เอส กันตพงศ์ ช้ำ! เป็นคนโดนฟ้องหย่า พูดไม่ออก วินาทีลูกเรียกว่า ‘ลุง’
เอส กันตพงศ์ ช้ำ! เป็นคนโดนฟ้องหย่า พูดไม่ออก วินาทีลูกเรียกว่า‘ลุง’ เผยเหตุผลที่เคยโกหกพี่ ๆ ไป ไม่ยอมพูด เพราะรู้สึกว่าพูดไปแล้ว ต่อให้พูดความจริงไปแล้วตนได้ประโยชน์อะไร ลูกได้อะไร
เป็นประเด็นความสัมพันธ์ระหว่าง เอส กันตพงศ์ และอดีตภรรยา คิตตี้ คริสติน่า ที่ได้ออกเปิดใจครั้งแรกถึงเรื่องราวว่า แท้จริงแล้วตนเป็นฝ่ายถูกฟ้องหย่า และอดีตภรรยาได้ยื่นขอสิทธิ์เลี้ยงดูบุตรแต่เพียงผู้เดียวแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ และเล่าวินาทีที่ลูกสาวเรียกตนเองว่า “ลุง” แต่ไปเรียกชื่อของอีกคนว่าพ่อ
- เอ็ม เมืองพาน เลขา อ.เฉลิมชัย เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต เตรียมฌาปนกิจที่วัดร่องขุ่น
- ‘หนุ่ม กรรชัย’ โพสต์แล้ว หลังเห็นภาพล่าสุด ‘น้องฟ้า โหนกระแส’
- เกิดอะไรขึ้น!? นางเอกดัง ขึ้นจอดำ ‘ช่วงนี้ขอลาพัก ไม่ต้องตาม เดี๋ยวจะกลับมา’
เอส กันตพงศ์ ช้ำ! เป็นคนโดนฟ้องหย่า พูดไม่ออก วินาทีลูกเรียกว่า ‘ลุง’
ล่าสุด (4 เม.ย.) เอส ได้เปิดใจถึงประเด็นหย่ากับอดีตภรรยา โดยบอกว่า “เรื่องราวที่เกิดขึ้นผมก็เพิ่งได้ทราบพร้อมกับทุกคนจริงๆ เหมือนกัน หมายถึงได้ดูได้เห็นจากคลิปที่เขาได้ออกไปให้สัมภาษณ์ ซึ่งต้องบอกว่าที่เขาให้สัมภาษณ์มันไม่ใช่ความจริงครับ มีหลาย ๆ ส่วน ยกตัวอย่างเช่นที่เขาเริ่มบอกว่าการฟ้องหย่า ผมเป็นคนโดนฟ้องหย่า แต่ถามว่านานขนาดไหน เขาน่าจะทราบดี ก็บอกว่าตั้งแต่ตอนที่หายป่วยมาใหม่ ๆ นะครับ ก็จะมีข้อมูลอันนั้นอยู่
เรื่องสิทธิการปกครองบุตร 100% ตอนเขาฟ้องหย่าเขาเป็นคนขอว่าตัดผมออกไปจากการปกครอง แล้วเขาขอสิทธิปกครอง 100% ตอนนั้นเป็นครั้งแรกในชีวิตนะครับที่ได้ขึ้นศาล ก็เก็บความจริงไว้ ก็ขอโทษด้วยที่ไม่บอก เพราะไม่อยากให้กระเทือนกับลูก เหตุผลที่เคยโกหกพี่ ๆ ไป ไม่ยอมพูด เพราะผมรู้สึกว่าพูดไปแล้ว ต่อให้ผมพูดความจริงไปแล้วผมได้ประโยชน์อะไร ลูกได้อะไร ผมก็ถามเขาว่าคุณพูดไปลูกได้อะไรบ้าง วันนี้ผมเลยไม่รู้จริง ๆ ครับว่าจะพูดอะไร”
ถ้าย้อนไปดูคำสัมภาษณ์ก็ได้ครับ ที่ถามเหตุผลว่าหย่ากันเพราะอะไร วันนี้ก็ยังไม่ทราบเช่นกัน อาจจะมีในสิ่งหนึ่งที่เขาพูดไปว่ามีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง น่าจะกลับไปถามเขามากกว่า แล้วถ้าจะหมายถึงว่าบุคคลที่สามที่เป็นคนในครอบครัว ครอบครัวผมไม่เคยเข้ามาวุ่นวายในชีวิตครอบครัวผมเลยครอบครัวผมเข้ามาวุ่นวายตอนที่ผมป่วยอยู่โรงพยาบาลเท่านั้น เพราะว่าไม่มีใครดูแล นอกเหนือจากคุณแม่ น้องชาย คุณพ่อ แล้วก็พี่สาว แล้วก็ญาติ ลองถามเขาก็ได้ว่าทำไมถึงไม่มา ขออนุญาตไม่พูดดีกว่า เขาน่าจะทราบดีว่าเขาบอกว่าเขาไม่พร้อมที่จะดูแลผมตอนป่วย มันจะมีอีกหลายประเด็น ขอไม่อนุญาตไม่พูด เพราะผมรู้สึกว่าผมยังไม่เข้าใจเลยว่าเขาให้สัมภาษณ์อันนั้นลูกได้อะไร ผมยังงงอยู่จริง ๆ”
ที่ไม่พูดเพราะมีเรื่องกฏหมาย?
