โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Looksmaxxing ทฤษฎีความหล่อจากกลุ่มผู้ชายที่อยากเพิ่ม ‘มูลค่า’ ให้ตัวเองในตลาดหาคู่ ซึ่งโด่งดังขึ้นเพราะ Braden Peters

Mirror Thailand

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

สำหรับกลุ่มอินเซล (Incel) หรือกลุ่มชายโสดที่ไม่ได้ตั้งใจโสดจนพาลเกลียดผู้หญิง พวกเขาได้รวมกลุ่มบนโลกออนไลน์มาอย่างยาวนานในชุมชนที่ภายหลังถูกเรียกว่าแมนโนสเฟียร์ (Manosphere) ซึ่งเป็นพื้นที่หล่อหลอมแนวคิดเรื่อง ‘Maxxing’ หรือการพาตัวเองไปให้สุดในแต่ละด้าน เพื่อเพิ่มมูลค่าในตลาดหาคู่หรือหาที่ทางให้ตัวเองในโลกของความเป็นชาย ไม่ว่าจะเป็น Statusmaxxing หรือ Moneymaxxing ที่หมายถึงการผลักดันตัวเองให้ไปสู่สถานะทางสังคมสูงสุดมีเงินมากสุด หรือเหนือกว่าผู้ชายคนอื่น เพื่อให้พวกผู้หญิงอยากวิ่งเข้าหา

ไม่เพียงเท่านั้นยังมี Looksmaxxing ที่หมายถึงการปั้นหน้าปั้นหุ่นให้หล่อเลิศ พร้อมความเชื่อที่ว่าความหล่อสามารถวัดได้โดยตัวเลขและสถิติ นั่นคือสัดส่วนของใบหน้า กระดูก หรือกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆ ต้องเป๊ะตามตัวเลขที่คำนวณเอาไว้แล้วตั้งแต่ต้นเพื่อคอนเฟิร์มว่าถ้าทำได้ตามสูตรนี้ได้ก็แปลว่าคุณหล่อแน่ๆ

จากแนวคิดบนแมนโนสเฟียร์ Looksmaxxing ได้กลายเป็นกระแสไปทั่วโลกจากการโปรโมทโดยอินฟลูเอนเซอร์วัย 20 ปี อย่าง Braden Peters ที่ใช้ชื่อบนโลกออนไลน์ว่า Clavicular (มาจาก Clavicle หรือกระดูกไหปลาร้า) เขาเข้าสู่แมนโนสเฟียร์ตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วัยรุ่นและเริ่มหมกมุ่นกับการปั้นความหล่อตั้งแต่วัย 14 ปี โดยที่พ่อแม่ไม่สามารถห้ามเขาได้ ซึ่งเขาดันทำได้ตามเป้าหมายจนสามารถพาตัวเองไปเดินบนรันเวย์นิวยอร์กแฟชั่นวีคในช่วงต้นปีที่ผ่านมาและยิ่งทำให้ความมั่นใจของเขาพุ่งสูงขึ้นอีก (อย่างไรก็ตาม ในการสัมภาษณ์กับรายการ 60 Minutes เมื่อไม่นานมานี้ เขาปฏิเสธว่าตัวเองไม่ได้เป็นอินเซล และไม่พอใจนักที่พิธีกรถามเขาอย่างนั้น)

วิธีการของ Clavicular นั้นล้วนแต่สุดโต่ง เขาบอกกับผู้ติดตามว่าเขาใช้ค้อนทุบกรามเพื่อสร้างกระดูกใหม่ที่เป็นสันคมชัดกว่าเดิม โดยเขาย้ำว่า “การทำให้กระดูกแตกน่ะ ได้ผลจริงๆ นะเว่ย” ไม่เพียงเท่านั้นเขายังเปิดเผยว่าตัวเองใช้เทสโทสเตอโรนหรือฮอร์โมนเพศชายตั้งแต่อายุ 14 จากนั้นเขายังเลือกใช้เมตแอมเฟตามีนในการลดความอยากอาหารของตนเอง และใช้สารอันตรายอย่างสเตียรอยด์หรือยาสลายไขมันในการปั้นหุ่น

เขาต้องการปั้นกล้ามเนื้อทุกส่วนให้แข็งแรงและเด่นชัด ไม่เว้นแม้แต่กล้ามเนื้ออวัยวะเพศ โดยเว็บไซต์ของ GQ ระบุว่า เขาใช้อวัยวะเพศตัวเองยกน้ำหนักเพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและเสริมความแข็งแรงเมื่อยามแข็งตัว

