โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ราคาน้ำมันดิบ 03/04/69 WTI-เบรนท์พุ่ง! เศรษฐกิจโลก-ไทยรับมือ

สยามรัฐ

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เจาะลึกราคาน้ำมันดิบ WTI และเบรนท์ วันที่ 3 เม.ย. 69 พุ่งสูงขึ้นจากความกังวลอุปทานและเศรษฐกิจโลก พร้อมวิเคราะห์ผลกระทบต่อไทยและแนวโน้มตลาดพลังงาน

จับตา! ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งไม่หยุด สัญญาณเตือนภาวะเงินเฟ้อและการชะลอตัวทางเศรษฐกิจกำลังกลับมาหลอกหลอนอีกครั้งหรือไม่?

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ราคาน้ำมันดิบโลกทั้งชนิด WTI และเบรนท์ทะเลเหนือปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพฤษภาคมปิดที่ 88.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.20 ดอลลาร์ ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมิถุนายนปิดที่ 92.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.50 ดอลลาร์ การปรับขึ้นครั้งนี้ได้รับแรงหนุนจากความกังวลด้านอุปทานที่ตึงตัวจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และสัญญาณเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานและเศรษฐกิจของประเทศไทย.

ตลาดน้ำมันโลกผันผวน: ปัจจัยใดหนุนราคาพุ่ง?

การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ไม่ได้เกิดขึ้นโดยปราศจากเหตุผลหลักหลายประการ. สิ่งแรกคือความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความกังวลต่ออุปทานน้ำมัน. นักวิเคราะห์จากหลายสำนักต่างมองว่าความไม่แน่นอนในภูมิภาคนี้อาจนำไปสู่การหยุดชะงักของการผลิตหรือเส้นทางการขนส่งน้ำมันได้ตลอดเวลา. นอกจากนี้ การตัดสินใจของกลุ่ม OPEC+ ที่ยังคงนโยบายลดกำลังการผลิตเพื่อรักษาสมดุลของตลาด ก็เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่จำกัดปริมาณน้ำมันในตลาดโลกไม่ให้มีมากเกินไป.

เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวหนุนดีมานด์

แม้จะมีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ แต่ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดจากประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาและจีนกลับแสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งเกินคาด. การขยายตัวของภาคการผลิตและบริการที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันเพื่อการขนส่งและภาคอุตสาหกรรมเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย. นายสมศักดิ์ เจริญกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์พลังงาน ให้ความเห็นว่า 'การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเป็นดาบสองคม ด้านหนึ่งเป็นข่าวดี แต่ก็เป็นแรงกดดันสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง'.

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย: ภาคธุรกิจและผู้บริโภค

สำหรับประเทศไทย การปรับขึ้นของราคาน้ำมันดิบย่อมส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่. ภาคการขนส่งและโลจิสติกส์จะเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นโดยตรง ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าบริการขนส่งสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้น และท้ายที่สุดภาระจะตกอยู่กับผู้บริโภคในรูปของราคาสินค้าที่แพงขึ้น. ภาคอุตสาหกรรมที่ต้องใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตก็จะต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นเช่นกัน ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน. นางสาวกมลวรรณ ชัยวัฒน์ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า 'รัฐบาลจำเป็นต้องมีมาตรการที่ชัดเจนและรวดเร็วในการบรรเทาผลกระทบ โดยเฉพาะการพิจารณาตรึงราคาน้ำมันดีเซล หรือการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อประชาชนมากเกินไป'.

มุมมองผู้ประกอบการ: ปรับตัวอย่างไรในภาวะน้ำมันแพง?

ผู้ประกอบการหลายรายเริ่มมองหาแนวทางในการปรับตัวเพื่อรับมือกับราคาน้ำมันที่ผันผวน. นายธนากร วัฒนกิจ เจ้าของธุรกิจขนส่งรายใหญ่ ให้สัมภาษณ์ว่า 'เรากำลังพิจารณาการลงทุนในรถบรรทุกไฟฟ้า หรือรถที่ใช้พลังงานทางเลือกอื่น ๆ แม้จะเป็นการลงทุนที่สูงในระยะแรก แต่ในระยะยาวจะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันได้'. นอกจากนี้ การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต และการวางแผนเส้นทางการขนส่งให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ก็เป็นอีกกลยุทธ์ที่หลายธุรกิจนำมาใช้.

แนวโน้มและมาตรการรับมือของภาครัฐ

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปในระยะกลาง หากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่คลี่คลาย และเศรษฐกิจโลกยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง. รัฐบาลไทยได้แสดงท่าทีว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมมาตรการรองรับเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจ. มาตรการที่อาจนำมาใช้ได้แก่ การพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีน้ำมัน, การอุดหนุนราคาผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง, และการส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ หรือยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันฟอสซิลในระยะยาว.

การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบ WTI และเบรนท์ในวันที่ 3 เมษายน 2569 เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนถึงความท้าทายทางเศรษฐกิจที่รออยู่ข้างหน้า. ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และประชาชน จำเป็นต้องเตรียมพร้อมและปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์พลังงานที่ผันผวนนี้อย่างมีสติและรอบคอบ การส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการลงทุนในพลังงานทางเลือกจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานและเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...