ต่อให้มีกฎหมายคือผมก็ยังงง ผมไม่กล้าดูจบนะครับที่เขาพูด ผมดูได้แค่นิดเดียวจริง ๆ คือผมจับได้แค่ว่าประโยคที่บอกว่าเขาพูดเพื่อมาออกปกป้องสิทธิของตัวเอง สิทธิของตัวเองก็เขาพยายามปกป้องคืออะไร ผมยังคิดไม่ออก กลับกันที่เขาออกมาพูดว่าผมไปฟ้องร้องสิทธิปกครอง ย้ำอีกทีคือไม่ใช่เขาเป็นคนฟ้องร้องขอสิทธิปกครอง 100% แต่ถ้าจะบอกว่าที่ผมฟ้องรอบสองคือจริงครับ ผมไปฟ้องกลับ แต่ว่าผ่านมาเกือบปีสองปีนะครับ
เหตุผลที่ฟ้องเพราะว่าผมก็เก็บมาเกือบ 3 ปี แล้วก็มารู้จริง ๆ ประมาณ 1-2 ปี เพราะลูกเรียกผมว่าลุง แต่ผมก็ไม่อยากพูด เรียกว่าลุงตลอด แต่ไปเรียกชื่อของอีกคนว่าพ่อ ผมแก้ตัวให้ลูกด้วย จนวันนั้นไปส่งลูก ลูกพูดต่อหน้าเขาว่าวันนี้แดดดี้… ไม่มาเหรอ วันนี้ลุงเอสมาส่ง ผมรู้แล้วแต่ผมก็แกล้งบอกว่า เอ๊ะ ลูกพูดผิดหรือเปล่า เขาก็แก้ตัวให้ลูกไป ไม่บอกอะไร จนผมได้มาเห็นกับตาตัวเองครับ ประมาณสักปลายปีที่แล้วที่ได้มาเห็น อ๋อ ลูกไม่ได้โกหก แล้วถ้าสัมภาษณ์รอบที่แล้ว ทุกคนคงจำได้ว่าผมไม่ทราบใช่ไหมที่ถามว่าลูกอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร ที่ผมบอกผมไม่ทราบว่าบ้านลูกอยู่ที่ไหน ทุกวันนี้ก็ยังไม่ทราบว่าลูกอยู่ที่ไหน
นาทีลูกเรียกว่าลุงเป็นยังไง?
ตอนลูกเรียกลุง ผมพูดไม่ออกครับ เพราะว่าลูกเรียกลุงประมาณ 3-4 วัน กว่าจะกลับมาเรียกว่าพ่อ อ๋อ ลูกหยุดเรียกชื่อว่าลุงตอนที่ทางฝั่งนั้นเห็นว่าลูกพูดต่อหน้าเขาด้วย วันรุ่งขึ้นลูกก็กลับมาเรียกว่าพ่อ ผมก็ไม่รู้ว่าเขาไปคุยอะไรกับลูก แต่ว่าลูกพูด ผมยังจำได้เลยที่ห้างสรรพสินค้าตอนไปส่งลูก ลูกเรียกผมว่าลุงต่อหน้าเขา แล้วถามว่าแดดดี้…ไม่มาเหรอ
ก่อนหน้านี้ลูกเรียกพ่อมาตลอดครับ และมันก็ไม่เคยมีปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วก็อย่างที่ทุกคนเห็นคลิป ผมไม่ค่อยชอบโพสต์คลิป ลูกจะติดผม จะชอบเล่นเพราะผมตามใจ แต่พฤติกรรมเปลี่ยนไปเยอะ
ได้เจอลูกบ่อยไหม?
