โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เปิดศึกคดีที่ 2! “ทนายอนันต์ชัย” หอบหลักฐานแจ้งจับ "พระคึกฤทธิ์" เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง ยักยอกเงินบริจาปชช.กว่า 135 ล้านบาท

TOP NEWS ONLINE

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TOP NEWS

เมื่อเวลา 15.30 น. ที่ผ่านมา (27 มี.ค.69) นายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม พร้อมด้วย นายประยุทธ ประเทศเสนา หรือ ‘มหาหมี’ รองประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม เดินทางเข้าพบ พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อนำหลักฐานสำคัญเป็นแผนผังเส้นทางการเงินของวัดนาป่าพง จังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 ถึง 16 พฤศจิกายน 2568 มาแจ้งความดำเนินคดีกับพระคึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง โดยทนายอนันต์ชัย ระบุว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวมีรายการเงินบริจาคของประชาชน หรือที่เรียกว่า “เงินสาธุ” โอนเข้าบัญชีออมทรัพย์ในนามวัดนาป่าพง มากกว่า 9 แสนครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 135 ล้านบาท ซึ่งพบความผิดปกติ คือ บัญชีดังกล่าวมีเพียงพระคึกฤทธิ์ และพระมาร์ค เป็นผู้สั่งจ่าย โดยไม่มีไวยาวัจกรคอยตรวจสอบตามระเบียบ นอกจากนี้ ยังมีเงินจากมูลนิธิพุทธโฆษณ์ อีก 45 ล้านบาท และบัญชีอื่น ๆ ของวัดอีก 4 บัญชี รวมมูลค่ากว่า 184 ล้านบาท ซึ่งมีการโอนหมุนเวียนไปมาจนน่าสงสัย

ทนายอนันต์ชัย อ้างว่า จากการตรวจสอบ พบการโอนเงินจากบัญชีวัดกระจายไปเป็นทอดๆ จนเข้าสู่บัญชีกระแสรายวันของพระคึกฤทธิ์ 5 บัญชี และบัญชีบุคคลอื่นรวม 30 คน โดยปรากฏชื่อ “นางสาว รูบี้แอน” รับโอนเงินสูงถึง 18 ล้านบาท อีกทั้งยังพบหลักฐานการโอนเงินจากบัญชีพระคึกฤทธิ์ ไปยังบัญชีชื่อ นางสาว ขนิษฐา โอนต่อไปอีกยังบริษัท “ฮั่วเซ่งเฮง” ซึ่งเชื่อว่าเป็นการนำเงินบริจาคของประชาชนไปลงทุนในทองคำ ซึ่งขัดต่อกฎมหาเถรสมาคม ที่ห้ามพระสงฆ์เทรดหุ้น หรือทองคำ สำหรับการมายื่นเรื่องครั้งนี้ จึงเป็นการกล่าวโทษรวม 32 คน และพระคึกฤทธิ์เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 147 เป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ และมาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งถือเป็นคดีที่ 2 ต่อจากคดีเรื่องการแจกโบนัสเจ้าหน้าที่วัด ซึ่งคดีการแจกโบนัส ตามหลักกฎหมายมาตรา 134 เมื่อผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวน จะต้องมีการแจ้งข้อกล่าวหา และดำเนินการตามขั้นตอน แต่ที่ผ่านมา พระคึกฤทธิ์เดินทางมาพบตำรวจ แล้วกลับไม่มีการจับกุม หรือให้ประกันตัว ตนเองมองว่า ตอนนี้สามารถออกหมายจับได้ทันที และหากเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการ อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เสียเอง พร้อมท้าว่า หากมีการฟ้องกลับ ตนเองก็ยินดี เพราะจะเรียกดูหลักฐานทั้งหมดแน่นอน

ด้าน พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ เปิดเผยว่า ได้รับเรื่อง และหลักฐานใหม่จากทนายอนันต์ชัย ไว้พิจารณาแล้ว โดยจะนัดประชุมกับทีมพนักงานสอบสวน เพื่อดูข้อกฎหมายอย่างละเอียด ส่วนเรื่องการออกหมายจับนั้น ยังไม่ขอเร่งรัดในตอนนี้ เพราะต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ตาม จากเดิมที่พระคึกฤทธิ์ขอเวลาชี้แจง 2 เดือน ตนเองมองว่านานเกินไป จึงได้สั่งให้ทำคำชี้แจงกลับมาภายใน 7 วัน ทั้งนี้ พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ระบุว่า ช่วงต้นสัปดาห์หน้าจะมีการเรียกประชุมในเรื่องนี้ คาดว่าต้นสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนมากขึ้น ว่าดำเนินการอย่างไรต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...