โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถอดกลยุทธ์ ‘ปุ้มปุ้ย’ แบรนด์ 47 ปี กับเดิมพันในตลาด ‘อาหารพร้อมทาน’ เจาะคนทุกกลุ่ม

TODAY

อัพเดต 02 เม.ย. เวลา 00.25 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. เวลา 00.24 น. • TODAY

จากปลาราดพริก, หอยลายกระป๋องสู่แกงส้มใต้ แกงไตปลา และเมนูฟิวชันมากมาย อะไรคือเบื้องหลังการปรับตัวของ ‘ปุ้มปุ้ย’ แบรนด์คนไทยวัย 47 ปี ให้ยังคง ‘สดใหม่’ และนั่งอยู่ในใจลูกค้ารุ่นใหม่ได้ ในยุคที่เศรษฐกิจผันผวนและกำลังซื้อของผู้บริโภคไม่เหมือนเดิม

‘กุลเกตุ โตทับเที่ยง’ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานปฏิบัติการ บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล จำกัด (มหาชน) หรือแบรนด์ปุ้มปุ้ย ได้กล่าวกับ TODAY Bizview ในระหว่างงานเปิดตัว Content Score เครื่องมือวิเคราะห์คอนเทนต์โซเชียลมีเดียของ Tellscore ที่ผ่านมา โดยเผยว่า ปุ้มปุ้ยในภาพจำใหม่ตอนนี้ไม่ได้ลิมิตแค่ ‘อาหารกระป๋อง’ แต่ขยายพอร์ตธุรกิจให้หลากหลายขึ้น

[ ทำไมต้องอาหารพร้อมทาน ? ]

กุลเกตุ กล่าวว่า “อาหารพร้อมทานเป็นกลุ่มที่มีโอกาสเติบโตในยุคนี้ ส่วนหนึ่งเพราะพฤติกรรมผู้บริโภค ที่เน้นความสะดวกเป็นหลัก”

จุดแข็งของปุ้มปุ้ยก็คือ‘รสชาติ’ ดังนั้นนอกจากการขยายไลน์สินค้าให้มีความหลากหลาย ได้พยายามต่อยอดพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์เรื่องรสชาติที่แปลกใหม่ อยากให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกที่มากขึ้น

“ปีที่ผ่านมาปุ้มปุ้ยน่าจะสินค้าใหม่ 6-7 รายการทีเดียว เพราะเราเห็นข้อมูลอินไซต์ว่า ผู้บริโภคเองก็มองหาอะไรใหม่ๆ ก็เป็นส่วนนึงที่ทำให้เราต้องพัฒนาให้เร็วขึ้น”

เห็นได้ชัดว่ากลยุทธ์สำคัญของปุ้มปุ้ยอย่างหนึ่งก็คือ ทำยังไงก็ได้เพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ ‘ขี้เบื่อ’ และชอบความสะดวก

อย่างไรก็ตาม ยังมีกลุ่มที่คุ้นเคยกับความเป็นอาหารกระป๋องอยู่แล้ว อย่างเจเนเรชั่นที่โตขึ้นมาหน่อย แต่ perceptipn ของคนรุ่นใหม่ที่อาจไม่ได้ดีมากต่ออาหารกระป๋อง ทำให้ปุ้มปุ้ยเลือกที่จะสื่อสารด้วยวิธีใหม่ คือ โชว์ไปเลยว่าอาหารกระป๋องทานคู่กับอะไรแล้วอร่อย

โดยจะเลือกพรีเซนเตอร์ที่ลิงก์กับผู้บริโภครุ่นใหม่ และสื่อสารแต่ละเมนูเด็ดๆ ที่ทานคู่กับปุ้มปุ้ยแบบ ‘กระป๋อง’ อย่าง หอยลอยกระป๋องที่เป็นหนึ่งในเมนูซิกเนเจอร์ของแบรนด์

