โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เช็กด่วน!! ขบ. ไฟเขียวขึ้นค่าโดยสารสองแถว-มินิบัส-รถบัส บขส. ตรึงถึง 19 เม.ย.

The Bangkok Insight

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • The Bangkok Insight

ขบ. และ บขส. ร่วมกันดูแลราคาค่าโดยสาร หลังราคาน้ำมันพุ่ง เช็กรถโดยสารแบบไหนขึ้นราคา ขณะที่ บขส. ตรึงราคาค่าโดยสารถึง 19 เม.ย. ลดภาระประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงสงกรานต์

นายฐิติพัฒน์ ไทยจงรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักวิศวกรรมยานยนต์ และโฆษกกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัญหาในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นต้นทุนหลักของการขนส่ง โดยต้นทุนเชื้อเพลิงซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 45% ของต้นทุนการเดินรถทั้งหมด ทำให้เมื่อปัจจุบันเกิดภาวะน้ำมันเชื้อเพลิงผันผวน พบว่าผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะได้ลดเที่ยววิ่งลงถึง 20% จากในสถานการณ์ปกติ

ค่าโดยสาร

การลดเที่ยววิ่งดังกล่าว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนที่ต้องใช้บริการรถโดยสาร โดยเฉพาะในขณะนี้ที่กำลังเข้าสู่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีประชาชนเตรียมตัวเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก โดยกรมการขนส่งทางบกมีมาตรการรับมือราคาน้ำมันผันผวน ดังนี้

1. เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2569 คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ได้มีมติให้มีการปรับราคาค่าโดยสาร ซึ่งจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 2569 ดังนี้

1.1 รถโดยสารประจำทางหมวด 2 และ 3

รถโดยสารขนาดใหญ่ ปรับขึ้น 5 สตางค์ต่อกิโลเมตรต่อที่นั่ง เช่น หากมีการเดินทาง 100 กิโลเมตร ก็จะปรับขึ้น 5 บาท ต่อที่นั่ง เป็นต้น

รถตู้โดยสารสาธารณะ และรถโดยสารสาธารณะขนาดเล็ก (มินิบัส) ปรับขึ้น 2 สตางค์ต่อกิโลเมตรต่อที่นั่ง เช่น หากมีการเดินทาง 100 กิโลเมตร ก็จะปรับขึ้น 2 บาท ต่อที่นั่ง เป็นต้น

1.2 รถโดยสารประจำทางหมวด 4 กรุงเทพมหานคร (รถสองแถว) รถใหม่ มีอายุไม่เกิน 2 ปี ปรับขึ้น 1 บาทต่อที่นั่ง, รถเกิน 2 ปี ปรับขึ้น 2 บาทต่อที่นั่ง

1.3 สำหรับรถโดยสารประจำทางหมวด 1 และ 4 ต่างจังหวัด การกำหนดอัตราค่าโดยสารเป็นอำนาจคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัด โดยให้แต่ละจังหวัดพิจารณาขึ้นค่าโดยสารโดยใช้สูตรคำนวณที่อ้างอิงตามปัจจัยโครงสร้างต้นทุนที่แท้จริงมาคำนวณ เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงในแต่ละพื้นที่

การพิจารณาขึ้นค่าโดยสาร ใช้สูตรคำนวณที่อ้างอิงตามปัจจัยโครงสร้างต้นทุนที่แท้จริงมาคำนวณร่วมด้วย ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index - CPI), ดัชนีค่าพลังงาน (Energy Index) และค่าจ้างแรงงาน เพื่อสร้างความเป็นธรรมในระยะยาว

สำหรับผู้ประกอบการ โดยโครงสร้างราคาใหม่นี้จะถูกปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันแบบเดือนต่อเดือน ซึ่งสามารถปรับขึ้นและลงตามสถานการณ์ที่แท้จริงของต้นทุนพลังงาน หากสถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีแนวโน้มลดลงก็จะปรับลดค่าโดยสารลงเช่นเดียวกัน เพื่อให้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของดัชนีทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

2. กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ กรมการขนส่งทางบก และบริษัท ขนส่ง จำกัด ดำเนินโครงการส่งเสริมการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะเพื่อป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 โดยตรึงราคาค่าโดยสารสำหรับประชาชนที่เดินทางด้วยรถโดยสารของบริษัท ขนส่ง จำกัด และรถร่วมฯ ที่ให้บริการในเส้นทางหมวด 2 และ 3 ตั้งแต่วันที่ 6 - 19 เม.ย. 2569

ทั้งนี้ สำหรับประชาชนที่ได้สำรองซื้อตั๋วโดยสารล่วงหน้าไว้แล้ว สามารถเดินทางด้วยอัตราค่าโดยสารเดิมที่ได้มีการชำระเงินไว้แล้ว โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะในช่วงเทศกาลได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และเป็นการส่งเสริมการใช้รถโดยสารสาธารณะ ที่มีการกำกับ ดูแล ทั้งด้านตัวรถ และผู้ขับรถ ตลอดการเดินทาง โดยได้รับการสนับสนุนการดำเนินโครงการจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน

ฐิติพัฒน์ ไทยจงรักษ์

3. ด้านการขนส่งสินค้า จัดทำ ดัชนีอ้างอิงต้นทุนการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซล (Diesel Fuel-Based Transport Freight Cost Index: DFCI) เพื่อเป็นค่าดัชนีที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนการขนส่งสินค้าทางถนนที่แปรผันตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เปลี่ยนแปลงไป โดยผู้ประกอบการขนส่งทางถนนสามารถนำดัชนี DFCI ไปใช้เป็นกรอบอ้างอิง (Benchmark) ประกอบการพิจารณาตกลงค่าขนส่งสินค้ากับผู้ว่าจ้าง

กรมการขนส่งทางบกขอขอบคุณผู้ประกอบการขนส่ง ที่มีความพยายามอย่างยิ่งในการให้ความร่วมมือในการเดินรถเพื่อให้ประชาชนเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ อย่างไรก็ตาม ตามที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ได้อนุมัติปรับราคาค่าโดยสาร 5 สตางค์ ไปก่อนหน้านี้ โดยใช้ฐานราคาน้ำมันดีเซลในการคำนวณที่ 38.99 บาทต่อลิตร (ณ วันที่ 30 มี.ค. 69) จากเดิมที่ใช้ฐานราคาน้ำมันดีเซลที่ราคา 34.99 บาทต่อลิตร ซึ่งปัจจุบันราคาน้ำมันได้มีการปรับตัวสูงขึ้นไปที่ 44.24 บาทต่อลิตรแล้ว (ณ วันที่ 2 เม.ย. 69)

ดังนั้น หากสถานการณ์ราคาน้ำมันยังคงมีความผันผวน กรมการขนส่งทางบกจะต้องพิจารณาทบทวนอัตราค่าโดยสารให้สะท้อนต้นทุนการเดินรถที่แท้จริงอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้ประกอบการขนส่งสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ พร้อมกันนี้ กรมฯ ขอให้คำมั่นว่าจะบริหารจัดการและกำกับดูแลอัตราค่าโดยสารให้เกิดความเป็นธรรม เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนควบคู่กันไป

พร้อมกันนี้ กรมการขนส่งทางบก ได้ประสาน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เพื่อจัดเตรียมสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง และการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง ให้เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะในแนวเส้นทางที่รถโดยสาร บขส. และรถร่วมฯ วิ่งให้บริการ ตั้งแต่ต้นทางและปลายทางเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประกอบการ สนับสนุนให้สามารถเดินหน้าให้บริการ รับ - ส่ง พี่น้องประชาชนเดินทางตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้อย่างราบรื่นต่อไป โฆษกกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...