“ปณท”ตรึงไม่ไหวขอปรับเซอร์ชาร์จค่าเชื้อเพลิง “บริการ EMS” 3 บาทต่อชิ้น เริ่ม 16 เม.ย.
นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งทั้งภายในและภายนอกประเทศ ทำให้ผู้ให้บริการขนส่งประกาศปรับราคาค่าขนส่งตามต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น นั้น กระทรวงดีอีได้มอบนโยบายให้ ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) พิจารณาชะลอการปรับอัตราค่าขนส่งต่างๆ ออกไปก่อน โดยหากมีการปรับราคาค่าขนส่ง จะต้องคำนึงถึงผลกระทบของประชาชนให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เพื่อให้เป็นทางเลือกของประชาชนในการใช้บริการตามข้อสั่งการของนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี
ดังนั้น ปณท. จะมีการตรึงราคาค่าขนส่งในช่วงปัจจุบันที่ใกล้กับเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งประชาชนมีการใช้บริการเป็นจำนวนมาก ไปจนถึงวันที่ 15 เมษายน 2569 ก่อนจะมีการปรับราคาค่าบริการเฉพาะบางรายการเป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2569 เป็นต้นไปจนกว่าสถานการณ์จะปกติ
สำหรับค่าบริการที่จะมีการปรับขึ้นเป็นบริการเชิงพาณิชย์ คือ EMS และ e-CoPost ขณะที่ในส่วนของบริการพื้นฐาน เช่น จดหมาย ไปรษณีย์ภัณฑ์ /ของตีพิมพ์ ลงทะเบียน และ พัสดุ จะไม่มีการปรับขึ้นราคาแต่อย่างใด
“ด้วยสถานการณ์ของการปรับขึ้นราคาค่าขนส่งในปัจจุบัน จากต้นทุนที่สูงขึ้น นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ได้แสดงความห่วงใยต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน โดยมอบนโยบายให้ ปณท.ยังคงตรึงราคาค่าขนส่งในราคาเดิมออกไปจนกระทั่งถึงวันที่ 15 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลที่ประชาชนใช้บริการขนส่งมากกว่าปกติ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยหากมีการปรับขึ้นราคาจะต้องมีผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด” ปลัดกระทรวงดีอี กล่าว
ด้าน นาย ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปณท กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยขานรับนโยบายกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมตรึงราคาค่าบริการขนส่ง ไปรษณีย์ทุกประเภท จากสถานการณ์ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบโดยตรงอย่างมีนัยสำคัญต่อต้นทุนการขนส่ง โดยเฉพาะ “ค่าเชื้อเพลิง” ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของระบบโลจิสติกส์ โดย ปณท พยายามบริหารจัดการต้นทุนในทุกมิติเพื่อให้สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ บริการไปรษณีย์พื้นฐาน ได้แก่ ไปรษณีย์ภัณฑ์ ของตีพิมพ์ ลงทะเบียน พัสดุไปรษณีย์ ยังคงอัตราค่าบริการเดิมไม่มีการปรับขึ้น แต่สำหรับบริการในเชิงพาณิชย์ ได้แก่ ไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ในประเทศ และบริการ eCo Post มีความจำเป็นในการปรับเซอร์ชาร์จค่าเชื้อเพลิง (Fuel Surcharge) เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและสามารถรักษามาตรฐานการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะเริ่มปรับเพิ่มในอัตรา 3 บาทต่อชิ้น ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน เป็นต้นไป
การปรับเซอร์ชาร์จค่าเชื้อเพลิงเป็นแนวทางที่ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ใช้ในการบริหารต้นทุน โดยเป็นการปรับเฉพาะส่วนที่ผันแปรตามราคาพลังงาน ไม่ใช่การปรับโครงสร้างราคาทั้งระบบ และไปรษณีย์ไทยได้พิจารณาอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนและผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ
“ไปรษณีย์ไทยตระหนักถึงภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในปัจจุบัน จึงพยายามบริหารจัดการต้นทุนในทุกมิติ และเลือกปรับในอัตราที่จำเป็นและเหมาะสมที่สุด เพื่อให้ยังคงสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง มีคุณภาพและเข้าถึงได้ทุกคน” นาย ดนันท์ กล่าว
พร้อมกันนี้ ไปรษณีย์ไทยจะติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด และจะพิจารณาปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ไปรษณีย์ไทยขอขอบคุณผู้ใช้บริการทุกท่านสำหรับความเข้าใจและความเชื่อมั่นที่มีให้มาโดยตลอด และยังคงมุ่งมั่นดูแลประชาชนพัฒนาคุณภาพบริการ ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อก้าวสู่การเป็น “Trusted Logistics Partner” ของคนไทยในทุกสถานการณ์