สรุปรัฐบาลกู้เงินเท่าไร ต้องใช้กฎหมายฉบับใดบ้าง แก้วิกฤตน้ำมันแพง
สรุปสถานการณ์เศรษฐกิจช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ รัฐบาลขยับเปิดเพดานหนี้สาธารณะ จาก 70% ของจีดีพี เพิ่มเป็น 75% ข้อดี-ข้อเสียในการออก พ.ร.ก.กู้เงิน-ใช้กฎหมายหลายฉบับ แก้วิกฤตน้ำมัน
รัฐบาลใช้ พ.ร.ก.กู้เงินเพิ่มเท่าไร
ในยุควิกฤตโควิด-19 รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกพระราชกำหนดกู้เงินทั้งสิ้น 1.5 ล้านล้าน แบ่งเป็น พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อเป็นงบประมาณเพิ่มเติมช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม 1 ล้านล้านบาท และพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 5 แสนล้านบาท
ยุครัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล คาดว่าจะออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำมัน และเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ที่เป็นผลมาจากสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล กับอิหร่าน
ขยายเพดานหนี้ จาก 70 เป็น 75%
วิกฤตโควิด-19 รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ขยายเพดานหนี้สาธารณะจากไม่เกิน 60% ของจีดีพี เพิ่มเป็นไม่เกิน 70 ของ GDP ในช่วงเดือนกันยายน 2564
รัฐบาลอนุทิน ซึ่งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า ครั้งนี้วิกฤตกว่ายุคโควิด เตรียมขยายกรอบเพดานหนี้สาธารณะจากเพดานที่กำหนดไว้ 70% เพิ่มขึ้นเป็น 75% ของจีดีพี เพราะฐานะทางการคลัง ณ เวลานี้รัฐบาลเหลือพื้นที่ทางการคลังเพียง 4% เท่านั้น เทียบกับยุคพลเอกประยุทธ์ขณะมีวิกฤตมีพื้นที่ทางการคลังเหลือ 16%
ข้อมูล ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ไทยมียอดหนี้สาธารณะ 12.59 ล้านล้านบาท คิดเป็น 66% ของจีดีพี จึงมีความจำเป็นต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นเป็น 75% เพื่อเปิดช่องว่างให้รัฐบาลสามารถกู้เงินเพิ่มได้อีกเกือบ 1 ล้านล้านบาท เพื่อใช้เป็นกันชนทางเศรษฐกิจ
รัฐบาลใช้กฎหมายอะไรบ้างใช้เงินกู้วิกฤต
หลังสงครามผ่านไปกว่า 1 เดือน รัฐบาลพิจารณากอบกู้วิกฤตการณ์เศรษฐกิจประเทศ ผ่านกฎหมายที่เกี่ยวข้องดังนี้
- ออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน วงเงิน 500,000 ล้านบาท เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับวิกฤตการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
- ออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณ 2569 ซึ่งต้องให้งบประมาณปี 2570 ผ่านคณะรัฐมนตรีเสียก่อน คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือนกรกฎาคม 2569
- เร่งจัดทำรายการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีของปีงบประมาณ 2569-2570 เร็วขึ้น 4 เดือน (ให้จบภายใน 30 เมษายน จากปกติภายในสิงหาคม)
- ดึงเงินทุนสำรองจ่ายตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ.2561 วงเงิน 50,000 ล้านบาท
รัฐบาลต้องทำอะไรบ้างก่อนกู้เงิน
ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการจัดทำกฎหมายกู้เงิน-โอนเงิน เกลี่ยเงิน ปรับโครงสร้างการใช้จ่ายงบประมาณครั้งใหญ่ รัฐบาลเตรียมการ ดังนี้
- วันที่ 21 เมษายน 2569 สำนักงบประมาณเสนอการทบทวนข้อเสนอเป้าหมาย-ยุทธศาสตร์งบประมาณ 2570
- วันที่ 22 เมษายน 2569 ประชุม 4 หน่วยงานเศรษฐกิจ ได้แก่ กระทรวงการคลัง, สภาพัฒน์, ธปท. และสำนักงบประมาณ พิจารณาทบทวนประมาณการรายได้ และวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570
- วันที่ 28 เมษายน 2569 จัดทำแผนการคลังระยะปานกลางฉบับใหม่ ปรับปรุงวงเงินงบประมาณรายจ่ายปี 2570 เสนอคณะรัฐมนตรี
เงินที่กู้มาได้รัฐบาลเตรียมใช้จ่ายอะไรบ้าง