วันนึงเรามี 24 ชั่วโมงใช่ไหมครับ เดือนหนึ่งก็คูณไป 30 วัน ผมได้เจอลูกประมาณเดือนละ 20 ชั่วโมง วันหนึ่งถ้าไปรับลูกประมาณสักบ่ายสาม ส่งหกโมงเย็น ถ้าไม่รับ ตัดเวลาเดินทางไปชั่วโมงครึ่ง สองชั่วโมง ก็เหลือวันละชั่วโมง อาทิตย์หนึ่งผมได้เจอลูกประมาณ 2-3 วัน ก็ 6 ชั่วโมง 6 ชั่วโมงคูณสี่ก็ 24 โดยประมาณ ถามว่าเพราะอะไร ทำไมเกิดเหตุการณ์แบบนี้ น่าจะถามเขามากกว่าว่าเพราะอะไร
ยุติความสัมพันธ์เพราะมือที่สาม?
อันนั้นผมไม่ทราบครับ และขอไม่พูดถึงตรงนั้นด้วย แต่ขอพูดปกป้องแทนคุณแม่ผม เพราะสังคมเข้าใจผิดว่าคุณแม่เข้ามาก้าวก่าย และมีมือที่สาม ไม่รู้ว่าล่ามอาจจะแปลผิดหรือเปล่า อันนี้ปกป้องเขาอีกแล้ว ล่ามอาจจะแปลผิดหรือเปล่า เขาอาจจะไม่ได้พูดแบบนั้น แต่ผมมาฟังภาษาอังกฤษก็คล้ายๆ เนอะ แต่คุณแม่คุณพ่อไม่ได้เข้ามายุ่งเลย เข้ามายุ่งเรื่องเดียวคือดูแลผมตอนอยู่โรงพยาบาลกับเรื่องเงินที่โอนให้เขาตลอด โอนให้เขาเดือนละเท่าไหร่ผมไม่ทราบ
โอนให้เพราะระบุในสัญญาว่าต้องรับผิดชอบ?
อันนี้ผมหมายถึงตั้งแต่ก่อนหย่าครับ ตอนผมอยู่โรงพยาบาลญาติ ๆ ก็เป็นห่วงก็โอนให้ตลอด
มันมีเรื่องสัญญาที่ห้ามพูด?
ใช่ครับ อันนั้นผมเสนอเอง และเหตุผลก็บอกว่าผมไม่อยากให้ลูกต้องมาเห็นภาพอะไรแบบนี้ ผมยังงงที่ว่าเขาปกป้องสิทธิ์ตนเอง แล้วคุณลืมคิดถึงลูกเหรอ ทำไมไม่คิดถึงลูก และสิ่งที่คุณกำลังปกป้องคือตัวคุณหรือลูกกันแน่ คริสติน่าผมไม่ได้บอกว่าเขาเป็นแม่ที่ดี ผมเชื่อว่าเขารักลูกเหมือนที่ผมรัก ไม่มีใครไม่รักลูก แต่บางครั้งคุณควรคิดให้ละเอียดนิดนึงก่อนที่จะทำอะไรลงไป
ได้เห็นตอนสิ้นปี ความจริงมีคนเห็นก่อนผมครับ แต่ว่าไม่กล้าบอก เพราะผมอยู่โรงพยาบาล
คนนี้เข้ามาหลังจากเราจบความสัมพันธ์แล้ว?
ตอนนั้นผมอยู่โรงพยาบาล ปี 65 ขออนุญาตไม่พูด
ความต้องการของเรา?
คือต้องการให้ได้กลับมาเป็นพ่อ แล้วเขาก็เป็นแม่เหมือนเดิม คือพ่อและแม่ก็มีลูก ลูกก็มีพ่อแม่ ทำหน้าที่ของพ่อ นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการคือการที่ทำหน้าที่พ่อ รู้สึกเหมือนเขาจะบอกว่าผมเป็นคนฟ้องร้อง ไม่ใช่เรื่องจริง ผมเป็นคนขอคุยกับเขา บอกว่าขอคุยหน่อยเพราะเขาอยากให้ผมมาเซ็น ที่เรื่องจริงคือผมพยายามคุย กับเขาตลอดว่ามันเพราะอะไร มันเกิดอะไรขึ้นเราคุยกันดีกว่าไหม มันมีข้อตกลงอะไรได้บ้างที่เราจะคุยกันได้อย่างดี สุดท้ายคือการที่เขากำหนดเวลาว่าอยากให้รีบเซ็นให้หน่อย จนไม่ได้เซ็นตามที่เขาต้องการ ก็นั่นแหละครับไปเจอหมายศาลที่บ้าน เขาฟ้องหย่า เขามายื่นให้ก่อนส่วนตัวหรือที่บ้านจำไม่ได้
ยังได้เจอลูกไหม?
