โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กลาโหม ออกแถลงการณ์ด่วน! กรณีชายแดน ไทย-กัมพูชา

สยามนิวส์

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • ทีมข่าวสยามนิวส์
จากกรณีสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ภายหลังโฆษกกระทรวงกลาโหมของกัมพูชาออกมาแถลงกล่าวอ้างว่า ทหารไทยได้ใช้อาวุธยิงเข้ามาในพื้นที่บริเวณด่านโอร์เสม็ด รวม 5 ครั้ง

จากกรณีสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ภายหลังโฆษกกระทรวงกลาโหมของกัมพูชาออกมาแถลงกล่าวอ้างว่า ทหารไทยได้ใช้อาวุธยิงเข้ามาในพื้นที่บริเวณด่านโอร์เสม็ด รวม 5 ครั้ง โดยระบุว่าใช้อาวุธทั้งปืนไรเฟิล เครื่องยิงลูกระเบิด M79 และปืนเล็กยาว M16 ในช่วงเวลาประมาณ 10.35 น. ถึง 11.09 น. ของวันนี้ (29 เมษายน 2569) ระหว่างนำคณะผู้ช่วยทูตทหารลงพื้นที่สังเกตการณ์นั้น

พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ชี้แจงยืนยันอย่างชัดเจนว่า จากการตรวจสอบกับกองทัพบก เหตุการณ์เกิดจากฝ่ายทหารกัมพูชาได้แสดงการยั่วยุในลักษณะเข้าใกล้แนวลวดหนามของฝ่ายไทย ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงร่วม (Joint Statement) ที่ทั้งสองฝ่ายได้มีการลงนามร่วมกันเมื่อ 27 ธันวาคม 2568 ทั้งที่มีการแจ้งเตือนและทำความเข้าใจเรื่องข้อตกลงร่วมกันไว้แล้ว แต่ยังคงพบการกระทำซ้ำ

หน่วยในพื้นที่จึงได้ดำเนินการจุดประทัดจำนวน 3 นัด เพื่อเป็นสัญญาณแจ้งเตือนตามขั้นตอนของกฏการใช้กำลัง ส่งผลให้ฝ่ายกัมพูชาถอยห่างออกจากบริเวณแนวลวดหนาม ทั้งนี้ ไม่มีการใช้อาวุธหรือเปิดฉากยิงตามที่ถูกกล่าวอ้างแต่อย่างใด โดยสถานการณ์ในภาพรวมยังคงอยู่ในความควบคุมของหน่วยงานด้านความมั่นคง

หน่วยงานความมั่นคงของไทยยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน และรักษาเสถียรภาพในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง โฆษกกระทรวงกลาโหมขอความร่วมมือประชาชนและสื่อมวลชน รับฟังข้อมูลข่าวสารจากแหล่งทางการเป็นหลัก และใช้วิจารณญาณในการรับ-ส่งต่อข้อมูลข่าวสาร

เนื่องจากในปัจจุบันสถานการณ์ความมั่นคงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในพื้นที่ทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังขยายไปสู่มิติของ Information Warfare หรือสงครามข้อมูลข่าวสาร ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ

กระทรวงกลาโหมยืนยันว่าจะดำเนินการสื่อสารข้อมูลด้วยความ รวดเร็ว ถูกต้อง โปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และรักษาผลประโยชน์ของประเทศอย่างสูงสุด

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...