และแม้ Braden Peters จะเป็นที่พูดถึงมากที่สุด แต่ในความเป็นจริงยังมีอินฟลูอินเซอร์ชายอีกหลายคนที่โปรโมทแนวคิด Looksmaxxing รวมถึงมีเด็กชายหรือผู้ชายอีกหลายคนที่กำลังพยายามบีบคั้นตัวเองอย่างหนักเพื่อก้าวข้ามเส้นมาตรฐานความหล่อเหล่านี้ไปให้ได้ บางคนก็เลือกใช้การศัลยกรรม

ที่น่ากังวลคือแนวคิด Maxxing เหล่านี้ไม่ว่าจะเรื่องรูปลักษณ์หรือสถานะทางสังคม มักจะมาในนามของ ‘การพัฒนาตนเอง’ ซึ่งทำให้ใครหลายคนต่างมุ่งมั่นที่จะพิชิตเส้นชัยของตัวเองและก้าวไปอยู่บนจุดสูงสุดหรือสูงกว่าคนอื่นให้ได้ และนั่นเองจึงมาพร้อมกับการกดทับผู้ชายด้วยกันไปโดยปริยาย

คอนเทนต์ Looksmaxxing มักมาพร้อมการเปรียบเทียบตนเองกับผู้ชายคนอื่นๆ ผู้ชายที่ไม่ได้เข้ามาตรฐานความหล่อหรือรวยมักถูกเหล่า Maxxers มองว่าเป็นแค่ ‘พวกคนธรรมดา’ หรือหลายๆ คนที่พยายามสุดกำลังแต่ทำไม่สำเร็จ ก็ต้องเผชิญกับความรู้สึกพ่ายแพ้และยิ่งส่งผลต่อสุขภาพจิตและการรับรู้ถึงคุณค่าในตัวเอง ซึ่งอาจยิ่งน่ากังวลหากความรู้สึกพ่ายแพ้เหล่านั้นถูกบิดให้กลายเป็นความโกรธเกลียดผู้อื่น โดยเฉพาะผู้หญิง ที่มักถูกกลุ่มอินเซลมองว่าจ้องแต่จะเข้ามาสูบเอาผลประโยชน์จากผู้ชาย และพร้อมจะตัดสินผู้ชายจากเปลือกนอกเสมอ

ที่สำคัญ การผลักดันตัวเองแบบสุดโต่งเหล่านี้ไม่ได้เพียงแต่กดทับผู้ชายด้วยกัน แต่ยังส่งผลเสียต่อตัวเองด้วย หลายคนเป็น Body Dysmorphia หรือภาวะหมกมุ่นกับรูปร่างหน้าตาตัวเองจนความรับรู้บิดเบี้ยว หรือ Braden Peters เองเคยกล่าวว่าเขามีปัญหาสุขภาพจิตจากการพยายามปั้นแต่งรูปลักษณ์รวมถึงบอกว่าเขาน่าจะเป็นหมันไปแล้วเพราะใช้เทสโทสเตอโรนมากเกินไป และล่าสุดนี้ เมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา Braden ก็ต้องเข้าโรงพยาบาลด่วนเพราะอาการโอเวอร์โดสขณะกำลังไลฟ์อยู่ ไม่นับว่าการใช้ค้อนทุบกรามนั้นได้สร้างความเจ็บปวดให้ตัวเขาเองขนาดไหน

Looksmaxxing จึงไม่ใช่เพียงเรื่องเทรนด์ความหล่อหรือความหมกมุ่นในรูปลักษณ์ แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของวิกฤตความมั่นใจในตัวตนของผู้ชายที่อาจถูกบิดเบือนด้วยอัลกอริทึมและการเปรียบเทียบที่ไม่สิ้นสุดซึ่งมีราคาที่ต้องจ่าย ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องตั้งคำถามด้วยว่ามาตรฐานความสมบูรณ์แบบที่กลุ่มแมนโนสเฟียร์ขีดขึ้นมานั้นคุ้มค่าจริงหรือไม่ เพราะที่สุดแล้วการมีใบหน้าหรือสัดส่วนที่เป๊ะตามสูตรคำนวณ ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งเดียวที่นำไปสู่การได้รับความรักหรือการยอมรับที่แท้จริงแต่อย่างใด

อ้างอิง

https://www.theguardian.com/society/2026/feb/18/foid-looksmaxxer-manosphere-influencer-braden-peters-aka-clavicular

https://www.aol.com/news/looksmaxxing-influencer-clavicular-storms-60

https://www.gq.com/story/inside-claviculars-thirsty-tour-of-new-york-city

บทความต้นฉบับได้ที่ : Looksmaxxing ทฤษฎีความหล่อจากกลุ่มผู้ชายที่อยากเพิ่ม ‘มูลค่า’ ให้ตัวเองในตลาดหาคู่ ซึ่งโด่งดังขึ้นเพราะ Braden Peters

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...