เดือนละประมาณ 20 ชั่วโมง อย่างที่ผมบอกลูกเขาเรียนรู้ไวอะไรไวแต่เด็ก การที่ลูกเรียกผมว่าลุงมันแสดงออกอยู่แล้วว่าเขากำลังงง แล้วก็เรียกผิดคน ความรู้สึกตอนนี้ลูกไม่ควรต้องมาเจออะไรแบบนี้ ลูกไม่ควรที่จะมาได้ยินสิ่งที่พ่อกับแม่พูด ไม่ควรเลย
คดีในชั้นศาลมันจะจบลงแบบไหน?
ไม่รู้เลย
สิ่งที่ต้องการคือ?
ให้ได้เจอลูก ให้ได้มีปฏิสัมพันธ์กับลูก ไม่ใช่เดือนละแค่ 20 ชั่วโมง
เขาบอกไม่เคยกีดกัน?
การพูดกับการกระทำอาจจะสวนทางกันนิดนึง ล่าสุดที่ศาลเขาไม่อยากเจรจา ผมแค่อยากเจอลูก ต้องการให้ลูกรู้ว่าเอส กันตพงศ์ คือพ่อของเด็กหญิงวาเลนติน่า ไม่ใช่ลุง
สามารถเจรจากับเขาได้?
ถ้าเขาจะเจรจาผมก็ยินดี อยากมากๆ คือเงินที่จะเสียค่าทนายจะเสียเพื่อ จะเสียอีกกี่ครั้ง พ่อแม่ผม โอนเงินให้คุณคือเก็บไว้ให้ลูกใช้ ไม่ได้เก็บไว้จ้างทนาย อันนี้ผมยังงงอยู่ ผมอยากให้จบด้วยการคุย ผมพยายามคุยกับเขามาเป็นปีมั้งครับ แต่มันเป็นสิทธิ์ของเขา
อะไรที่ทำให้คุยไม่ลงตัว?
ไม่ทราบจริงๆ
ผมเสียใจครับ
ในอนาคตสิทธิ์การปกครองบุตรจะคนละครึ่งไหม?
เขาฟ้องตอนแรกขอสิทธิ์100 เปอร์เซ็นต์ เขาไม่ได้ขอคนละครึ่ง มันเขียนเป็นภาษาไทยเขาไม่รู้หรือเปล่า แต่รอบสองผมฟ้องไป เพื่อให้เป็นเครื่องเตือนว่ามาคุยกันดีไหม
ฟ้องไปคดีอะไร?
เขาขอสิทธิ์ปกครอง100 เปอร์เซ็นต์ ผมก็แย้งไป คือสุดท้ายเขาก็ไม่ได้ตามที่เขาขอ เลยมาตกลงกันว่ามาเจอกันตามนี้ๆ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เป็นข้อตกลงตามที่คุยไว้
จะมีไปขึ้นศาลอีกตอนไหน?
หวังว่าจะไม่มีครับ
ขอบคุณ : วันบันเทิง oneบันเทิง
- อัปเดตอัฐิ ‘เหน่ง เหม่งจ๋าย’ กลับบ้านแล้ว เสียงท้ายคลิปชัดเจนมาก
- พระเอกดังเกิดอุบัติเหตุขณะขี่ จยย. ระหว่างกลับบ้าน ล่าสุด! ค่ายอัปเดตอาการ
- ภาพล่าสุด น้องฟ้า โหนกระแส เหยื่อนายจ้างทารุณ หลังผ่าตัดรักษากว่า 4 ปี
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘มุก กันและกัน’ เล่าอุทาหรณ์ ถูกคนแอบถ่ายในห้องน้ำ ตอนเปลี่ยนชุด
- ‘ทิม พิธา’ เสิร์ฟโมเมนต์อีกแล้ว แชร์ภาพ ‘ก้อย’ ลงไอจี คนโสดจะอยู่ยังไง!
- มายด์ ณภศศิ กับลุคดอกบัวที่ถูกต้อง ยิ้มเดียวทำเอาคนดูใจละลาย
ติดตามเราได้ที่