- ออกมาตรการพยุงเศรษฐกิจจากภาวะวิกฤตน้ำมัน-พลังงาน
- เติมเงินบัตรสวัสดิการกลุ่มเปราะบาง
- มาตรการคนละครึ่งพลัส เฟส 2
- มาตรการรถเก่าแลกรถใหม่
- จัดทำมาตรการ-แผนลงทุน Energy Transformation เปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
- แพ็กเกจส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด การใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือรถยนต์ Hybrid ในภาครัฐ
- มาตรการการติดตั้ง Solar Rooftop ในหน่วยงานราชการ-รัฐวิสาหกิจ รับมือวิกฤตพลังงานในระยะยาว
ข้อดี-ข้อเสียการขยายเพดานหนี้สาธารณะ
ในช่วงที่รัฐบาลอนุทินเข้ารับหน้าที่ แม้ยังไม่ได้ออกมาตรการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หนี้สาธารณะตามประมาณการก็เกือบจะชนเพดานในไม่เกิน 2 ปีข้างหน้า
แต่ถ้ามีการขยายเพดานหนี้สาธารณะ จาก 70% เป็น 75% ข้อดีคือ รัฐบาลจะมีเงินไปกระตุ้นเศราฐกิจและหากการกระตุ้นได้ผลสามารถดูแลความเดือดร้อนของประชาชน
ข้อเสียคือ ประเทศจะจัดเก็บภาษีได้น้อย การจัดทำงบประมาณจะเป็นแบบขาดดุลต่อเนื่องทุกปี อาจทำให้ต้องขยายเพดานขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ฝั่งรายได้รัฐไม่มีรัฐบาลไหนต้องการขึ้นภาษี เพราะจะทำให้เสียคะแนนนิยม
ข้อเสียต่อเนื่องคือ สถาบันจัดอันดับเครดิต (เครดิตเรตติ้ง) ก็จะส่งสัญญาณกังวลเรื่องวินัยการคลัง และหากประเทศถูกลดเครดิตไทยและธุรกิจเอกชนจะกู้เงินได้ยากขึ้น และดอกเบี้ยแพงขึ้น
รัฐบาลโดยหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ทั้งกระทรวงการคลัง สภาพัฒน์ สำนักงบประมาณ และธนาคารแห่งประเทศไทย จึงจำเป็นต้องพิจารณาและหาเหตุผลให้พอเหมาะพอควรว่ารัฐมีความจำเป็นมากเพียงใด ในการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน
และในอนาคตหากมีวิกฤตรุนแรงขึ้น ไม่แน่นอนมากขึ้น และจำเป็นต้องกู้เงินมาบริหารประเทศจริง ๆ ก็อาจทำได้ยากขึ้นไปอีก เพราะพื้นที่ทางการคลังก็จะเหลือน้อยลงไป
สรุปการกู้เงินของรัฐบาลแก้วิกฤตน้ำมันแพง
การแก้ปัญหาเศรษฐกิจจากวิกฤตราคาพลังงาน น้ำมันแพง รัฐบาลจำเป็นต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะ เพื่อกู้เงินเพิ่มมาบริหารฐานะการคลัง ช่วยประชาชนกลุ่มที่ฐานะเศรษฐกิจอ่อนแอ
ออกพระราชบัญญัติโอนเงินงบประมาณ 2569 และเกลี่ยงบประมาณใหม่ ตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และเลื่อนเวลาก่อหนี้ผูกพันเร็วขึ้น 4 เดือน ซึ่งจะได้เห็นยอดเงินภายใน 30 เมษายน 2569
ทั้งพระราชบัญญัติโอนงบประมาณ และรายการก่อหนี้ผูกพันข้ามปี จะมียอดไม่มากนัก เพราะขณะนี้เข้าสู่ไตรมาส 3 ของปีงบประมาณ 2569 แล้ว ส่วนใหญ่ได้มีการผูกพันไปล่วงหน้า การจัดรายจ่ายไม่จำเป็นจึงทำได้ง่ายและเร็วที่สุด
ในอดีตยุครัฐบาลพลเอกประยุทธ์การขยายเพดานหนี้สาธารณะจาก 60% เป็น 70% เคยมีแผนระบุว่า ให้รัฐบาลจัดทำงบประมาณ และต้องบริหารหนี้สาธารณะให้กลับมาสู่ 60% โดยเร็วหลังวิกฤต แต่ในช่วงรัฐบาลเพื่อไทย 2 ปีก่อนหน้านี้ไม่ได้ทำตามแผนดังกล่าว เพราะรัฐบาลอ้างว่าเศรษฐกิจไม่ขยายตัวตามเป้า และมีการจัดทำงบประมาณกลางปีเพิ่มเติม และมีการกู้เงินแบบเกือบเต็มเพดาน
การออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านครั้งใหม่นี้เป็นการออกในระดับพอดี อาจจะใช้จ่ายไม่ถึงเต็มจำนวน แต่หากมีวิกฤตเพิ่มการขอกู้เพิ่มเป็นครั้งคราวจะช่วยรักษาวินัยทางการคลังได้มากกว่า
การออก พ.ร.ก.กู้เงินต้องมีรายละเอียดหลักการทั้งในแง่จำนวนยอดเงินรวม และรายการใช้จ่ายอย่างรัดกุม เพื่อป้องกันการลดเครดิตประเทศจากสถาบันจัดอันดับเครดิต (เครดิตเรตติ้ง)
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สรุปรัฐบาลกู้เงินเท่าไร ต้องใช้กฎหมายฉบับใดบ้าง แก้วิกฤตน้ำมันแพง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net