีความเมตตา อาจารย์ทุ่มทุนสร้างพิพิธภัณฑ์สำเร็จ เป็นมรดกแผ่นดินที่มาด้วยความเหนื่อยยากและสูญเสียของอาจารย์ รวมถึงด้านสุขภาพ การเปิดพิพิธภัณฑ์จักรพันธ์ โปษยกฤต อาจารย์ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งได้รับรู้ความสำเร็จ ขอให้ประชาชนและองค์กรต่างๆ มาเยี่ยมชมและสนับสนุนการสืบสานศิลปวัฒนธรรมไทยเพื่อรักษามรดกวัฒนธรรมของประเทศ “ วัลลภิศร์ กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ

สำหรับพิพิธภัณฑ์จักรพันธุ์ฯ วัลลภิศร์ กล่าวว่า ห้องจักรพันธุ์ ๑ จัดแสดงหุ่นสามกํก จำนวน 50 หุ่น รวมถึงฉากการแสดงเรื่องสามก๊ก ฝีมืออาจารย์ เมื่อปี 2531 ห้องจักรพันธุ์ ๒ จัดแสดงหุ่นตะเลงพ่าย จำนวน 200 หุ่น ส่วนฉากไหว้ครูเรื่องตะเลงพ่ายใช้เป็นฉากในโรงละครหุ่นกระบอก ซึ่งอาจารย์ออกแบบและเขียนเองบางส่วน สมัยนั้นอาจารย์เขียนภาพได้อย่างคล่องแคล่ว ส่วนความคืบหน้าการแสดงหุ่นกระบอกเรื่องตะเลงพ่ายอย่างสมบูรณ์ของคณะจักรพันธุ์ โปษยกฤต จะเปิดแสดงอีกครั้งภายในปี 2570 แล้วยังมีหุ่นกระบอกชุดพระอภัยมณีและชุดนางลอย มูลนิธิฯ ยังไม่ได้นำมาจัดแสดง นอกจากนี้ มีภาพเขียนของอาจารย์ทุกช่วงชีวิต ซึ่งมีจำนวนมาก อาจารย์เก็บรวบรวมไว้ที่บ้านในซอยเอกมัย วางแผนจะนำมาจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียน รวมถึงฉากการแสดงเรื่องสามก๊ก ฝีมืออาจารย์

หุ่นกระบอกเป็นสมบัติล้ำค่า อาจารย์รักและหวงแหน วัลลภิศร์ กล่าวว่า อาจารย์รักหุ่นทุกตัว รักงานศิลปะทุกชิ้น ก่อนวันเปิดพิพิธภัณฑ์ 1 วัน อาจารย์มาดูความเรียบร้อย พยาบาลที่ดูแลล้อเด็กที่มาด้วยจะขโมยหุ่น อาจารย์ลืมตาโพลง ไม่หลับตาเลย พูดถึงงานไม่ได้ สมัยที่อยู่บ้านเอกมัย มีลูกค้ามีซื้อรูป Print ไปรายงานว่าวันนี้ขายภาพได้หลายภาพ ตนซึ่งดูแลอาจารย์อยู่ นอนกระสับกระส่าย หายใจแรง ไม่ยอมหลับ ถามว่าทำไมไม่นอน อาจารย์พูดว่า เอารูปอะไรของเราไปขายหมดล่ะ พอตอบว่าเป็นภาพ Print หาเงินเข้ามูลนิธิฯ อาจารย์หลับในทันที

ก้าวต่อไปของพิพิธภัณฑ์จักรพันธุ์ โปษยกฤต ภายใต้ร่มของมูลนิธิฯ วัลลภิศร์ ยอมรับว่าในวันที่สุขภาพอาจารย์ไม่พร้อม หนักใจกับค่าใช้จ่ายในการจัดการพิพิธภัณฑ์ ทั้งค่าไฟ ค่าน้ำ และค่าบริหารจัดการอื่นๆ ยังไม่แน่ว่าจะสร้างรายได้หรือเสียค่าใช้จ่าย ถ้ามีผู้สนใจเข้าชมมาก มีรายได้จากค่าธรรมเนียมก็พอเลี้ยงตัวให้อยู่ได้ แต่หากคนดูน้อยขาดทุนอย่างแน่นอน อีกทั้งมูลนิธิฯ เปิดพื้นที่พิพิธภัณฑ์ให้ศิลปินเช่าจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียน รวมถึงจัดกิจกรรมด้านศิลปะภายในโรงละครหุ่นกระบอก จะเป็นอีกช่องทางสร้างรายได้ อนาคตมีแผนจะถ่ายทอดองค์ความรู้ของอาจารย์ทั้งภาพเขียน หุ่นกระบอกและงานช่างฝีมือ อย่างไรก็ตาม หากผู้ที่มีเมตตาอยากช่วยรักษาสมบัติชิ้นนี้อยู่ในประเทศสามารถสนับสนุนผ่านการเยี่ยมชมและบริจาคเข้ามูลนิธิฯ ต่อลมหายใจ ลูกศิษย์ของอาจารย์จะพยายามประคับประคองสืบสานสิ่งที่อาจารย์ทำให้คงอยู่ต่อไป

พิพิธภัณฑ์จักรพันธุ์ โปษยกฤต จะเปิดรอบให้บุคคลทั่วไปได้เข้าชมทุกวันอาทิตย์ เริ่มอาทิตย์แรกในวันที่ 29 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึง 16.00 น. หน่วยงานและสถาบันการศึกษาที่สนใจเข้าชมเป็นหมู่คณะสามารถติดต่อมูลนิธิจักรพันธุ์ โปษยกฤต โทรศัพท์ 081-8393653 และ 083-2307916 เพื่อนัดหมายการเข้าชม ทั้งนี้ จะมีค่าบำรุงสถานที่ผู้ใหญ่ 300 บาท นักศึกษา 150 บาท นักเรียน 100 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี ไม่มีค่าใช้จ่ายเข้าชม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...