โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

ไม่ต้องรอนาน BYD เปิดตัว ระบบชาร์จใหม่ 9 นาที วิ่งไกล 1,000 กม.

Techhub

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 08.54 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 08.54 น.

ปัญหาใหญ่ที่สุดของคนใช้รถยนต์ไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องของระยะทางวิ่งเพียงอย่างเดียว แต่คือระยะเวลาในการชาร์จ ที่มักจะนานกว่าการเติมน้ำมันหลายเท่าตัว

แต่ล่าสุด BYD เปิดตัวเทคโนโลยี Flash Charging และแบตเตอรี่ Blade Battery 2.0 ที่เคลมว่าสามารถชาร์จไฟจนเต็มได้ในเวลาเพียง 9 นาที เท่านั้น

หัวใจสำคัญคือสถาปัตยกรรม 1,000 โวลต์

การจะทำให้รถ EV ชาร์จเร็วระดับลบภาพจำเดิมๆ ได้นั้น BYD ไม่ได้แค่ปรับจูนซอฟต์แวร์ แต่เป็นการรื้อและสร้างใหม่เกือบทั้งหมด เริ่มต้นจากสถาปัตยกรรมไฟฟ้าแรงดันสูงระดับ 1,000V ซึ่งช่วยให้สามารถอัดพลังงานมหาศาลเข้าสู่แบตเตอรี่ได้โดยไม่ทำให้กระแสไฟสูงจนเกิดอันตราย

BYD ต้องผลิตชิ้นส่วนขึ้นมาเองใหม่เกือบทั้งหมด เพราะในท้องตลาดไม่มีอุปกรณ์ไหนรองรับพลังงานระดับนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นชิปควบคุมพลังงาน Silicon Carbide เจนเนอเรชั่นใหม่ที่รองรับแรงดันได้ถึง 1,500 โวลต์, มอเตอร์ไฟฟ้าดีไซน์ใหม่, ไปจนถึงระบบปรับอากาศ (HVAC) รูปแบบใหม่ที่ต้องเข้ามาจัดการกับความร้อนสะท้อนกลับจากการอัดไฟระดับ 1.5 เมกะวัตต์ (1,500 kW)

นอกจากนี้ ตัวสถานีชาร์จเองก็ล้ำหน้าไม่แพ้กัน ด้วยดีไซน์หอคอยแบบ T-shaped ที่แขวนสายชาร์จไว้ด้านบน ช่วยให้ผู้ใช้งานไม่ต้องแบกรับน้ำหนักของสายไฟมหาศาลที่หนาพอจะรับกระแสไฟระดับเมกะวัตต์ได้

Blade Battery 2.0 เมื่อเคมีเปลี่ยน ความเร็วก็เสถียรขึ้น
ความลับของความเร็วนี้อยู่ที่ไส้ในของแบตเตอรี่ BYD ได้อัปเกรดจาก Lithium Iron Phosphate (LFP) แบบเดิม ไปสู่ Lithium Manganese Iron Phosphate (LMFP) ซึ่งให้ความหนาแน่นของพลังงานสูงขึ้น 5% แต่ยังคงความปลอดภัยอันเป็นจุดเด่นของตระกูล Blade เอาไว้

ปัญหาของ Fast Charge คือความร้อน ที่เกิดจากแรงต้านทานภายในขณะที่ไอออนเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว BYD จึงพัฒนาเทคโนโลยี FlashPass ที่ช่วยลดแรงต้านทานภายในเซลล์ลงถึง 50% ทำให้แบตเตอรี่รองรับอัตราการชาร์จสูงถึง 10C (เร็วกว่ารถ EV แถวหน้าในปัจจุบันกว่าเท่าตัว) โดยที่ความร้อนไม่พุ่งสูงจนน่ากลัว

ระบบระบายความร้อน ด่านสุดท้ายของความปลอดภัย
การอัดไฟระดับเมกะวัตต์โดยไม่ให้แบตเตอรี่สุกก่อน คือโจทย์ที่ยากที่สุด BYD เลือกใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำยาแอร์โดยตรง ซึ่งช่วยควบคุมอุณหภูมิเซลล์ได้อย่างแม่นยำแม้ในช่วงที่อัดไฟแรงที่สุด โดย BYD ยืนยันว่า Blade Battery 2.0 จะมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น 35% ในสภาวะอุณหภูมิสูง และยังคงเงื่อนไขการรับประกันเดิมไว้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม โจทย์หินที่แท้จริงคือโครงสร้างพื้นฐาน เพราะการจะจ่ายไฟระดับ 1,500 kW ต่อหนึ่งหัวชาร์จนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับระบบสายส่งไฟฟ้าในปัจจุบัน เราอาจจะได้เห็นสถานีชาร์จแบบนี้เฉพาะในจุดพักรถขนาดใหญ่ที่มีระบบกักเก็บพลังงานของตัวเองก่อนในช่วงแรก แต่ถ้าเทคโนโลยีนี้แพร่หลายเมื่อไหร่จุดจบของรถน้ำมัน อาจจะมาถึงเร็วกว่าที่เราคิดครับ

ที่มา

autoblog


⭐️Techhub รวม How To , Tips เทคนิค อัปเดตทุกวัน

กดดูแบบเต็มๆ ที่ www.techhub.in.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...