“เราเองก็พยายามเข้าถึง Gen Z โดยพรีเซนเตอร์ส่วนใหญ่จะใช้ในกลุ่มสินค้าที่เป็น ‘หอย’ ซึ่งอาจจะเคยเห็นพ่อแม่ทานมานาน แต่ตัวเขาเองไม่รู้ทานกับอะไร เราก็นำเสนอหอยกับบะหมี่ บวกกับเทรนด์ K-food กำลังมา ก็เลยเอากระแสหอยลายเข้าไปอยู่ในนั้นด้วย”

“ปุ้มปุ้ย ถนัดเรื่องอาหาร รสชาติ ซึ่งเราได้นำตรงนี้มาสร้างเป็นจุดแข็งแล้วมาพัฒนาต่อ เพียงแต่จะเป็นอาหารแบบไหน เพื่อกลุ่มไหน รสชาติยังไง จะเป็นการออกแบบกลยุทธ์ธุรกิจแบบนี้มากกว่า”

[ ถอดวิธีคิดและการเลือกเมนูสไตล์ปุ้มปุ้ย ]

ปัจจุบันแบรนด์ปุ้มปุ้ยทั้งอาหารกระป๋อง, อาหารพร้อมทาน และกลุ่มที่นำไปปรุงอาหารได้ต่อ รวมๆ แล้วอยู่ที่ประมาณ 50 รายการได้ที่วางขายอยู่ วิธีคิดของปุ้มปุ้ยคืออะไร?

กุลเกตุ อธิบายเพิ่มว่า ด้วยความที่ปุ้มปุ้ยมีจุดเด่นเรื่องวัตถุดิบหลายตัว ทั้งปลา ทั้งหอย ซึ่งจะนำมาคิดต่อ เช่น

  • วัตถุดิบที่มีอยู่สามารถทำรสชาติอะไรออกมาได้บ้าง
  • ยังมีกลุ่มเป้าหมายไหนที่ยังมีสินค้ารองรับน้อย เช่น เด็ก

“เรามองรอบด้านแล้วก็พัฒนาต่อมาเป็นรสชาติที่เหมาะกับคนทุกกลุ่ม จริงๆ แล้วปุ้มปุ้ยเองก็ยังไม่มีรสชาติของปลาที่เด็กทานได้เลย ก็เป็นที่มาของการพัฒนารสชาติ ‘ปลาเทริยากิ’ ที่วางขายอยู่ตอนนี้”

ส่วนปัจจัยเรื่องรสชาติที่ใหม่มากๆ อย่าง ‘ซอสซัมบัล’รสชาติซิกเนเจอร์จากมาเลเซีย เบื้องหลังไอเดียก็มาจากว่า ปุ้มปุ้ยส่งออกสินค้าไปขายในตลาดต่างประเทศกว่า 20 แห่งในปัจจุบัน ดังนั้น รสชาติเผ็ด จัดจ้าน ก็น่าจะมีคนอีกหลายชาติชอบ รวมถึงคนไทยด้วย

ความท้าทายท่ามกลางเศรษฐกิจเปราะบาง แม้ว่าสินค้าอาหารกระป๋องจะได้อานิสงส์จากการที่คนเริ่มกักตุนสินค้าในช่วงเศรษฐกิจไม่ดี แต่ปุ้มปุ้ยมองว่าการบริหารจัดการซัพพลายเชนคือหัวใจสำคัญ ในขณะที่ต้องรักษาคุณภาพ และบริหารสต็อกไม่ให้ขาดแคลนช่วงความผันผวนของต้นทุน

การขยับตัวของปุ้มปุ้ย สะท้อนชัดเจนว่าในยุคที่ธุรกิจไม่ว่าจะรายเก่าหรือใหม่ต้องรอดนั้น แบรนด์ต้องกล้าทิ้งกรอบเดิมๆ จากแค่ “ปลาปุ้มปุ้ย” ในกระป๋องสีแดง ไปสู่การเป็นไลฟ์สไตล์ฟู้ดที่อยู่ในทุกมื้ออาหาร ไม่ว่าจะเป็นซอง แบบถ้วย หรือทำรสชาติที่อินเตอร์ขึ้น เพื่อพิสูจน์ว่าแบรนด์อายุเกือบ 50 ปี ก็สามารถเป็นเพื่อนกับคนทุกวัยได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...