ผ่าทางตัน SME ไทยส่งออกญี่ปุ่น ชู Digital Ecosystem ทลายกำแพงภาษา-ความเชื่อมั่น
สยาม โคโคเพลลิ ผนึกกรุงไทย-สภาหอฯ ปั้นแพลตฟอร์ม Matching ดัน SME เจาะตลาดญี่ปุ่น ชูโซลูชันการเงินครบวงจรและระบบคัดกรองความน่าเชื่อถือผ่าน KYC/KYB เร่งเครื่อง SME ไทยฝ่าวิกฤตกำลังซื้อหดตัว ตั้งเป้าสร้าง New S-Curve รองรับดีมานด์บริษัทญี่ปุ่นกว่า 6 หมื่นราย สสว.-ISMED ชี้กลุ่ม Food และ Health คืออุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ในการฟื้นฟู GDP ภาคบริการ
23 มีนาคม 2569– ท่ามกลางภาวะกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ภาคธุรกิจไทยเร่งปรับตัวสู่ระเบียบการค้าใหม่ผ่านการเปิดตัว “BIG ADVANCE GLOBAL” แพลตฟอร์มดิจิทัลเชิงยุทธศาสตร์ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขข้อจำกัด (Pain Points) สำคัญของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ในการเจาะตลาดต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศธุรกิจดิจิทัล (Digital Ecosystem) ที่สมบูรณ์แบบเพื่อเชื่อมต่อผู้ประกอบการไทยสู่เครือข่ายธุรกิจในประเทศญี่ปุ่นที่มีศักยภาพสูง
แก้โจทย์ “แหล่งทุน-ความเชื่อมั่น” อย่างเป็นระบบ
[caption id="attachment_233432" align="aligncenter" width="1000"]
นายธวัชชัย ชีวานนท์ ประธานผู้บริหาร Product & Business Solutions ธนาคารกรุงไทย[/caption]
หัวใจสำคัญของการผ่าทางตันในครั้งนี้ คือการผนึกกำลังระหว่างสถาบันการเงินและองค์กรเครือข่ายธุรกิจเพื่อสนับสนุน SME ภายหลังกระบวนการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ประสบความสำเร็จ โดยธนาคารกรุงไทยได้เข้ามาวางโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยในฐานะ Registration Authority ผ่านกระบวนการ KYC (Know Your Customer) และ KYB (Know Your Business) เพื่อคัดกรองความน่าเชื่อถือของผู้ประกอบการบนแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นอุปสรรคหลักในการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ SME จะได้รับการสนับสนุนด้าน “แหล่งเงินทุน” ผ่านโซลูชันทางการเงินครบวงจร ทั้งบริการบริหารจัดการทางการเงิน บริการด้านการค้าระหว่างประเทศ (Trade Finance) และระบบชำระเงินข้ามพรมแดน เพื่อเสริมสภาพคล่องในการขยายตัวสู่ตลาดโลก ขณะที่ความร่วมมือกับสภาหอการค้าไทยจะมุ่งเน้นการถ่ายทอด “องค์ความรู้” เชิงลึก ทั้งด้านการวิเคราะห์อุปสงค์ของตลาดและระเบียบปฏิบัติทางการค้า เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้ในมาตรฐานสากล
"ธนาคารกรุงไทยเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้าง New S-Curve ให้กับธุรกิจไทย เสริมศักยภาพผู้ประกอบการให้เติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก" — นายธวัชชัย ชีวานนท์ ประธานผู้บริหาร Product & Business Solutions ธนาคารกรุงไทย
ยุทธศาสตร์เพิ่ม GDP ภาค SME ผ่านฐานข้อมูลญี่ปุ่น 60,000 ราย
[caption id="attachment_233431" align="aligncenter" width="1000"]
นายชินธิป พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยาม โคโคเพลลิ จำกัด[/caption]
จากสถิติปี 2568 พบว่าประเทศไทยมี SME มากกว่า 3 ล้านราย หรือคิดเป็น 99.5% ของผู้ประกอบการทั้งหมด การขับเคลื่อน SME สู่ตลาดโลกจึงเป็นตัวแปรสำคัญในการเพิ่มสัดส่วน GDP ของประเทศ แพลตฟอร์ม BIG ADVANCE GLOBAL จึงถูกพัฒนามาเพื่อทลายกำแพงด้านภาษาด้วยเทคโนโลยี AI-driven Large Language Model (LLM) ที่ช่วยให้การเจรจาธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่นโดยไม่ต้องมีความเชี่ยวชาญด้านภาษาหรือเทคโนโลยีที่ซับซ้อน
ด้วยการเชื่อมโยงเครือข่ายบริษัทญี่ปุ่นกว่า 60,000 ราย แพลตฟอร์มนี้ตั้งเป้าเป็นกลไกหลักในการผลักดันให้ SME ไทยก้าวสู่ตลาดสากลได้มากขึ้นภายในปีหน้า เพื่อชดเชยกำลังซื้อในประเทศที่หดตัวลง โดยเน้นการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกผ่านการจับคู่ธุรกิจที่มีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้ ซึ่งจะส่งผลถึงอัตราการจ้างงานกว่า 13.4 ล้านตำแหน่งทั่วประเทศ
"แพลตฟอร์ม BIG ADVANCE GLOBAL สามารถช่วยลดข้อจำกัดสำคัญของการค้าระหว่างประเทศ ทั้งเรื่องภาษา การหาคู่ค้าที่น่าเชื่อถือ และความซับซ้อนในการเจรจาสื่อสารธุรกิจ" — นายชินธิป พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยาม โคโคเพลลิ จำกัด
Food & Health: อุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีโอกาสสูงสุดบนแพลตฟอร์ม
ในการวิเคราะห์ศักยภาพรายกลุ่มอุตสาหกรรม ตัวแทนจาก สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และ สถาบันเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ (ISMED) ระบุอย่างชัดเจนว่า กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีโอกาสประสบความสำเร็จสูงสุดในการเจาะตลาดญี่ปุ่นผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลคือ กลุ่มอาหาร (Food) และ กลุ่มสุขภาพ (Health) เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีจุดแข็งเชิงอัตลักษณ์และสอดคล้องกับความต้องการของตลาดญี่ปุ่นในปัจจุบัน
การใช้ Digital Infrastructure มาตรฐานญี่ปุ่นจะช่วยให้ SME ในกลุ่มดังกล่าวสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแผนการขยายกิจการของคู่ค้า และได้รับข้อเสนอในการสนับสนุนทางการเงินข้ามพรมแดนตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน
"การสร้างเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่จะช่วยส่งเสริมการร่วมมือและพัฒนานวัตกรรมร่วมกันเป็นสิ่งสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพให้กับ SME ไทย" — นายชินธิป พรประภา กล่าวปิดท้าย