UN เตรียมโหวต “ร่างมติคุ้มครองการเดินเรือฮอร์มุซ” จีนคัดค้านใช้กำลัง หวั่นสถานการณ์ยกระดับ
UN เตรียมโหวต "ร่างมติคุ้มครองการเดินเรือฮอร์มุซ" ของบาห์เรน จีนคัดค้านการอนุญาตใช้กำลังทหาร เตือนอาจทำให้ความขัดแย้งตะวันออกกลางยกระดับ
วันที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 11.01 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council) เตรียมลงมติในวันศุกร์เกี่ยวกับร่างมติของบาห์เรน เพื่อคุ้มครองการเดินเรือพาณิชย์ในและรอบช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม จีน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกถาวรที่มีสิทธิยับยั้ง (veto) ได้แสดงจุดยืนคัดค้านอย่างชัดเจนต่อการอนุญาตให้ใช้กำลังทหาร
ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลโจมตีอิหร่านในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ จนเกิดความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมากกว่าหนึ่งเดือน และทำให้ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ถูกปิดการเดินเรือโดยพฤตินัย
นักการทูตเปิดเผยว่า บาห์เรน ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานหมุนเวียนของคณะมนตรีความมั่นคง 15 ประเทศ ได้จัดทำร่างมติฉบับสุดท้าย โดยเนื้อหาระบุให้สามารถใช้มาตรการป้องกันที่จำเป็นทั้งหมด เพื่อคุ้มครองการเดินเรือพาณิชย์ในพื้นที่ โดยรัฐมนตรีต่างประเทศบาห์เรน อับดุลลาติฟ บิน ราชิด อัล ซายานี กล่าวว่า บาห์เรนหวังว่าคณะมนตรีความมั่นคงจะมีจุดยืนร่วมกันในการลงมติร่างดังกล่าว
บาห์เรนได้รับการสนับสนุนจากประเทศอาหรับในอ่าวเปอร์เซียและสหรัฐในการผลักดันร่างมติ แต่ก่อนหน้านี้ได้ยอมตัดถ้อยคำบางส่วนเกี่ยวกับการบังคับใช้มาตรการออกไป เพื่อพยายามลดการคัดค้านจากประเทศอื่น โดยเฉพาะรัสเซียและจีน
ร่างมติดังกล่าวระบุว่ามาตรการคุ้มครองการเดินเรือจะมีผลอย่างน้อย 6 เดือน หรือจนกว่าคณะมนตรีความมั่นคงจะมีมติเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตามเอกอัครราชทูตจีนประจำสหประชาชาติ ฟู่ ชง กล่าวคัดค้านการอนุญาตให้ใช้กำลัง โดยระบุว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นการ “ทำให้การใช้กำลังที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่เลือกเป้าหมายกลายเป็นเรื่องชอบธรรม” และจะนำไปสู่การยกระดับความขัดแย้งและผลกระทบร้ายแรงตามมา
แหล่งข่าวทางการทูตเปิดเผยว่า จีน รัสเซีย และฝรั่งเศส ได้คัดค้านร่างมติในขั้นตอนพิจารณาแบบเงียบ (silence procedure) ก่อนหน้านี้ แต่หลังจากปรับร่างมติแล้ว ได้มีการยื่นร่างอย่างเป็นทางการเพื่อเตรียมลงคะแนนเสียง ซึ่งคาดว่าจะมีการลงมติในเช้าวันศุกร์ แม้วันดังกล่าวจะเป็นวันหยุดของสหประชาชาติก็ตาม
สำหรับการผ่านร่างมติของคณะมนตรีความมั่นคง จำเป็นต้องได้รับเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 9 จาก 15 ประเทศ และต้องไม่มีการใช้สิทธิยับยั้งจากสมาชิกถาวรทั้ง 5 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐ รัสเซีย จีน อังกฤษ และฝรั่งเศส
รัฐมนตรีต่างประเทศบาห์เรนกล่าวว่า ความพยายามของอิหร่านในการควบคุมการเดินเรือระหว่างประเทศในช่องแคบฮอร์มุซเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นภัยต่อผลประโยชน์ของโลก ซึ่งจำเป็นต้องมีการตอบสนองอย่างเด็ดขาด ขณะที่เลขาธิการสันนิบาตอาหรับก็แสดงการสนับสนุนความพยายามของบาห์เรนในการผลักดันร่างมติดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ อังกฤษได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมร่วมกับกว่า 40 ประเทศ เพื่อหารือแนวทางเปิดช่องแคบฮอร์มุซและรับประกันความปลอดภัยในการเดินเรือ พร้อมทั้งแสดงการสนับสนุนความพยายามของบาห์เรนในคณะมนตรีความมั่นคง
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้ประกาศว่าสหรัฐจะเดินหน้าการโจมตีต่อไป แต่ไม่ได้เสนอแผนการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างชัดเจน ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอีก เนื่องจากตลาดกังวลว่าสหรัฐอาจไม่ได้มีบทบาทหลักในการรับประกันความปลอดภัยของการเดินเรือผ่านเส้นทางพลังงานสำคัญของโลกแห่งนี้
อ้างอิง : reuters.com